''เทพเทือก''ยอมรับพรรค ปชป.ไม่พร้อมเลือกตั้ง
ค้านตั้งคณะสมานฉันท์ฯยกร่างแก้ รธน. หมอเสื้อเหลือง โดดขวางขู่ล่าชื่อถอดถอนหากยังดื้อเดินหน้า นิคม รอเตือนนายกฯ อย่าเป๋อ ห่วงผูกปมวุ่นวาย เจิมศักดิ์ สับทำขัด รธน.อย่างแรง สนองนักการเมืองอย่างเดียว นายกฯ คาด 9 เดือนจบขั้นตอนประชามติแก้รัฐธรรมนูญ เทพ เทือก ยอมรับยุบสภา ตอนนี้ ปชป. ไม่พร้อมเลือกตั้ง วิปรัฐบาลให้คณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ยกร่าง ตวง โดดหนีลั่นเกินหน้าที่ กกต.ยอมรับเปลืองเงินแต่ต้องทำเพื่อลดแรงดัน ภท.ยอมถอยครึ่งทางให้ทำประชา มติ ผู้ตรวจอัยการฯ สับไม่แก้นิสัยนักการเมืองแก้ รธน.ก็ไม่จบ ย้อนบางองค์กรทำตัวเพี้ยน รัฐบาลแจงเงินยูเสดไม่ผิดปกติ สธ.ตั้งคณะกรรมการ คุ้ยทุจริตงบไทยเข้มแข็ง
*มาร์คยึดประชามติแก้ รธน.
เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ที่โรงแรมรอยัล ริเวอร์ เวลา 11.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้มากล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง ทศวรรษที่สองของการปฏิรูปการ ศึกษา : ปัญหาและทางออก จัดโดยคณะ กรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร ปรากฏว่ากลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 30 คนรวม ตัวกันขับไล่ พร้อมชูป้ายรูปนายอภิสิทธิ์ และนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย กอดคอกัน พร้อมข้อความ แฝดสยาม ผลงานดี เป็นหนี้กันทั่วประเทศ โดยกลุ่มเสื้อแดงได้ใช้ตีนตบ พร้อมปราศรัยตะโกนโจมตีขับไล่อย่างต่อเนื่องอยู่บริเวณหน้าโรงแรม เมื่อนาย อภิสิทธิ์ลงจากรถก็ได้หันไปมองทาง กลุ่มเสื้อ แดงพร้อมกับยิ้ม ๆ ก่อนที่จะเดินเข้าไปยังห้องจัดงานสัมมนาทันที
นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการกล่าวปาฐกถาพิเศษ ว่า ตนจะประสานงาน กับทางคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เพื่อหารือกับทั้ง 3 ฝ่าย เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าจะเป็นช่วงใน การประชุมสภา ซึ่งอาจจะเป็นวันพุธที่ 30 ก.ย. หรือวันพฤหัสบดีที่ 1 ต.ค.นี้ โดยตนยืนยันเหมือนเดิมว่าวิธีดีที่สุด คือให้ประชาชน ได้มีส่วนร่วม และถ้าเป็นการทำประชามติก็จะชัดเจนดี
*9 เดือนน่าจะจบขั้นตอน
นายกฯ กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าถ้าถามประชาชนหลังจากเห็นชัดเจนแล้วว่าจะมีการแก้อะไรอย่างไรนั้นก็น่าจะดีที่สุด เพราะก่อนหน้านี้เคยมีการพูดเหมือนว่าให้ไปถามประชาชนว่าควรแก้หรือไม่ ซึ่งมันเป็นคำถาม ที่ประชาชนตอบไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็ควรทำให้ชัดเจนไปเลยว่าถ้าจะแก้อย่างนี้ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ตนจึงคิดว่าง่ายที่สุด ตรงและเข้าใจง่ายที่สุด น่าจะเป็นข้อยุติที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ คือทำประชามติในช่วงหลัง ที่มีการยกร่างแก้ไขแล้ว เมื่อถามว่า ควรทำครั้งเดียว 6 ประเด็นใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวยอมรับว่า ใช่ครับ
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวว่า กรอบเวลาที่เหมาะสมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ตนคิดว่าถ้าทุกพรรคมาร่วมกันร่าง แล้วพิจารณากันในสภาโดยหลักก็อาจจะประมาณ 1-2 เดือน จากนั้นถ้าในตัวการแก้ไขมีเรื่องประชา มติเข้ามาด้วยก็ใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 เดือน ในการทำประชามติ ได้ข้อยุติมาถ้ามีความจำเป็นต้องแก้กฎหมายลูกก็คงไม่ได้แก้หลายประเด็นมากนัก ก็ใช้เวลาอีก 2-3 เดือนก็จบ รวมกันแล้วคิดว่าไม่ถึง 9 เดือนและในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นสภาจะเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนรัฐบาลเป็นผู้กำหนดแนวทางให้หมดแล้วกับข้อเสนอตรงนี้แล้วก็จะสนับสนุนเต็มที่
*เทือกแบไต๋ไม่พร้อมเลือกตั้ง
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่หลายฝ่ายมองว่าประเทศหลงทางกับการพัฒนาประชาธิปไตยเพราะมัวแต่หลงทางกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ว่า เรื่องหลงทางคงไม่หลงทาง แต่มีความไม่เห็นด้วยกันในประเด็นปลีกย่อย เมื่อเกิดความไม่เห็นด้วยกันและเราเอาเรื่องปลีกย่อยมาทำให้เป็นเรื่องใหญ่ เลยเป็นปัญหาของบ้านเมืองพรรคประชาธิ ปัตย์ไม่ได้ตั้งธงว่าจะไม่เห็นด้วยกับการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่พรรคประชาธิปัตย์จะฟังเสียงของคนส่วนใหญ่ และฟังเสียงพี่น้องประชาชน รับฟังทั้งนั้นไม่ว่าใครจะเห็นด้วยหรือคัดค้านเราก็รับฟัง
เมื่อถามว่า ทางพรรคภูมิใจไทยระบุว่าเขาพร้อมที่จะเลือกตั้งใหม่ นายสุเทพ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า ต้องไปถามพรรคภูมิใจไทย ถ้าพรรคภูมิใจไทยพร้อมแล้วมาถามตน ตนก็จะตอบว่าตนยังไม่พร้อม พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่พร้อม เพราะยังมีภาระหน้าที่ที่จะต้องทำงานแก้ไขปัญหาของ บ้านเมือง ที่ยังเสร็จสิ้นไม่เรียบร้อย ต่อข้อ ถามว่า จะทำให้พรรคร่วมรัฐบาลสบายใจได้ อย่างไรว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้หักหลังเพื่อนและโยนเรื่องนี้ไปให้เสียงส่วนใหญ่ตัดสิน นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่หักหลังหรอก ไม่หักหลังใคร สิ่งที่ผมเคยพูดไว้อย่างไร ผมก็ยังผลักดันไปในแนวทางอย่างนั้นอยู่ ไม่นิยมการหักหลัง
*ตอกพท.เปลี่ยนสีประชามติ
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่พรรคเพื่อไทยคัดค้านการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ไม่ทราบว่าจุดยืนของพรรคเพื่อไทยคืออะไร เพราะในสมัยรัฐบาลพรรค เพื่อไทยที่มีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกฯ ได้เคยเสนอแนวคิดการทำประชามติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญตอนเกิดวิกฤติการเมืองขณะ นั้นมาครั้งหนึ่งแล้ว อยากถามว่าเวลาเปลี่ยนไปไม่กี่เดือนอะไรที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความคิดและจุดยืนของพรรคเพื่อไทยเปลี่ยนแปลงไป
นายเทพไท กล่าวว่า ตนไม่อยากให้พรรคเพื่อไทยเคลื่อนไหวในประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมุ่งเอาแค่เกมการเมืองหรือหวังผลแพ้ ชนะ เป็นหลัก เมื่อคนส่วนใหญ่ของสังคมมีความเห็นสอดคล้องกันว่า แนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ 50 ที่ผ่านการทำประชา มติของประชาชนทั้งชาติมาแล้ว ถ้าจะใช้เหตุ ผลที่ชอบธรรมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ควรใช้วิธีการลงประชามติเพื่อถามความเห็นจากเจ้าของอำนาจอธิปไตยน่าจะถูกต้องที่สุด
*หวังใช้คณะสมานฉันท์ฯยกร่าง
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปรัฐบาล แถลงผลการประชุมวิปรัฐบาลว่า ที่ประชุมเห็นพ้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ประเด็นตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯโดยให้ถือเป็นเรื่องการแก้ไขเร่งด่วนเฉพาะหน้าและได้เห็นพ้องให้ทุกพรรคร่วมกันลงชื่อเสนอญัตติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อไม่ให้มีข้อกล่าวหาว่าเป็นรัฐธรรมนูญของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
นายชินวรณ์ ระบุอีกว่า นอกจากนี้ ควรมอบหมายให้คณะกรรมการสมานฉันท์ฯชุดเดิม แต่เนื่องจากคณะกรรมการดังกล่าวได้ทำภารกิจตามคำสั่งของประธานรัฐสภาจนหมดวาระแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าทุกฝ่ายเห็นควรว่าให้คณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ยกร่างแก้ ไขรัฐธรรมนูญ วิป 3 ฝ่ายจะหารือกับประธานรัฐสภาเพื่อให้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ชุดเดิมมาทำหน้าที่ส่วนรายละเอียดและวิธีการยกร่างนั้นจะถูกนำไปหารือในการประชุมวิป 3 ฝ่ายวันที่ 1 ต.ค.นี้
*ภท.คล้อยยอมพบครึ่งทาง
นางพัฒนา สังขทรัพย์ ส.ส.เลย พรรคภูมิใจไทย ในฐานะวิปรัฐบาล กล่าวถึงผล การประชุมวิปรัฐบาลว่า พรรคร่วมมีมติให้แก้ไขรัฐธรรมนูญใน 6 ประเด็น โดยเบื้องต้นจะให้รัฐสภารับหลักการในวาระที่ 1 ก่อน เพื่อตั้งกรรมาธิการจากนั้นจะเปิดโอกาสทำประชามติว่าประชาชนจะเอาด้วยหรือไม่ หากประชาชนไม่เอาประเด็นไหนทางพรรคก็พร้อมปฏิบัติตาม โดยขณะนี้เหลือพรรคประชาธิ ปัตย์พรรคเดียว ที่ยังไม่ตกผลึกว่าจะเอาด้วย หรือไม่ อย่างไรก็ตามพรรคร่วมยอมถอยเข้า มาครึ่งทางแล้ว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล แกนนำพรรคภูมิใจไทย แสดงความคิดเห็นส่วนตัวว่า เดิม ทีในการแก้ไข 2 ประเด็นนี้ ในส่วนตัวไม่เห็น ด้วยที่จะทำประชามติ เพราะจะทำให้เสีย เวลาและเสียงบประมาณ แต่ในเมื่อพรรคร่วมมีความเห็นให้พบกันครึ่งทาง ก็ยอมรับได้ เพราะเป็นเรื่องที่เคยพูดคุยกันไว้ ที่จะผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ออกมาดีที่สุด
*นิคมเตือนนายกฯอย่าเป๋อ
ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 เป็นประธานได้ลงมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ....ซึ่งคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาเสร็จแล้ว โดยสมาชิกได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบตามคณะกรรมาธิการร่วมกัน ด้วยคะแนนเสียง 89 ต่อ 0 คะแนน
นายนิคม ยังให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ในวันที่ 1 ต.ค. ตนจะชี้แจงให้นายกฯ และที่ประชุมเข้าใจว่าไม่ได้คัดค้านและไม่ขัดข้องเรื่องการทำประชามติ แต่การทำประชามติตอนยกร่างกับหลังยกร่างรัฐธรรมนูญมีความหมายแตกต่างกัน เพราะก่อนยกร่างหากไปถามประชาชนอาจเกิดความคลาดเคลื่อนเนื่องจากยังไม่รู้ว่าแก้ไข ประเด็นใดบ้าง และการทำประชามติอาจ ล้มไปก่อนก็ได้ ดังนั้นอย่าเพิ่งหลงประเด็น ดังนั้นวันนี้ต้องทดลองฟังเสียงสะท้อนก่อนว่าเป็นอย่างไร
*ตวงไม่ขอสนองการเมือง
นายตวง อันทะไชย ส.ว.สรรหา กล่าวถึงกระแสข่าวว่าจะลาออกจากคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ว่าความจริงแล้วคณะกรรมการสมานฉันท์ฯได้หมดอายุไปแล้ว แม้ไม่ต้องลาออกก็จบแล้ว แต่หากมีการตั้งเป็นกรรมการสมานฉันท์ฯ ใหม่ เพื่อยกร่าง รัฐธรรมนูญ ตนยังยืนยันต้องลาออก เพราะ ภารกิจของกรรมการสมานฉันท์ฯ ไม่ได้มีหน้าที่ยกร่างเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ
นายตวง กล่าวว่า จากนี้ไปคนที่จะตัดสินใจทางการเมืองก็คือรัฐบาลไม่ใช่คณะกรรมการสมานฉันท์ฯ นอกจากนี้ เห็นว่า วุฒิสภาควรจะเปิดพื้นที่ทางการเมืองให้กับบุคคลอื่นได้เข้ามาทำหน้าที่ด้วย บุคคลภายนอกและ ส.ส.เองก็ทำหน้าที่นี้ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นวุฒิสภา คู่ของความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้ ก็เห็นได้ชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายวุฒิสภาไม่ใช่คู่ขัดแย้งของใคร และขอยืนยันว่าวันนี้ต้องมีพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม
*หมอตุลย์เล็งล่าชื่อถอดถอน
นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเคยขึ้นเวทีปราศรัยของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงกรณีที่วิป 3 ฝ่าย มีมติให้คณะกรรมการสมานฉันท์เป็นผู้ยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 6 ประเด็นว่า คณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ขาดความชอบธรรมในการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ และถึงแม้จะมีการต่ออายุก็ไม่สมควร เพราะตามรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ไม่ได้ให้อำนาจไว้ อีกทั้ง 6 ประเด็น ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ที่เอื้อต่อนักการเมืองทั้งสิ้น
นพ.ตุลย์ กล่าวว่า หากพรรคเพื่อไทยหรือพรรคภูมิใจไทย ต้องการแก้ไขรัฐธรรม นูญเพื่อตนเองจริง ๆ ก็ควรร่วมลงชื่อให้ครบ 1 ใน 5 แล้วยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญเอง ไม่ควรใช้คณะกรรมการสมานฉันท์ฯ เป็นเครื่องมือ ขอเรียกร้องให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย นายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย หรือแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลต่าง ๆ ร่วมลงชื่อในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย ไม่ใช่ให้แต่ลูกพรรคลงชื่อเท่านั้น หากยื่นร่างดังกล่าวเมื่อใด ตนจะรวบรวมรายชื่อเพื่อยื่นถอดถอนต่อวุฒิสภา และป.ป.ช.ทันที
*พท.ชี้ประชามติเปลืองงบ
ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค โดยมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เป็นประธานพร้อมมีอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และแกนนำพรรคเพื่อไทยเข้าร่วม โดยนายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ ว่า ที่พรรคยืนยันว่าจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้ง 6 ประเด็นตามคณะกรรมการสมานฉันท์และแก้ไขอย่างเร่งด่วน ไม่ได้ยกร่างทั้งฉบับ จึงเห็นว่าการทำประชามติจะทำให้เสียงบประมาณไปจำนวนมาก
รายงานข่าวจากที่ประชุมแจ้งว่า ประเด็นหลักที่หยิบยกมาหารือคือกรณีที่นายกฯเสนอให้มีการทำประชามติก่อนดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยฝ่ายกฎหมายพรรคเห็นว่าไม่สามารถทำได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 165 วรรค 3 ดังนั้นถ้านายกฯ และ ครม.เห็นชอบให้ดำเนินการจัดทำประชามติก็จะเท่ากับว่ากระทำการขัดต่อรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว
*กกต.ชี้ประชามติเปลืองแน่
นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า กกต.เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ปฏิบัติ ซึ่งไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ การทำประชามติต้องมีกฎหมายที่ชัดเจน อีกทั้งในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ก็ระบุไว้ ดังนั้น กกต.ก็พร้อมที่จะดำเนินการ ตนคิดว่าลักษณะการทำประชามติคงคล้ายกับการเลือกตั้งที่ผ่าน ๆ มา
เมื่อถามว่าหากมีการทำประชามติในครั้งนี้ กกต.จะถูกมองว่าทำเพื่อนักการเมือง และการให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมจะดีกว่า หรือไม่ นายอภิชาต กล่าวว่า การถามความ เห็นของประชาชนน่าจะเป็นวิธีการที่ดี สำหรับ ที่มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลประวิงเวลานั้น ตนไม่ ขอออกความเห็น เมื่อถามว่าการทำประชา มติจะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณหรือไม่ นายอภิชาต กล่าวว่า สิ้นเปลืองแน่ แต่จะต้องดูว่าจะคุ้มกับสิ่งที่ได้มาหรือไม่
*ไม่แก้นิสัยแก้รธน.ก็ไม่จบ
ที่โรงแรมสวิส โฮเต็ล เลอ คองคอร์ด ถนนรัชดาภิเษก คณะกรรมาธิการกิจการองค์ กรตามรัฐธรรมนูญ และติดตามการบริหารงบประมาณวุฒิสภา ร่วมกับสำนักงานอัยการสูงสุด จัดงานสัมมนาทางวิชาการเรื่อง บทบาทพนักงานอัยการในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ โดยนายเสริมเกียรติ วรดิษฐ์ ผู้ตรวจราชการอัยการ กล่าวตอนหนึ่งว่า สิ่งที่นักวิชาการมอง คือ รัฐธรรมนูญ 50 เอามาจากฉบับปี 40 ที่นำข้อบกพร่องมาแก้ไข แต่หากวัฒนธรรมคนไทยเรื่องการเคารพกฎหมายยังเป็นอย่างนี้ ทำอย่างไรก็ไม่จบ
นายเสริมเกียรติ ยังกล่าวอีกว่า อย่างปัญหาระหว่างอัยการ กับ คตส. ถ้าทุกองค์ กรรู้บทบาทหน้าที่ตัวเอง ไม่ต้องไปลุ้นองค์ กรอื่น ว่าจะต้องทำตามที่ตัวเองอยากให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ สังคมมันเพี้ยนเพราะบางองค์กรทำเกินหน้าที่ จะให้เขาสั่งคดีตามที่ตัวเองต้องการ ออกมาให้ข่าวว่าคนนั้นคนนี้ทุจริต ระบบมันเสีย จริยธรรม สังคมวุ่นวายวันนี้เพราะสั่งคดีถูกต้องแต่ไม่ถูกใจ
*ทนายแม้วเตือนทำขัดรธน.
นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และทีมกฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลต้องการให้มีการจัดการออกเสียงประชามติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า การทำประชามติต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาการทำประชามติว่าจะรับรัฐธรรมนูญปี 2550 หรือไม่นั้นเป็นไปตามบทบัญญัติที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2549 ระบุไว้
นายวิชิต ยังกล่าวว่า การทำประชา มติที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันตามมาตรา 165 สามารถทำได้ภายใต้เงื่อน ไขที่กำหนดว่าเรื่องที่จะทำประชามติต้องเป็นเรื่องที่อาจกระทบถึงประโยชน์ส่วนได้ส่วนเสียของประเทศชาติหรือประชาชนเท่านั้น ดังนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงไม่เข้าข่ายที่กฎหมายอนุญาตให้ทำประชามติ เรื่องนี้จึงเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติตามมาตรา 291 ซึ่งฝ่ายบริหารไม่ควรที่จะเข้ามาก้าวก่ายแทรกแซง
*เจิมสับสนองนักการเมือง
นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ปี 2550 กล่าวถึงข้อเสนอของวิปรัฐบาลในการทำประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญว่า โจทย์ 6 ประเด็น ตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์ฯ เสนอล้วนแต่เป็นผลประโยชน์ของนักการเมืองแทบทั้งสิ้น ซึ่งในที่สุดแม้แก้แล้วก็จะไม่ได้สร้างความสมานฉันท์อยู่ดี ส่วนที่วิป 3 ฝ่ายออกมากำหนดว่าจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นตนขอเตือนว่าการกระทำเช่นนี้เข้าข่ายขัดรัฐธรรม นูญ ม.122 แต่วิปพยายามจะทำตัวเป็นตัวแทนความคิดของ ส.ส. และ ส.ว.ซึ่งมีเอกสิทธิ์ในทางความคิด หากมีคนยื่นถอดถอนตาม ม.270 จะทำให้เกิดปัญหาได้
นายเจิมศักดิ์ ยังกล่าวว่า ประเด็นประชามตินักการเมืองทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน กำลังทำให้ประชาชนหลงทาง โดยเข้าใจผิดคิดว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญแล้วบังคับให้ประชา ชนต้องลงมติ ทั้งที่ทั้ง 6 ประเด็นถูกร่างมาจากคนที่มีส่วนได้เสีย เหมือนกับกรณีที่เราซื้อของแต่แม่ค้าบอกให้เลือกว่าจะซื้ออย่างไรดี ทั้งที่ยังไม่ตัดสินใจด้วยซ้ำว่าจะซื้อหรือไม่ เรื่องประชามติจึงเป็นเกมที่นักการเมืองต้องการมัดมือประชาชนรองรับให้พวกเขาได้แก้รัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง
*แจงเงินยูเสดจ่ายให้เอ็นจีโอ
นายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ผู้สื่อข่าวนิตยสารไทม์ระบุว่าทางสำนักงานพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐมอบเงินบริจาคเพื่อพัฒนาประชาธิปไตยให้กับประเทศไทย ว่า ตนไม่ทราบว่าเงินบริจาคดังกล่าวเข้ามา ได้อย่างไรหรือเข้ามาทางไหน แต่เข้าใจว่าคงเป็นเรื่องขององค์กรเอกชนทั้งหลายมากกว่า ตราบใดที่เขาไม่เข้ามาแทรกแซงเรื่องภายในของเราก็ไม่มีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตามขณะนี้ตนกำลังติดตามตรวจสอบเรื่องนี้อยู่แล้ว
ส่วนการประชุมวุฒิสภา ช่วงก่อน เข้าสู่วาระ นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ส.ว.นคร ศรีธรรมราช ได้ลุกขึ้นหารือกรณีที่มีข่าวว่า ยูเสดให้เงินเพื่อฟื้นฟูปรชาธิปไตย ประมาณ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐว่า การให้เงินแบบนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา จึงมีข้อสงสัยอยากให้รัฐบาลชี้แจง
*กษิตย้ำไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้น
ที่กระทรวงการต่างประเทศ นาย กษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์สายตรงจากเมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐว่า ไม่มีอะไร สำนักงานยูเสดในประเทศไทยเป็นศูนย์กลางให้ความช่วยเหลือของภูมิภาคนี้อยู่แล้ว โดยที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐและองค์กรภาคประชาสังคมของสหรัฐ ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญที่รู้เรื่องความเป็นประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และเรื่องการมีส่วนร่วมมาบรรยาย ซึ่งเราได้รับความช่วยเหลือจากประเทศอื่นด้วย เช่น มูลนิธิต่าง ๆ จากประเทศเยอรมนี
ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่ยูเสดให้เงินช่วย เหลือเช่นนี้ เป็นเพราะห่วงกังวลสถานการณ์ การเมืองในไทยหรือไม่ รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า ไม่เกี่ยว เพราะเราเป็นสังคมประชาธิปไตย ส่วนเขาก็มีประสบการณ์มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมและการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น เขาจึงมีมิตรจิตมิตรใจที่ดี ไม่ได้มีอะไรสลับซับซ้อน
*ลุ้นมติป.ป.ช.คดีเขาพระวิหาร
นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการและโฆษก ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรม การ ป.ป.ช.ชุดใหญ่เตรียมชี้มูลกรณีกล่าวหาครม.นายสมัคร สุนทรเวช และพวก ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบกรณีออกมติ ครม.สนับสนุนการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ซึ่งภายหลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญในวันที่ 29 ก.ย.นี้ว่า เรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมต่อเนื่องสัปดาห์ที่ แล้วอย่างแน่นอน แต่จะสามารถชี้มูลได้ทันทีหรือไม่ขึ้นอยู่กับกรรมการ
น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล กรรม การ ป.ป.ช. เจ้าของสำนวน ให้สัมภาษณ์ว่ า การพิจารณาของคณะกรรมการในวันที่ 29 ก.ย.นี้ จะยึดหลักการเดิมคือพิจารณาผู้ถูกกล่าวหาทีละคน ใครมีข้อเท็จจริงเพิ่มขึ้นก็ต้องพิจารณาในข้อเท็จจริงที่เพิ่มขึ้นด้วย แต่เมื่อสองวันที่ผ่านมานายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ยื่นเอกสารมาซึ่งก็ถือว่ามีความแตกต่างจากข้อมูลเดิมนิดหน่อย แต่คงบอกรายละเอียด ไม่ได้ เพราะคงไม่เป็นผลดีต่อการพิจารณาคดี หากการประชุมมีเวลาเพียงพอก็อาจจะสามารถสรุปได้
*รับงบไทยเข้มแข็งมีช่องงาบ
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขา ธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงปัญหาความไม่ชอบมาพากลในโครงการจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการ แพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท จากแผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็ง ว่า รัฐบาลได้วางระบบป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นไว้ตามสมควร แต่ยอมรับว่าอาจมีช่องโหว่เกิดขึ้นบ้าง
นายปณิธาน กล่าวอีกว่า ต้องขอบคุณกรณีที่ นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ เลขาธิการมูลนิธิแพทย์ชนบท ออกมาเปิดเผยว่ามีการจัดซื้อครุภัณฑ์ที่โรงพยาบาลไม่ได้ร้องขอ และยังแพงเกินราคากลาง พร้อมระบุว่ามีคนชงเรื่องให้นักการเมืองนั้น ถือเป็นเรื่องที่ดีที่มีการช่วยรัฐบาลตรวจสอบ ก็จะขอ รายละเอียดทั้งหมดเข้ามา ถ้าข้อมูลส่วนไหนมีน้ำหนัก ก็ต้องลงไปตรวจสอบซ้ำ
*วิทยายันไม่มีที่ปรึกษาหากิน
นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข กล่าวมอบนโยบายแก่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) ทั่วประเทศในการจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์และการก่อสร้างอาคารในโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 (แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2) หรือ SP2 มูลค่า 86,685.61 ล้านบาทว่า งบประมาณก้อนนี้ถือเป็นงบก้อนใหญ่มีทั้งคนดีใจ คนติดตามการใช้และคนที่หาผลประโยชน์ วันนี้พบว่ามีการลงไปปฏิบัติการใน บางพื้นที่จริง รวมทั้งสื่อมวลชนก็เป็นคน แจ้งข่าวให้ทราบ
นายวิทยา กล่าวว่า ตนไม่รู้จักเครื่องมือแพทย์ แค่อ่านชื่อถูกก็บุญแล้วดังนั้นที่มีข่าวว่าตนสั่งล็อกสเปกจึงไม่เป็นความจริง และหากมีใครมาแอบอ้างไม่ว่าที่ปรึกษาหรือคนใกล้ชิด ขอให้กล้ามาบอกหากมีการทุจริตเกิดขึ้น แม้จะเป็นคนใกล้ชิดก็จะส่งให้ ตำรวจดำเนินคดีคงไม่ปกป้อง ส่วนกรณีที่มีใบปลิวอ้างชื่อที่ปรึกษาบางคนก่อนหน้านี้ ที่ปรึกษาคนดังกล่าวได้ส่งข้อความลาออกจากตำแหน่งมาถึงตนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ถือว่าการลาออกมีผลแล้ว
*ตั้งกรรมการ 2 ชุดควานทุจริต
รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงนี้เคยมีบทเรียนมาแล้ว ที่อดีตรมว.สาธารณสุขเข้าคุกเป็นคนแรก ถ้าทุก คนไม่ช่วยตน ตนก็คงเป็นคนที่ 2 ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ นพ.ไพจิตร์ วราชิต ว่าที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุดโดยชุดแรกจะตรวจสอบการจัดซื้อเครื่องทำลายฆ่าเชื้อโรคด้วยระบบแสงอัลตรา ไวโอเลตระบบปิดยูวี
สำหรับคณะกรรมการชุดที่ 2 จะมีตัวแทนประธานชมรมแพทย์ชนบท ประธานชมรมโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ประธานชมรมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขช่วยกันมาดูงบประมาณของกระทรวงและสเปกการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ รวมถึงการก่อสร้างอาคารว่าตรงไหนมีราคาแพงเกินจริงหรือมีบริษัทเดียว ก็ขอให้แก้ไข นอกจากนี้เมื่อจัดซื้อจัดจ้างทุกอย่างได้แล้วจะต้องลงเว็บไซต์ภายใน 3 วัน เพื่อให้ได้เปรียบเทียบราคาจะได้ซื้อของในราคาถูกได้
*ม็อบแดงไล่วิทยาตรวจฉี่หนู
วันเดียวกันที่โรงแรมริมปาว จ.กาฬ สินธุ์ นายวิทยา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงพื้นที่เพื่อร่วมมอบนโยบายการป้องกันและควบคุมโรคเลปโตสไปโรซิส และโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ให้แก่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ทั้งนี้ ระหว่างที่ขบวนรถของคณะนายวิทยาเดินทางผ่านในพื้นที่เทศบาลตำบลโคกศรี ได้พบกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาจอดรถริมถนน เปิดเวทีกล่าวโจมตีรัฐบาล พร้อมโห่ไล่คณะของนายวิทยาตลอดเส้นทาง
*ชง3ทางออกรถเมล์เอ็นจีวี
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 29 ก.ย. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะเสนอ 3 แนวทางหลังจากบอร์ด สศช.ไปพิจารณา เรื่องการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ตามที่ครม. มอบหมายให้ไปศึกษา โดยสรุปมา 3 แนวทาง คือ 1. ให้เช่าหรือซื้อทำด้วยความโปร่งใส มีตัวแทนแต่ละฝ่ายมาร่วมพิจารณา หรือองค์กรที่เป็นกลางเข้ามาช่วยดู 2.ใช้วิธีการเช่า เพราะไม่ต้องเสียดอกเบี้ย และปรับปรุงขสมก.ให้มีประสิทธิภาพ และ 3.เปิดให้ สัมปทานเดินรถ 155 เส้นทาง ซึ่ง ขสมก. จะเสี่ยงน้อยที่สุด.
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)