“สมศักดิ์” ส่งตัวแทนรับหนังสือจากม็อบ ย้ำตนไม่มีอำนาจสั่งจับ-ปล่อยตัวแกนนำ

“สมศักดิ์” ส่งตัวแทนรับหนังสือจากม็อบ ย้ำตนไม่มีอำนาจสั่งจับ-ปล่อยตัวแกนนำ
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

"สมศักดิ์" ติดภารกิจมอบปลัด ยธ. - เลขารับหนังสือม็อบแทน ยันกระทรวงแค่ปลายน้ำ ไม่มีอำนาจสั่งจับ-ปล่อยตัวแกนนำ ชี้อยู่ที่การพิจารณาของศาล ยันดูแลผู้ต้องขังตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี เตรียมมายื่นหนังสือถึงบ้านเพื่อถามถึงการจับกลุ่มแกนนำผู้ชุมนุมว่า ต้องขออภัยที่ตนไม่อยู่บ้าน เพราะติดภารกิจงานของกระทรวงยุติธรรม แต่ได้มอบหมายให้ นายวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และ ว่าที่ร.ต.ธนกฤต จิตอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม รับหนังสือแทน ซึ่งตนพอจะได้ทราบประเด็นในข้อสงสัยและได้เตรียมคำอธิบายเอาแล้ว คือ ประเด็นแรก การจับตัวหรือการปล่อยตัวแกนนำอยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม ซึ่งสำนักงานศาลยุติธรรมได้แยกออกเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การพิจารณาคดีต่างๆ รวมถึงคดีอาญาย่อมอยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาล กระทรวงยุติธรรมจะมีบทบาทดำเนินการบังคับตามคำพิพากษาของศาล โดยขั้นตอนการดำเนินคดีอาญา การออกหมายจับ เป็นกรณีที่ตำรวจจะต้องไปขออำนาจศาลดำเนินการทั้งสิ้น เมื่อผู้ถูกจับอยู่ในการควบคุมของตำรวจแล้ว ตำรวจจะนำตัวมาส่งศาลในเขตอำนาจ

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การสั่งควบคุมตัวระหว่างดำเนินคดีอยู่ในอำนาจของศาลเช่นกัน โดยบุคคลเหล่านี้จะอยู่ในการควบคุมดูแลของเรือนจำหากไม่ได้รับการปล่อยตัว ส่วนจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่ ย่อมเป็นอำนาจของศาล รมว.ยุติธรรม ไม่มีอำนาจสั่งการ จนกว่าศาลจะมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยศาลจะมีหมายปล่อยไปยังเรือนจำ แต่หากไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวทางกรมราชทัณฑ์มีมาตรการควบคุมตัวตามมาตรฐานสากล ไม่มีการเลือกปฏิบัติ หากพบการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย บุคคลเหล่านี้ย่อมใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลพิจารณาตรวจสอบ สามารถให้ทนายความดำเนินการดังกล่าวแทนได้

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า การถูกจับกุมของแกนนำสืบเนื่องจากการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 หรือประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี การดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำความผิดตามพ.ร.บ. และ พ.ร.ก. ดังกล่าวอยู่ในอำนาจของตำรวจ ในเขตพื้นที่ที่มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ซึ่งการดำเนินคดีกับแกนนำผู้ชุมนุมดำเนินคดีตามคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ภายใต้ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 หรือ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ซึ่งมีโทษทางอาญา

“ผมในฐานะเป็นกระทรวงปลายน้ำ กำกับดูแลกรมราชทัณฑ์ สิ่งที่ตนทำได้ดีที่สุด คือการดูแลผู้ต้องขังไม่ให้ถูกทำร้ายภายในเรือนจำ ซึ่งผมได้เข้าตรวจสอบด้วยตัวเอง ให้ดูแลผู้ต้องขังทุกคนตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล ยึดมั่นในความถูกต้อง ยืนยันว่าเราปฏิบัติตามหลักของสากล จนถูกอีกฝ่ายโจมตีด้วยซ้ำ ผมยืนยันว่าเราปฏิบัติกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกันตามหลักสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะฝ่ายไหนหรือคดีอะไร ผมทำหน้าที่ตามหลักความยุติธรรม ” นายสมศักดิ์ กล่าว