ลุงพล เลื่อนรับทราบข้อหาคดีไม้มะค่า ยันไม่เครียด โชว์เต้นสายย่อ 3 เพลงรวด

ลุงพล เลื่อนรับทราบข้อหาคดีไม้มะค่า ยันไม่เครียด โชว์เต้นสายย่อ 3 เพลงรวด
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศความเคลื่อนไหวของ นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล ลุงเขยของน้องชมพู่ ซึ่งในวันนี้ลุงพลต้องเข้ารับทราบข้อกล่าวหา คดีครอบครองไม้มะค่าแต้ หรือมะค่าหนาม ที่ สภ.กกตูม 

ล่าสุด บรรยากาศที่บ้านลุงพล ปรากฎว่า ช่วงเช้า ลุงพล พร้อมกับกลุ่มยูทูบเบอร์ รวมตัวกันหน้าบ้าน โชว์ลีลาการเต้นสายย่อ เต้นพร้อมกันทีเดียว 3 เพลงรวด มีเพลง มะล่องก่องแก่ง ฝนเทลงมา บักแตงโม

โดยการเต้นแบบนี้ลุงพลบอกว่าเป็นการแสดงออกถึงความสบายใจ ไม่เครียด คลายเครียด โล่ง สบายใจ ทุกๆ เรื่อง โดยลุงพลกล่าวว่า ที่เต้นนี้ก็เพราะสบายใจ ไม่เครียด จึงชวนกลุ่มยูทูบเบอร์เต้น และทำความสะอาดหน้าบ้านรอรับ ทนายตั้ม

 

ส่วนการเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.กกตูม เพื่อรับทราบข้อหาคดีครอบครองไม้ จากเดิมที่จะเข้าพบตำรวจในเวลา 9.30 น. ก็เปลี่ยนเป็นช่วงบ่ายแทนเพราะรอทนายตั้มเดินทางมาก่อน ส่วนจะรับสารภาพ หรือปฏิเสธข้อหานั้น รอปรึกษากับทนายตั้มก่อน ขอดูสำนวนก่อน ซึ่งตนให้ถ้อยคำไปหมดแล้ว

ส่วนการที่สาธารณสุขมุกดาหาร ออกมาระบุว่า ทนายตั้มจะเข้าพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ต้องกักตัว 14 วันนั้น ลุงพลบอกว่า ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะทนายตั้มทำตามขั้นตอน และยังยืนยันว่า พรุ่งนี้ (26 ม.ค. ) ยังคงยืนยันว่า จะขึ้นภูเหล็กไฟ พร้อมกับทนายตั้มและหมอนิติเวชคนหนึ่ง ที่ทนายตั้มพามาลงพื้นที่ ซึ่งทนายตั้มและหมอนิติเวชคนนี้ เชื่อว่าน้องชมพู่ อาจจะเดินไปเสียชีวิตด้วยตัวเอง แต่ลุงพล บอกว่า น้องชมพู่ไปเองไม่ได้ ถ้าใครได้มาขึ้นภูเหล็กไฟจะรู้

สำหรับช่วงเช้าวันนี้ ลุงพล พร้อมกลุ่มยูทูบเบอร์ที่มาตามติดชีวิตลุงพล กว่า 30 คน มาที่วัดบ้านกกกอก เพื่อเข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอดงหลวง นำโดยนายประหยัด คูณมี ปลัดอาวุโสอำเภอดงหลวง และเจ้าหน้าที่ปกครองจังหวัดมุกดาหาร หลังจากถูกร้องเรียน ว่ากลุ่มยูทูบเบอร์ของลุงพล คุกคามสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน โดยทั้งลุงพลและกลุ่มยูทูบเบอร์ยืนยัน ไม่ได้ไปคุกคามใคร และไม่มีเอกสารหรือหลักฐานใดมาชี้แตง แต่พร้อมให้ข้อมูลทุกอย่างกับเจ้าหน้าที่ลุงพล พา ยูทูบเบอร์ พบจนท.ศูนย์ดำรงค์ธรรม อ.ดงหลวง ชี้แจงปมคุกคามชาวบ้านกกกอก สั่งจัดแถว ห้ามถ่ายชาวบ้าน ใครฝ่าฝืน ได้ออกจากพื้นที่แน่

นายไชย์พล วิภา หรือลุงพล บอกว่า กลุ่มยูทูบเบอร์ทุกคน มาเรียงแถวตรงนี้ และฟังลุงพล ว่าห้ามยูทูบทุกคนถ่ายคลิป ถ่ายภาพชาวบ้าน หากใครไม่เชื่อฟังจะถูกย้ายออกจากหมู่บ้าน การเข้ามาให้ข้อมูลเพื่อรักษาสิทธิ์ของพวกเรา ยืนนยันความบริสุทธิ์ ของยูทูบเบอร์ ว่าไม่ได้ละเมิดหรือคุกคามใคร

นายไชย์พล วิภา บอกต่ออีกว่า กรณีเจอกล่องนมเปรี้ยว และผลไม้ ที่ภูเหล็กไฟนั้น คนชื่อพิม และร้านขายของหน้าบ้านลุงพล ได้นำนมเปรี้ยว ผลไม้ ไปไหว้จริง เนื่องจากชมพู่ให้หวยถูก ได้โชคกับชมพู่ก็เลยชื้อของที่ชมพู่ชอบไปเซ่นไหว้ ที่ภูเหล็กไฟ

ด้านนายประหยัด คูณมี ปลัดอาวุโสอำเภอดงหลวง กล่าวว่า วันนี้มาตามคำสั่งของนายอำเภอดงหลวง ที่มีคำสั่งแต่งตั้งกรรมการ และได้สอบปากคำยูทูบเบอร์ ลงตรวจสอบข้อเท็จจริงบ้านลุงพล และไปนมัสการพระอาจารย์สมบัติ ในข้อเท็จจริงส่วนหนึ่งแล้ว และได้นัดแนะผู้ถูกร้องเรียน ตามประเด็นที่พี่น้องร้องเรียนทั้ง 5 ประเด็น เสร็จแล้วคงได้ข้อเท็จจริง จากนั้นคณะกรรมการก็จะหาข้อเท็จจริง ตามที่เราสอบมาแล้วครบถ้วนทุกประเด็น เสร็จแล้วก็จะนำเรียนท่านนายอำเภอ เพื่อพิจารณาสั่งการและประเด็นใดที่เกินอำนาจหน้าที่ของอำเภอก็จะนำเรียนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารต่อไป 

สำหรับการสอบถามข้อมูลของกลุ่มยูทูบเบอร์ เสร็จสิ้นแล้งทางศูนย์ดำรงธรรม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร จะมีการนำข้อมูลทั้งของชาวบ้านที่เดือดร้อน และ กลุ่มยูทูบเบอร์ที่ชี้แจงเข้าที่ประชุมของอำเภอ โดยมีคณะกรรมการร่วมพิจารณาหาแนวทางว่า จะให้กลุ่มยูทูบเบอร์ออกจากบ้านกกกอก หรือจะดำเนินการอย่างไร โดยคาดว่าจะทราบผลสรุปภายในสัปดาห์หน้า

ขณะที่ทนายตั้ม พร้อมทีมงานและแพทย์นิติเวช จะเดินทางมาถึงจังหวัดสกลนคร ในเวลา 15.00 น. เพื่อพูดคุยแนวทางคดีกับลุงพล ในคดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่