จับแก๊งเจาะเซฟบิวตี้เจมส์ฉกเพชร60ล.

จับแก๊งเจาะเซฟบิวตี้เจมส์ฉกเพชร60ล.

จับแก๊งเจาะเซฟบิวตี้เจมส์ฉกเพชร60ล.
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รวบแล้วแก๊งเจาะเซฟร้าน"บิวตี้เจมส์"ฉกเครื่องเพชร 60 ล้าน ตร.แกะรอยจากวงจรปิดพบซิ่งรถหรูก่อเหตุ ยึดของกลางคืนกว่า 3 พันชิ้น สารภาพตระเวนลักทรัพย์ทั่วกรุง ก่อนทยอยออกขายหาเงินไปถลุงในบ่อน พบประวัติก่อคดีอื้อ มีหมายจับ 9 โรงพัก

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 ตุลาคม พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาภ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผกก.1 บก.ป. และ พ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผกก.ช่วยราชการ กก.1 บก.ป. ร่วมกันแถลงผลจับกุม นายดนัย รายเวทย์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59/56 วัชรพลคอนโดมิเนียม ถ.สุขาภิบาล 5 แขวงออเงิน เขตสายไหม กทม. และนายประเสริฐ ฉัตรอมรโชติกุล อายุ 45 ปี อยู่ บ้านเลขที่ 82/ 137 หมู่ 8 แขวงและเขตจอมทอง กทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์เวลากลางคืน ทำอันตรายสิ่งกีดกั้น โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือรับของโจร

พร้อมของกลางเครื่องประดับสตรีประดับเพชร-พลอย อาทิ แหวน กำไล สร้อย และอื่นๆ กว่า 3,000 พันชิ้น โดยหนึ่งในนั้นมีพลอยสีฟ้าชื่อ "บลูโทพาซ" จากประเทศบราซิล น้ำหนัก 2,000 กว่ากะรัต มูลค่าเม็ดละ 1,400,000 บาทรวมอยู่ด้วย รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดกว่า 58 ล้านบาท ซึ่งเป็นของบริษัทค้าอัญมณีชื่อดัง "บิวตี้เจมส์" รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นมิวเซเว่น สีดำ ทะเบียน ฌว 5285 กทม. และอุปกรณ์งัดแงะ เช่น แชลง เลื่อยตัดเหล็ก ถุงมือ และทองรูปพรรณอีกหลายรายการ โดยจับกุม นายดนัย ได้ที่หน้าร้านทองแห่งหนึ่ง ย่านมีนบุรี จากนั้นได้ขยายผลจับกุม นายประเสริฐ ได้ที่บ้านพัก ถ.ราชพฤกษ์ เขตภาษีเจริญ กทม. เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมา ได้มีคนร้ายบุกเข้าไปงัดตู้เซฟภายในบริษัทค้าอัญมณีชื่อดัง "บิวตี้เจมส์" ของไฮโซตระกูลดัง"ศรีอรทัยกุล" ตั้งอยู่เลขที่ 31 ถ.ศาลาแดง ซ.ยมราช แขวงและเขตบางรัก กทม. โดยคนร้ายได้ขโมยเครื่องประดับหลายชนิดในตู้เซฟไปมูลค่าความเสียหายกว่า 60 ล้านบาท หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบก.ป.ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผกก.1 นำทีมเข้าไปสืบสวนคลี่คลายคดี ซึ่งจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ รวมทั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดภายในบริษัท และบริเวณใกล้เคียง พบว่าคนร้ายใช้รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ มิวเซเว่น มาจอดรถแถวซอยเล็กๆ ระหว่างอพาร์ทเม้นต์กับบริษัท ก่อนจะปีนกำแพงขึ้นไปทางระเบียงชั้นสองของบริษัท จากนั้นได้งัดประตูกระจกเข้าไปเดินสำรวจภายในอาคาร จนกระทั่งถึงห้องโชว์รูมก็พบตู้เซฟขนาดใหญ่ กว้าง 1 เมตรกว่า ยาว 2 เมตร มีล้อเลื่อน จึงช่วยกันลากออกมากลางห้องก่อนจะลงมืองัดเซฟแล้วขโมยทรัพย์สินไป

จากนั้นชุดสืบสวน กก.1 บก.ป. ได้ตรวจสอบรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุคันดังกล่าว ปรากฏว่ามีชื่อ นายดนัย เป็นเจ้าของ และเมื่อตรวจสอบประวัติพบว่า นายดนัย เคยก่อคดีลักทรัพย์มาแล้วหลายครั้ง จึงส่งชุดสืบสวนออกสะกดรอยและขยายผลไปยัง นายประเสริฐ พบว่าทั้งสองได้ตระเวนขับรถไปตามร้านค้าทอง ย่านมีนบุรี และร้านค้าของเก่า ย่านประดิพัทธ์ จากนั้นได้ตรวจสอบกระแสการเงินของผู้ต้องหาพบว่า มีเงินเข้าออกบัญชีกว่า 1 ล้านบาท จึงรวบรวมหลักฐานพร้อมประสาน สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งสอง ก่อนจะติดตามจับกุมตัวมาได้ พร้อมของกลางเครื่องประดับประเภท แหวนเพชร และจี้เพชร จำนวนกว่า 30 รายการ จึงนำตัวมาสอบสวน และติดตามทรัพย์สินของกลางคืนมาได้เกือบทั้งหมด นอกจากนี้ในการตรวจค้นเพื่อยึดของกลางคืนมานั้น ยังพบทองรูปพรรณอีกจำนวนหนึ่งในบ้านพักของนายดนัย เลขที่ 18/3 ถ.เลียบคลอง 2 แขวงและเขตคลองสามวาตะวันตก กทม.ด้วยจึงยึดมาตรวจสอบ

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่า รู้จักและมีความสนิทสนมกันมาตั้งแต่สมัยจำคุกอยู่ในเรือนจำกลางพิเศษกรุงเทพ เมื่อพ้นโทษออกมาในปี 2547 ก็ติดต่อกันเรื่อยมา และได้ร่วมกันออกตระเวณลักทรัพย์ โดยเป้าหมายที่เลือกนั้นจะไม่กำหนด ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับความสะดวก อย่างไรก็ตาม ในวันเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. พวกตนได้ออกตระเวณหาเป้าหมายเพื่อลักทรัพย์เหมือนเดิม กระทั่งเมื่อขับรถผ่านไปยังบริษัทดังกล่าว สังเกตุว่าเป็นบริษัทค้าอัญมณีรายใหญ่ จึงเดินสำรวจไปถึงด้านหลังบริษัทที่ติดกับอพาร์เมนท์แห่งหนึ่ง ซึ่งมืดและไม่มีคนผ่านจึงปีนขึ้นไปบนระเบียงบริษัท จากนั้นได้ใช้ไขควงงัดขอบกระจกใกล้ประตูจนแตกแล้วล้วงมือเข้าไปเปิดประตูเข้าไปเข้าไปในอาคาร

ผู้ต้องหาทั้งสอง ยังสารภาพด้วยว่า เมื่อเข้าไปภายในบริษัทได้เดินสำรวจจนพบตู้เซฟ จึงใช้อุปกรณ์งัดแงะตู้เซฟแล้วขโมยทรัพย์สินทั้งหมดไป โดยใช้เวลาตั้งแต่เที่ยงคืนจนถึงตีสาม ส่วนทรัพย์สินที่ได้ก็นำไปขายให้กับร้านทองที่เคยไปขายเป็นประจำ ซึ่งมีอยู่หลายแห่งทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งแต่ละครั้งจะขายครั้งละไม่กี่ชิ้นและได้เงินมาครั้งละหลายแสนบาท เมื่อได้เงินมาก็จะนำมาแบ่งกันเพื่อใช้จ่ายในการท่องราตรี และเล่นการพนันตามบ่อนการพนันต่างๆ

ด้าน พ.ต.อ.สุพิศาล กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ทางชุดสืบสวน กก.1 บก.ป.สามารถตรวจยึดของกลางเป็นทองคำแท่ง และทองรูปพรรณได้เพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งผู้ต้องหารับว่าได้ก่อเหตุที่บ้านพักผู้เสียหายรายหนึ่ง ย่านอุดมสุข หากมีผู้เสียหายรายใดได้รับความเสียหายจากการกระทำของผู้ต้องหาทั้งสองก็ขอให้มาตรวจสอบทรัพย์สินได้ที่กองปราบปราม หรือ สน.ทุ่งมหาเมฆ ทั้งนี้ หลังการสอบสวนผู้ต้องหาได้ส่งตัวพร้อมของกลางทั้งหมดให้พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ ดำเนินคดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบประวัติก่อคดีพบว่า นายดนัย เคยก่อเหตุลักทรัพย์มาแล้วหลายท้องที่ เช่นในพื้นที่ จ.นครสวรรค์, สน.ลุมพินี, สน.คลองตัน, สน.ตลิ่งชัน, สน.วังทองหลาง และสน.อุดมสุข ล่าสุดอยู่ระหว่างการประกันตัวในศาล คดีลักทรัพย์ของท้องที่ สน.ตลิ่งชัน ส่วนนายประเสริฐ เคยต้องคดีรับของโจรในพื้นที่ สน.โชคชัย และสน.อุดมสุข

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล