คนรอดชีวิตเล่านาทีระทึก ท่อส่งก๊าซระเบิด สุดสลดผู้เสียชีวิตเป็นหญิงชรา-ผู้ป่วยติดเตียง

คนรอดชีวิตเล่านาทีระทึก ท่อส่งก๊าซระเบิด สุดสลดผู้เสียชีวิตเป็นหญิงชรา-ผู้ป่วยติดเตียง
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ชาวบ้านเล่านาทีท่อส่งก๊าซระเบิด เปลวไฟพุ่งสูงท่วม ร้อนแสบผิว ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงชรา-ผู้ป่วยติดเตียง อีกรายเป็นคนงานในแคมป์

(23 ต.ค.63) เวลา 14.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์ท่อส่งก๊าซขนาดใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เมตร ของบริษัท ปตท. ซึ่งวางแนวท่อส่งก๊าซมาตามแนวใต้เสาส่งไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ได้เกิดระเบิดขึ้นมีเสียงดังต่อเนื่องหลายครั้ง เมื่อเวลา 13.05 น. ที่บริเวณด้านข้างโรงพัก สภ.เปร็ง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ก่อนที่จะมีเปลวเพลิง ซึ่งเป็นลูกไฟขนาดใหญ่มหึมาลุกท่วมสูงนับร้อยเมตร และมีความร้อนพร้อมสะเก็ดเปลวไฟ แผ่ปกคลุมออกไปไกลเป็นวงกว้างในรัศมีกว่า 500 เมตร

พร้อมกันนั้นยังมีเศษท่อและดินโคลนจากแรงระเบิดปลิวลอยฟุ้งไปในอากาศ จนทำให้เสาส่งไฟฟ้าแรงสูงขนาดใหญ่เสียหายไปจำนวน 1 ต้น สายระบบส่งกำลังไฟฟ้าขาด ร้านค้า บ้านเรือนชาวบ้านจำนวนกว่า 20 หลังคาเรือนได้รับความเสียหาย รถยนต์และรถจักรยานยนต์ถูกเพลิงลุกไหม้มากกว่า 50 คัน 

ขณะที่ นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ รองผู้ว่าราชการ จ.สมุทรปราการ ซึ่งเดินทางมาในที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบถึงความเสียหายและสาเหตุที่เกิดขึ้น แต่เบื้องต้นได้รับรายงานว่าพื้นที่ในบริเวณนี้เป็นเซฟตี้โซน ไม่มีทั้งก๊าซรวมถึงไฟด้วย ขณะนี้ได้สั่งการให้ตั้งศูนย์ในการเยียวยาช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนภายในบริเวณวัดเปร็งราษฎร์บำรุง ที่อยู่ใกล้ประมาณ 100 เมตรแล้ว

โดยมีบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งหลัง ประมาณ 4 หลังคาเรือน ส่วนหลังอื่นๆ ที่อยู่ห่างไกลออกไปนั้น ได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย และยังมีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ถูกไฟไหม้ รวมถึงสถานีตำรวจ สภ.เปร็ง ด้วย 

ด้าน พ.ต.อ.ชูตระกูล ยศมาดี รอง ผบก. ภ. จว.สมุทรปราการ ซึ่งเดินทางมายังในที่เกิดเหตุกล่าวว่า รัศมีของเปลวเพลิงที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียงนั้น ไปไกลประมาณ 500 เมตร ส่วนรัศมีของกลิ่นก๊าซและควันไฟนั้นจะส่งผลกระทบไปไกลถึงกว่า 1 กม. 

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากชาวบ้านพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ว่า มีผู้เสียชีวิตจำนวน 3 ราย โดยเป็นหญิงชราวัย 85 ปี ซึ่งมีบ้านเรือนใกล้เคียงที่เกิดเหตุหลังแรก ถูกแรงระเบิดจนตัวปลิวกระเด็นออกมาเสียชีวิตยังภายนอกตัวอาคารของบ้านพัก 1 ราย และมีหญิงชราที่ป่วยติดเตียงวัย 76 ปีเสียชีวิตอยู่ในบ้านพักหลังที่ 2 อีก 1 ราย

นอกจากนี้ยังมีคนงานในแคมป์คนงานก่อสร้างหลวงชนบท ฉช.3001 (ฉะเชิงเทรา-อ่อนนุช) ไม่ทราบเพศและอายุ เสียชีวิตอีก 1 ราย อยู่ภายในแคมป์คนงาน โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์นี้ 3 ราย

ด้าน นายมานะ อายุ 48 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านใกล้ที่เกิดเหตุ เล่าเหตุการณ์ในระหว่างประสบเหตุว่า ตนเองเป็นช่างซ่อมรถ เพิ่งจะรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ และกำลังจะก้มนั่งลงแช่ชามข้าวอยู่บริเวณหน้าบ้าน ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 13.05 น. จึงลุกยืนหันหน้าไปดูและพบว่ากำลังมีเปลวเพลิงลุกไหม้เป็นลูกไฟขึ้นมา

และเริ่มมีไอความร้อนตามมาจากเปลวเพลิง ที่ร้อนจัดมากมากระทบผิวหนังจนรู้สึกได้ จึงได้พากันวิ่งหลบหนีตาย ออกไปจากบ้านพร้อมด้วยน้องสาวของภรรยา ก่อนที่จะไปหลบซ่อนตัวกันที่ด้านหลังของโรงยิมฯ ในโรงเรียน จึงไม่ได้รับอันตรายจากเหตุที่เกิดขึ้น แต่บ้านเสียหายเกือบหมดทั้งหลัง 

ด้าน นายสุรเดช อายุ 29 ปี เจ้าของร้านก๋วยจั๊บริมทางหลวงชนบท สาย ฉช.3001 ฉะเชิงเทรา-อ่อนนุช ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุ ตนพร้อมด้วยภรรยากำลังขายก๋วยจั๊บอยู่ภายในร้าน ซึ่งมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการประมาณ 5-6 คน จากนั้นเมื่อเวลาประมาณบ่ายโมงเศษ ตนได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นต่อเนื่องหลายครั้ง

ซึ่งครั้งแรกเข้าใจว่ายางรถบรรทุกระเบิด แต่ได้สังเกตเห็นเปลวเพลิงเริ่มลุกวาบขึ้นเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ และมีไอความร้อนสูงกระทบมาจนถึงผิวหนัง ซึ่งรู้สึกร้อนจัดมาก จึงได้พากันวิ่งหลบหนีออกไปทางหลังบ้านพร้อมด้วยลูกค้าทั้งหมด ไปจนสุดเส้นทางจนถึงลำคลองที่กั้นระหว่าง จ.ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ ประมาณ 200-300 เมตร ซึ่งมีน้ำขวางอยู่ แต่ไอความร้อนยังตามไปถึง และเบาลงมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยตนยังรู้สึกแสบร้อนที่แผ่นหลังด้วย

ส่วนมารดาของตนซึ่งกำลังทำงานอยู่หลังบ้าน และบิดาของตนกำลังทำงานอยู่ข้างบ้าน ได้วิ่งหลบหนีไปได้ช้ากว่า จึงได้ทำให้ผิวหนังถูกเปลวเพลิงลวกได้รับบาดเจ็บทั้งสองราย โดยลูกไฟขนาดใหญ่ที่ระเบิดลุกไหม้เหนือท้องฟ้านั้น ลุกไหม้อยู่ประมาณ 30 นาทีจึงเริ่มสงบลง จากนั้นจึงได้พากันเดินกลับเข้ามาดู และพบว่ากระจกร้านซึ่งเป็นห้องปรับอากาศแตก รถยนต์เก๋งที่จอดอยู่ในบ้านได้รับความเสียหาย โดยส่วนที่เป็นขอบยาง และคันชนละลายไปทั้งชิ้น 2 คัน และเหี่ยวย่นเสียหายอีก 1 คัน ขณะที่รถเก๋ง และรถตู้ของลูกค้าที่จอดอยู่บนถนนหน้าร้าน ต่างได้รับความเสียหายไปด้วย 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ได้เกิดเปลวเพลิงประทุขึ้นซ้ำอีก ที่บริเวณปากปล่อง ของท่อส่งก๊าซ ที่เพิ่งจะระเบิดขึ้นมาจากพื้นดินเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนที่มาเฝ้าคอยสังเกตการณ์ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ และหน่วยกู้ภัย ต่างพากันวิ่งกระเจิงออกมาจากบริเวณที่เกิดเหตุ พร้อมส่งสัญญาณเตือนภัยให้แก่ผู้คนร่นถอยกันออกมาจากที่เกิดเหตุกันอย่างอลหม่านอีกครั้ง แต่โชคดีที่ไม่ได้มีเหตุการณ์เปลวเพลิงกลับมาลุกไหม้ขึ้นอย่างรุนแรงอะไรมากนัก หลังผ่านไปประมาณ 5 นาที ทาง จนท.จากบริษัทฯ ผู้ดูแลท่อก๊าซ ได้ทำการควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้อีกครั้ง