พิธีรดน้ำศพ "ไพโรจน์ ใจสิงห์" ลูกๆ เปิดใจ 6 ปีที่พ่อต่อสู้โรคภัย วันนี้ท่านไปสบายแล้ว

พิธีรดน้ำศพ "ไพโรจน์ ใจสิงห์" ลูกๆ เปิดใจ 6 ปีที่พ่อต่อสู้โรคภัย วันนี้ท่านไปสบายแล้ว
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

นับเป็นอีกหนึ่งข่าวเศร้าสำหรับคนบันเทิงทั่วทั้งประเทศ สำหรับการจากไปของนักแสดงอาวุโสชื่อดัง ไพโรจน์ ใจสิงห์ ที่ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ ในวัย 78 ปี ณ บ้านพักของตนเอง หลังต้องเข้ารับการรักษาตัวจากอาการป่วยหลายโรครุมเร้ามานานกว่า 6 ปีเต็ม

โดยล่าสุด ณ บริเวณ ศาลา 1 วัดลาดพร้าว หลังจากเสร็จสิ้นพิธีรดน้ำศพ ทางด้านสมาชิกครอบครัวใจสิงห์ ก็ได้ออกมาพูดอาการป่วยของคุณพ่อในช่วงที่ผ่านมา และสิ่ง ไพโรจน์ ใจสิงห์ อาจจะยังคงเป็นกังวลเกี่ยวกับลูกๆ ให้เราฟังว่า 

"พอดีตอนเช้าโดยปกติคุณพ่อก็จะตื่นมาตั้งแต่ ตี 4-5 แต่ว่าวันนี้คุณน้าที่ดูแลแกก็เข้าไปปลุกตามปกตินี่แหละค่ะ เพียงแต่ว่าคุณพ่อแกไม่ตื่น เราก็เลยได้ทราบข่าวกันตอน ตี 4 กับอีก 15 นาที ว่าคุณพ่อไปสบายแล้ว เหมือนกับท่านหลับไปเฉยๆ ไม่ได้มีอาการอะไร แต่ว่าก่อนหน้านี้ล่วงหน้า สักประมาณ 3 อาทิตย์กว่า ที่แกก็เหมือนมีอาการขึ้นมาว่าแกหายใจไม่สะดวก เราก็ส่งแกไปตรวจดูที่โรงพยาบาล และทางคุณหมอเองก็ให้แกอยู่ที่โรงพยาบาลมา 3 อาทิตย์แล้ว เพิ่งจะออกมาเมื่อวันพฤหัสบดีนี้เอง แต่ก็ประมาณ 3 วันค่ะ เพราะเมื่อเช้านี้แกก็ไปสบายแล้ว"

คุณพ่อเคยพูดถึงอาการเจ็บป่วยให้ฟังบ้างไหม ?
"โดยปกติเวลาที่ไปเจอแกที่โรงพยาบาลแกก็ไม่ค่อยพูดอะไรมากนะคะ จะมีก็แค่วันไหนที่แกดีขึ้นค่ะ คือเราก็จะเข้าไปสักถามอาการเจ็บป่วยของคุณพ่อทั่วไปมากกว่า ประมาณว่าท่านเจ็บอะไรตรงไหนบ้าง หรือปวดตรงไหนหรือเปล่า เพราะสิ่งที่เราทำคือเราพยายามพยุงอาการไม่ให้คุณพ่อรู้สึกเจ็บหรือปวดมากที่สุดในตอนที่แกยังมีชีวิตอยู่ และทุกครั้งที่ถามคุณพ่อก็จะตอบสนองด้วบการพยักหน้า แกจะยิ้มค่ะ คือแกจะไม่ค่อยพูดออกมาเป็นประโยคหรือเป็นคำ แต่ถ้าเป็นการแสดงออกทางสีหน้า เช่นการพยักคอ ลืมตา กระพริบตา อันนี้แกก็จะทำได้"

ไม่ได้มีสัญญาณอะไรบ่งบอกเลยใช่ไหม ?
"ก็มีเมื่อประมาณ 3 อาทิตย์ก่อนนี่แหละค่ะที่แกหายใจไม่ค่อยสะดวก เวลานอนแกก็จะหายใจเป็นเฮือกๆ ตอนนั้นเราก็เลยต้องส่งแกไปอยู่ใกล้ๆ มือหมอ ไปอยู่ที่โรงพยาบาล เพื่อที่คุณหมอจะได้ดูแลเรื่องการหายใจของแก"

ใช้คำว่าอาการทรุดได้ไหมในช่วงนั้น ?
"ทรุดนะคะถ้าเป็นเมื่อ 3 อาทิตย์ก่อน เพราะคุณหมอยังบอกเลยว่าให้เราทำใจ เนื่องจากคุณพ่ออาจจะเหนื่อยแล้ว และก็ถามเราด้วยว่าเราอยากจะให้มีการปั้มหัวใจหรืออะไรไหมหากคุณพ่อไม่ไหวขึ้นมาจริงๆ ซึ่งตัวเราเองเราก็อยากให้พ่อสบายมากกว่า ก็ให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ แต่ระหว่างนั้นก็ให้อยู่ใกล้คุณหมอมากที่สุด"

ครอบครัวไพโรจน์ ใจสิงห์

คุณพ่อต่อสู้กับอาการป่วยมานานมากๆ ?
"เกือบ 6 ปีค่ะ ประมาณ 6 ปี แต่ว่าแกก็จะเป็นแบบขึ้นๆ ลงๆ นะคะ เหมือนคนป่วยที่นอนติดเตียง เวลาอาการดีแกก็จะอยู่ปกติ นอนดูหนัง ทานอาหารอ่อนๆ ได้ แต่แค่ไม่ได้ลุกขึ้นไปใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไป ส่วนเวลาที่แกมีอาการไม่สบายตัวขึ้นมา แกก็จะเป็นไข้ และก็หายใจไม่สะดวก ปอดอักเสบ ปอดติดเชื้อ เหมือนที่คนป่วยติดเตียงทั่วๆ ไปเป็นเลยค่ะ"

ฝากฝังอะไรไว้บ้างไหม ?
"กับเราไม่มี ไม่ได้ฝากอะไรมาก ไม่มีค่ะ มีแต่สิ่งคิดว่านะคะ น่าจะกังวลอยากให้ลูกทุกคนใช้ชีวิตได้ อยู่ได้ คงเป็นสิ่งที่คนเป็นพ่อห่วง แต่ลูกทุกคนก็จะพยายามพูดอยู่แล้ว ว่าพ่อไม่ต้องห่วง ไม่ต้องกังวล คือถ้าจะป่วยสุขภาพจิตก็ต้องดีด้วย แต่จริงๆ แกก็เป็นคนไม่ค่อยเครียด ไม่ใช่คนเครียด เพราะเขาเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่เคยเครียด มีแต่เราเครียด พ่อไม่เครียด”

รู้สึกอย่างไรบ้างที่ทุกคนยังไม่ลืมคุณพ่อเรา ?
"คือต้องขอบคุณทุกๆ ท่านค่ะ เพราะว่าอย่างพี่ๆ น้องๆ ที่เรารู้จัก ที่โทรมาตั้งแต่ตอนเช้าพอได้ข่าว ก็ต้องขอบคุณที่ทุกคนระลึกถึง แล้วก็ส่งข้อความมาเยอะมาก แล้วก็ส่งพวงหรีด หรือว่าโทรมา ว่าเดี๋ยวจะมานะ แล้วก็ให้กำลังใจเราและครอบครัว ก็ต้องขอบคุณทุกท่านที่ระลึกถึงคุณพ่อตลอด ตั้งแต่ตอนช่วงที่คุณพ่ออยู่ เพราะตั้งแต่ป่วยก็ยังมีคนคิดถึงแกตลอด เพราะแกก็คงสร้างสีสันในสมัยที่แกยังอยู่ ก็ต้องขอบคุณมากๆ ค่ะ”

6 ปีที่ผ่านมาคือเข้าออกโรงพยาบาลปกติเลยใช่ไหม ?
"ใช่ค่ะ ไข้ขึ้นทีก็ต้องส่งโรงพยาบาล ไอ ปอดติดเชื้อ แต่พอเข้าโรงพยาบาลปุ๊บก็อยู่ 2-3 อาทิตย์แล้วก็กลับบ้าน แต่รอบนี้คือตอนไปเนี่ย หนักสุดจากที่แกนอนติดเตียงมา 6 ปี ครั้งนี้ค่อนข้างมีอาการมากสุด พวกเราก็ไปกันพร้อมหน้าเลยที่โรงพยาบาลวันนั้น เพราะคุณหมอก็เรียกเราไป ตอนนั้นก็คือเหมือนทำใจแล้วส่วนหนึ่ง ลูกๆ ก็ไปยืนร้องไห้กันตรงนั้น แต่เราไม่ได้ออกข่าว หรือบอกใคร เพราะว่าให้คุณพ่ออยู่ที่โรงพยาบาลก่อน”