พี่ชายเผยอาการป่วย "เสี่ยเต้ย" รักษาตัวแค่ 2 วันก่อนตาย สั่งเสียเรื่องทรัพย์สินไว้แล้ว

พี่ชายเผยอาการป่วย "เสี่ยเต้ย" รักษาตัวแค่ 2 วันก่อนตาย สั่งเสียเรื่องทรัพย์สินไว้แล้ว
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

พี่ชายเผยอาการป่วย "เสี่ยเต้ย" จู่ๆ มีอาการอ่อนเพลีย ขาปวดบวม หายใจไม่อิ่ม รักษาตัวแค่ 2 วันก่อนเสียชีวิต  

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี กรณีการจากไปอย่างกะทันหันของ นายสมภาร สุรัญกุล อายุ 40 ปี หรือ เสี่ยเต้ย อดีตสามีเจ๊อ๋อ 90 ล้าน ญาติเผยติดเชื้อในกระแสเลือด หลังป่วยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบบี มานานหลายปี โดยมีเพื่อนๆ จำนวนมาก เข้าไปโพสต์แสดงความความเสียใจในเฟซบุ๊กของเสี่ยเต้ย ซึงญาติได้นำศพจากห้องเก็บรักษาศพ รพ.ศูนย์อุดรธานี ไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่ บ้านเลขที่ 111 ม.4 บ้านคำบอน ต.หนองแสง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านพักของเสี่ยเต้ย

ต่อมาเวลา 13.30 น. ของวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 111 ม.4 บ้านคำบอน ต.หนองแสง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี ญาติพี่น้องของเสี่ยเต้ย ได้กางเต้นท์บริเวณหน้าบ้าน โดยมีชาวบ้านและเพื่อนๆ มาช่วยงานศพ ร่วมแสดงความเสียใจทยอยนำพวงหรีด มาตั้งไว้บริเวณข้างโลงศพ และจะมีการสวดสวดอภิธรรมวันแรกในช่วงค่ำของวันนี้ โดยมีกำหนดการฌาปนกิจศพที่ วัดป่าเทพนิมิต หรือวัดป่าบ้านคำบอนในวันพุธที่ 25 พฤศจิกายน นี้ ส่วน นางวรรณลี ปัญญาใส หรือเจ๊อ๋อ 90 ล้านบาท อดีตภรรยา ไม่สามารถติดต่อได้

นายสนอง สุรัญกุล อายุ 50 ปี พี่ชายคนโตของเสี่ยเต้ย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เสี่ยเต้ยเป็นน้องชายคนสุดท้อง จากพี่น้องทั้งหมด 5 คน เป็นชาย 2 หญิง 3 คน ก่อนที่น้องชายจะเสียชีวิต ป่วยเป็นไข้หวัด แต่รักษาหายแล้ว จากนั้นก็วิ่งออกกำลังกาย เนื่องจากน้องชายเป็นคนชอบวิ่งออกกำลังกาย กระทั่งช่วงค่ำวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา น้องชายบอกว่าเหนื่อยอ่อนเพลีย และนอนไม่ค่อยหลับ ขาทั้งสองข้างเริ่มบวม และมีอาการปวด จึงเอาขาไปแช่น้ำอุ่น และใช้ยาหม่องมานวดและทา จนทำให้ผิวหนังผุผองปวดแสบปวดร้อน  มีอาการหายใจไม่อิ่มติดขัด จึงนำตัวส่ง รพ.หนองแสง ก่อนไปใช้สิทธิประกันชีวิตรักษาต่อที่ รพ.เอกอุดร เวลา 03.00 น. ก่อนส่งตัวรักษาต่อที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี ในช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น

ขณะนั้นยังพูดหยอกล้อตนและนางพยาบาลว่า “เดี๋ยวก็ตายแล้วล่ะ” ซึ่งไม่คิดว่าเป็นคำพูดของน้องชายที่เป็นลางบอกเหตุไม่ดี และย้อนไปเมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตนฝันเห็นพ่อที่เสียชีวิตไปแล้ว อยากกินต้มเปรตปลาไหล ทั้งที่ไม่เคยฝันเห็นพ่อเลยตั้งแต่ท่านจากไปหลายปี และส่วนตัวคิดว่าฝันเป็นลางร้ายบอกเหตุล่วงหน้า

ส่วนทรัพย์สินของน้องชาย เคยบอกให้ตนเป็นคนดูแลจัดการ ซึ่งขณะนี้ตนยังไม่ทราบว่าทรัพย์สินของน้องชายมีอะไรบ้างและจำนวนเท่าไร หลังจากฌาปนกิจศพน้องชายแล้ว ตนและญาติพี่น้องจึงจะตรวจสอบ และอยากให้น้องสะใภ้มาจุดธูปอโหสิกรรมต่อกัน จะได้ไม่มีเวรกรรมต่อกันในชาติหน้า แต่ก็สุดแล้วแต่อดีตน้องสะใภ้