4 เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์จากสหราชอาณาจักร

4 เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์จากสหราชอาณาจักร

4 เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์จากสหราชอาณาจักร
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สหราชอาณาจักรรายงานพบเชื้อไวัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่สามารถแพร่กระจายได้ง่ายกว่าเดิม สร้างความตื่นกลัวให้กับคนทั่วไปว่าโรคโควิด-19 จะยังแพร่ระบาดต่อไป แม้ว่าทางรัฐบาลในหลายประเทศจะเริ่มแจกจ่ายวัคซีนป้องกันโรคล็อตแรกไปแล้วก็ตาม 

จากข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา หรือ ซีดีซี (CDC) ระบุว่า นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อยังพยายามศึกษาข้อมูลของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ โดยเรียกมันว่า SARS-CoV-2 VUI 202012/01 แม้เชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้จะสามารถแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น แต่ก็ยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่ามันจะทำให้ผู้ติดเชื้อมีอาการหนักกว่าเดิม หรือมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตมากขึ้น อย่างไรก็ตาม มากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ได้ประกาศห้ามเที่ยวบินจากสหราชอาณาจักรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากมีรายงานเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ 

หลายประเทศสั่งห้ามเที่ยวบินจากอังกฤษ หลังพบ “โควิด-19” กลายพันธุ์ แพร่ระบาดเร็วกว่าเดิม 70%

Sanook จึงขอนำ 4 เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ มาฝากทุกคน 

ผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่มีกี่คนแล้ว 

องค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงว่า ในวันที่ 13 ธ.ค. 2020 สหราชอาณาจักรมีจำนวนผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์นี้ทั้งหมด 1,108 ราย อย่างไรก็ตาม อาจมีจำนวนที่ตกหล่นเช่นกัน เพราะนักวิทยาศาสตร์จำเป็นต้องทำการตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันว่าเป็นเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใด เช่นเดียวกับการจัดลำดับรหัสพันธุกรรมของเชื้อ 

องค์การอนามัยโลกระบุว่า ได้พบต้นตอเชื้อไวรัสที่กลายพันธุ์นี้คือเมืองเคนต์ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 20 กันยายน แต่ยังไม่พบการระบาดของเชื้อไวรัส จนกระทั่งเดือนตุลาคม ก่อนที่จำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มมากขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ส่งผลให้เกิดการสอบสวนโรคและค้นพบการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส ดังนั้น ในช่วงตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม ถึง 13 ธันวาคม มากกว่า 50% ของผู้ติดเชื้อในทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศอังกฤษ ล้วนแล้วแต่ได้รับเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์ดังกล่าว 

ติดเชื้อได้ง่ายแค่ไหน

สหราชอาณาจักรแถลงว่า เชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ สามารถแพร่กระจายได้รวมเร็วกว่าเชื้อไวรัสเดิมถึง 70% 

มาเรีย ฟาน เคิร์กโฮฟ หัวหน้าแผนกโรคอุบัติใหม่ องค์การอนามัยโลก กล่าวว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักรคาดการณ์ว่า การกลายพันธุ์นี้ส่งผลให้อัตราการเกิดเชื้อไวรัสโคโรนาเพิ่มจาก 1.1 เป็น 1.5 หรือแปลว่า คนที่ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ จะสามารถแพร่เชื้อต่อให้กับคนอื่นได้อีก 1.5 คน 

ขณะที่นายแพทย์ไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการโครงการโรคฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในสหราชอาณาจักรเกิดจากเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ หรือพฤติกรรมของมนุษย์กันแน่ 

สอบสวนโรคอย่างไร 

รัฐบาลของสหราชอาณาจักรกำลังทำการสอบสวนโรคทั้งในทางระบาดวิยาและไวรัสวิทยา เพื่อระบุว่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้จะแพร่กระจายได้รวดเร็วกว่าเดิมจริงหรือไม่ ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้จะมีอาการป่วยมากกว่าเดิมหรือไม่ หรือผู้ที่เคยติดโรคโควิด-19 มาแล้วก่อนหน้านี้ จะสามารถกลับมาติดเชื้อไวรัสดังกล่าวได้อีกหรือไม่ และแอนติบอดีชนิดใดที่จะมีปฏิกิริยากับเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ชนิดนี้ 

สหราชอาณาจักรยังจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวัง เพื่อทำความเข้าใจขอบเขตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ นอกจากนี้ สหราชอาณาจักรยังได้ประกาศสถานการณ์ระดับ 4 ซึ่งเป็นกฎการป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 ที่เข้มงวดที่สุดอีกด้วย 

วัคซีนจะเอาอยู่ไหม

องค์การอนามัยโลกชี้ว่า ยังคงทำการศึกษาในห้องปฏิบัติการเพื่อระบุว่าเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้มีคุณสมบัติทางชีวภาพแตกต่างจากเชื้อไวรัสก่อนหน้าหรือไม่ และจะทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนเปลี่ยนแปลงหรือไม่ การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสในครั้งนี้ หมายรวมถึงการเปลี่ยนแปลงสไปค์โปรตีน ที่เชื้อไวรัสใช้ในการแพร่เชื้อเข้าไปในเซลล์ของมนุษย์ 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล