เกาหลีเหนือ อวดขีปนาวุธแบบยิงจากเรือดำน้ำ ขู่รัฐบาลสหรัฐชุดใหม่

เกาหลีเหนือ อวดขีปนาวุธแบบยิงจากเรือดำน้ำ ขู่รัฐบาลสหรัฐชุดใหม่

เกาหลีเหนือเผยโฉมขีปนาวุธแบบยิงจากเรือดำน้ำ ระหว่างการเดินสวนสนามเมื่อคืนวันพฤหัสบดี (14 พ.ย.) หลัง นายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือให้คำมั่นว่าจะเสริมโครงการพัฒนานิวเคลียร์และขีปนาวุธเพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามจากสหรัฐ

ภาพขีปนาวุธดังกล่าวเผยแพร่ผ่านสำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ของเกาหลีเหนือ ทั้งยังเห็นภาพนายคิมสวมหมวกขนสัตว์สีดำและเสื้อโค้ทหนังสีดำ ซึ่งนายคิมมีสีหน้ายิ้มแย้มขณะโบกมือให้กับประชาชนและสมาชิกกองทัพที่มาร่วมงานสวนสนามดังกล่าว ที่จัตุรัสคิม อิล-ซอง ที่ตั้งชื่อตามผู้ก่อตั้งเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นปู่ของนายคิม

สดใสรับขีปนาวุธ: นายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ยิ้มให้ประชาชนในงานสวนสนามฉลองการปิดการประชุมใหญ่พรรคแรงงาน เมื่อคืนวันพฤหัสบดี (14 ม.ค.) ซึ่งในงานนี้มีการเปิดตัวขีปนาวุธแบบยิงจากเรือดำน้ำด้วยKCNAสดใสรับขีปนาวุธ: นายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ยิ้มให้ประชาชนในงานสวนสนามฉลองการปิดการประชุมใหญ่พรรคแรงงาน เมื่อคืนวันพฤหัสบดี (14 ม.ค.) ซึ่งในงานนี้มีการเปิดตัวขีปนาวุธแบบยิงจากเรือดำน้ำด้วย

เคซีเอ็นเอ ระบุอีกว่า ประชาชนที่มาร่วมงานโห่ร้องกึกก้องในตอนที่กองทัพนำยุทโธปกรณ์ที่ก้าวหน้าที่สุดของประเทศมาเผยให้เห็น ซึ่งมีขีปนาวุธแบบยิงจากเรือดำน้ำรวมอยู่ด้วย ทั้งยังบรรยายว่าเป็นขีปนาวุธที่ทรงพลังที่สุดในโลก

ไม่ใช่แค่นั้น สำนักข่าวของเกาหลีเหนือสำนักนี้ ยังโอ้อวดต่อไปว่า การสวนสนามครั้งนี้ยังมีขีปนาวุธอื่นๆ ที่สามารถชิงทำลายล้างศัตรูต่างชาตินอกดินแดนของเราได้อย่างราบคาบอีกด้วย

การสวนสนามครั้งนี้มีขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการประชุมพรรคแรงงานที่กินระยะเวลานาน 8 วันและเสร็จสิ้นไปเมื่อช่วงที่ผ่านมาของสัปดาห์นี้ ซึ่งใวนการประชุมดังกล่าว นายคิมพูดถึงแผนการกอบกู้เศรษฐกิจของประเทศ ที่ถูกนานาชาติคว่ำบาตรจากความพยายามในการพัฒนานิวเคลียร์ ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดพรมแดนเพราะโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และที่เกิดจากภัยธรรมชาติ

ความให้ความเห็นของนายคิมน่าจะมีขึ้นเพื่อกดดันรัฐบาลใหม่ของสหรัฐภายใต้การนำของว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ นายโจ ไบเดน ที่เคยเรียกเกาหลีเหนือว่าเป็นอันธพาล ละกล่าวหานายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐคนปัจจุบัน ว่าไปสานสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือเพื่อสร้างภาพ ไม่ได้จะปลดนิวเคลียร์จริงๆ 

ถึงอย่างนั้น นายคิมก็ไม่ได้กล่าวว่าจะไม่เจรจากับสหรัฐอีก แต่กลับระบุว่าความเป็นไปได้ในเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของสหรัฐต่อเกาหลีเหนือ