เลขาธิการ UN ชี้ “ลัทธิคนขาวสุดโต่ง” เป็นภัยคุกคามระดับสากล

เลขาธิการ UN ชี้ “ลัทธิคนขาวสุดโต่ง” เป็นภัยคุกคามระดับสากล

นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) กล่าวกับคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า การเคลื่อนไหวของคนผิวขาวที่มีแนวคิดสุดโต่งเป็นภัยคุกคามในระดับสากลที่ขยายตัวมากขึ้นทุกวัน

“ลัทธิคนผิวขาวสุดโต่งและนีโอนาซีเป็นมากกว่าภัยคุกคามภายในประเทศ แต่ยังกลายเป็นภัยคุกคามข้ามชาติ ทุกวันนี้ ขบวนการสุดโต่งเหล่านี้เป็นภัยต่อความมั่นคงอันดับหนึ่งในหลายประเทศ และยังได้รับการสนับสนุนจากบุคคลต่างๆ ที่มีตำแหน่งรับผิดชอบในระดับสูงอย่างที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อน ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องมีมาตรการร่วมกันในระดับสากล เพื่อยับยั้งอันตรายที่ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ เช่นนี้”

ความเห็นของนายกูเตอร์เรสได้พาดพิงถึงอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนของตน ซึ่งเป็นกลุ่มขวาสุดโต่ง เช่นกลุ่ม Proud Boys เตรียมกำลังพลเพื่อสนับสนุนเขาในการดีเบตก่อนเลือกตั้งประธานาธิบดี

ขณะที่โจ ไบเดน ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า การจลาจลที่อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ โดยกลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์เมื่อเดือนก่อน เกิดขึ้นโดยฝีมือของอันธพาล กบฏ กลุ่มผู้มีแนวคิดสุดโต่งทางการเมือง และกลุ่มคนผิวขาวสุดโต่ง

นอกจากนี้ นายกูเตอร์เรสยังกล่าวว่า หน่วยงานรัฐในหลายประเทศก็ใช้วิกฤตโรคระบาดใหญ่โควิด-19 ในการระดมกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมือหนัก เพื่อทำหน้าที่ปราบปรามผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรการ โดยไม่มีการระบุชื่อ

“หลายครั้ง การเข้าถึงข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับโรคโควิด-19 กลับถูกปกปิดโดยข้อมูลผิดๆ ที่ถูกนำมาขยายให้เป็นเรื่องใหญ่โดยกลุ่มผู้มีอำนาจ” นายกูเตอร์เรสกล่าว

นอกจากนี้ นายกูเตอร์เรสยังเตือนเกี่ยวกับพลังของแพลตฟอร์มดิจิทัล รวมทั้งการใช้ข้อมูลในทางที่ผิด

“ผมขอเรียกร้องให้สมาชิกทุกท่านยึดหลักสิทธิมนุษยชนในการกำหนดกรอบแผนงานและการออกกฎหมายเกี่ยวกับการพัฒนาและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เราจำเป็นต้องมีอนาคตในด้านดิจิทัลที่ปลอดภัย เสมอภาค และเปิดกว้าง โดยไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัวหรือศักดิ์ศรีของบุคคล”