"แมท ภีรนีย์" เปิดใจ 2 ปีที่ไม่เคยพูด เผชิญหน้าเกรียนคีย์บอร์ด พร้อมให้อภัย แต่ไม่ยอมความ

"แมท ภีรนีย์" เปิดใจ 2 ปีที่ไม่เคยพูด เผชิญหน้าเกรียนคีย์บอร์ด พร้อมให้อภัย แต่ไม่ยอมความ

ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก สำหรับนางเอกสาวชื่อดัง แมท-ภีรนีย์ คงไทย หลังจากที่ต้องอดทนใช้ชีวิตอยู่กับถ้อยคำด่าทอนับไม่ถ้วน จากเกรียนคีย์บอร์ดในโลกออนไลน์มานานกว่า 2 ปีเต็ม 

โดยหลังจากที่ แมท ภีรนีย์ และ ทนายนิด้า ศรันยา หวังสุขเจริญ ได้ทำการพูดคุยกับคู่กรณีในขั้นตอนไต่สวนมูลฟ้องครั้งแรก ณ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก แล้วเสร็จ ทั้ง 3 คนก็ได้ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนต่อไปในการดำเนินคดี รวมถึงความตั้งหลักที่ แมท ภีรนีย์ อยากจะสร้างให้เป็นบรรทัดฐานใหม่ของสังคม ถึงขอบเขตที่เหมาะสมในการวิพากษ์วิจารณ์ศิลปินดารา

แมท - "จริงๆ ที่ผ่านมาแมทเองก็ไม่เคยพูดถึงความตั้งใจเลยนะคะ แต่วันนี้ก็ต้องขออนุญาตแถลงให้ทุกคนที่รอดูรอฟังได้เข้าใจว่า เอ่อ..จริงๆ เราก็มีเจตนา คืออยากให้เป็นบรรทัดฐานมากกว่าและต้องการอย่างเดียวก็คือ ต้องการพิสูจน์ให้เห็นความจริงว่า สิ่งที่มันเป็นข่าวที่ผ่านมาตลอด 2 ปี มันไม่มีความจริงเลยแม้แต่น้อย เราเป็นผู้ถูกกระทำมาตลอด เราจึงอยากได้ความเป็นธรรมบ้างก็เท่านั้นเองว่าเรื่องจริงมันคืออะไร"

แมท - "วันนี้ก็ได้มาเจอกับน้องครั้งแรกเหมือนกันค่ะ แต่จริงๆ น้องเคยโทรมาหาคุณแม่หลายทีแล้ว โทรมาหาพี่ทนายนิด้าด้วยเช่นกันค่ะ ก็ในส่วนที่มีข่าวออกไปว่าเราเรียกร้องค่าเสียหาย 1 ล้านบาท อันนี้พูดง่ายๆ บ้านๆ จากใจจริงเลยนะคะ ก็คือเราอยากเรียกให้มันสมกับชื่อเสียง การศึกษา หน้าที่การงานทางสังคมที่ได้สูญเสียไปมาโดยตลอด แต่ก็อย่างที่บอกค่ะว่าคงไม่ได้ถึงขนาดนั้น เราเองก็เห็นใจน้องเขาเช่นกัน เพราะคงไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกของน้องเขาได้เท่าแมท สิ่งที่น้องเขาเจอตอนนี้ไม่ว่าจะเจ็บปวดทางด้านไหน แมทเองก็เคยผ่านมาแล้ว (เสียงสั่น) ก็...แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยากให้มันผ่านกระบวนการศาล ให้มันเป็นจริงเป็นจัง เพื่อที่จะได้เป็นการสร้างบรรทัดฐานขึ้นมาใหม่ โอเคค่ะ เราเป็นดารานักแสดงก็จริง เราจำเป็นต้องยอมรับกับคำวิพากษ์วิจารณ์ แต่ว่าเราก็อยากให้มันอยู่บนความเป็นจริงเช่นกัน อย่าเชื่อข่าว หรืออย่าพูดคุยด่าทอกันให้มันเสียหายหรือสนุกปากอย่างที่มันเกิดขึ้นกับแมท แมทเชื่อว่าทุกคนเห็นชัดอยู่แล้วว่ามันกระทบมากแค่ไหนค่ะ"

แมท - "แมทไม่เคยออกมาฟ้องนะคะว่า แมทไม่สวย แมทเล่นละครไม่ดี เพราะถ้าเป็นแบบนั้นแมทน้อมรับด้วยความเต็มใจเสมอ แต่ว่าอะไรที่มันมากเกินกว่านั้น แมทก็อยากให้ทุกคนมีสติในการเสพข่าว เราได้รับสารอะไรมาเราก็ลองดูก่อนสิ ชั่งใจก่อนไหมว่าเรื่องจริงมันเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน เราลองรอเวลาก่อน และถ้าหากมันพิสูจน์มาว่าเป็นความจริงก็ค่อยมาว่ากันอีกทีก็ได้"

ณ วันนี้ดูเราเองก็ยังเจ็บปวดกับคำพูดเหล่านั้นอยู่ ?
แมท - "เสมอค่ะ"

พอจะบอกได้ไหมว่าคู่กรณีโพสต์ข้อความอะไรถึงเราในวันนั้น ?
แมท - "ถามน้องเองดีกว่าค่ะ แต่จริงๆ แมทก็ไม่อยาก คือ...อย่างนี้มันก็เป็นคำถามที่เราเองก็รู้ว่าน้องเขาก็เจ็บปวดด้วย ถ้ามันออกไปเป็นข่าวมันก็จะไม่จบ คือทุกครั้งตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ถามว่าทำไมแมทถึงอยู่นิ่งๆ เงียบๆ และขนาดแมทเงียบขนาดนี้ 365 วันที่ผ่านมา ก็ยังไม่เคยไม่มีวันไหนที่ไม่มีข่าวแมทเลย จะบอกว่าแมทพูดเกินไปหรือเปล่าก็ไปย้อนดูข่าวว่ามันเป็นอย่างที่แมทพูดจริงหรือเปล่า คือแมทไม่อยากให้มาทำร้ายกัน แมทแค่อยากสร้างบรรทัดฐานใหม่มากกว่า อยากให้ทุกคนก้าวผ่านกำแพงอะไรก็ตาม คือมันต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงสักทีแล้ว"

ความตั้งใจที่มาเจอกันในวันนี้คืออะไร ?
คู่กรณี - ตั้งใจที่จะมาขอโทษคุณแม่กับพี่เขาค่ะ (ยกมือไหว้) เราเองก็ยอมรับผิดที่เราโพสต์ไปแบบนั้น ตื้นลึกหนาบางเราเองก็ไม่ได้รู้เลยว่าความจริงมันเป็นยังไง เหมือนเราเสพข่าวเพียงแค่ไม่กี่บรรทัดและเราก็เอาไปตีความต่อเองว่าเขาต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ตัดสินเขาไปตามเนื้อข่าว จริงๆ ก็ได้ขอโทษคุณแม่ไปแล้ว และก็เข้าใจความรู้สึกของเขาแล้ว เพราะเราก็เป็นอยู่ ณ ตอนนี้"

ข้อตกลงในวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง ?
ทนาย - "วันนี้เป็นการนัดไต่สวนมูลฟ้องนะคะ ก็คือหลังจากที่เราได้ยื่นฟ้องน้องเขาเอาไว้ ฉะนั้นวันนี้จึงเป็นขั้นตอนที่ศาลจะได้ดูว่าเรื่องราวที่แมทนำมาฟ้องเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า เป็นการแกล้งฟ้อง แกล้งกล่าวหาเขาหรือเปล่า ซึ่งหลังจากวันนี้ศาลก็จะนัดฟังคำสั่งในวันที่ 3 พฤศจิกายน และในวันนั้นถ้าศาลคิดว่าคดีมันมีมูลว่าแมทไม่ได้เอาเรื่องเท็จมาฟ้อง ข้อความที่เกิดขึ้นมันเป็นความเสียหายจริง ศาลประทับฟ้องและพิจารณา ศาลก็จะส่งหมายไปที่น้องเขา และเมื่อถึงวันนั้นน้องก็จะตกเป็นจำเลย พร้อมกับต้องหาเงินประกันตัว หรืออาจจะต้องจัดหาทนายในการสู้คดี ถ้าประสงค์ที่จะสู้คดีนะคะ แต่ว่าในเบื้องต้นเท่าที่คุยกันมาตลอดจนถึงวันนี้ น้องเขาก็บอกว่าเขารับทราบถึงการกระทำของตัวเองทั้งหมด และที่คุยกันในศาลวันนี้ ทั้งแมทและคุณแม่ถามว่าโกรธเคืองน้องไหม คือทั้งสองให้อภัยไปหมดแล้วนะคะจริงๆ แต่ถ้าถามต่อว่าแล้วทำไมคดีนี้ถึงต้องมูฟออนต่อไป อันนั้นก็เป็นเพราะว่า ปัญหานี้มันเป็นปัญหาสังคม ซึ่งแมทเขาอยากที่จะสร้างบรรทัดฐานให้เกิดขึ้นกับสังคมต่อไป เพื่อที่ทุกคนจะได้คำตอบสักทีว่าดาราสามารถถูกวิจารณ์ได้ไหม และแบบไหนถึงจะเรียกว่าเป็นการวิจารณ์ ซึ่งเราก็อยากที่จะสร้างบรรทัดฐานตรงนั้นต่อไป ทั้งกับตัวของ แมท ภีรนีย์ และกับศิลปินดาราท่านอื่นๆ ด้วย"

ขอบเขตในการวิพากษ์วิจารณ์ดารามีมากน้อยแค่ไหน ?
ทนาย - "ขอบเขตในการวิจารณ์ก็คือ อย่างเช่น ถ้าหากเขาเป็นนักแสดงก็ให้ดูที่บริบทเขาก่อน อันนั้นเราก็ติชมไปสิ ถ้าเขาเล่นแข็ง เล่นไม่ได้ สื่อสารอารมณ์ไม่ได้ หรือเรื่องการแต่งตัว วันนี้เขาอาจจะแต่งตัวไม่สวย แบบนี้โอเคเพราะดารานักแสดงมันขึ้นอยู่กับความสวยความงาม แต่ถามว่ามันควรไหมมันก็ไม่ควร แต่เราเชื่อว่าดาราทุกคนยอมรับในจุดนั้นได้ จะสวยหรือไม่สวย จะหุ่นดีหรือไม่ดี อะไรต่างๆ พวกนี้ยอมรับได้ แต่ถ้าเป็นอย่างอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริบทที่เขาเป็นอยู่อย่างเช่น เรื่องส่วนตัวที่ไม่ได้เป็นประโยชน์กับสังคมใดๆ ก็ไม่อยากจะให้มีการวิจารณ์ รวมถึงเรื่องครอบครัว เรื่องพ่อแม่พี่น้อง ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริบทอะไรที่เขาเป็นอยู่ จริงๆ เราเชื่อว่าหลายๆ ท่านรู้ว่าอะไรคือขอบเขต เพียงแต่ว่าอาจจะไม่มีความยับยั้งชั่งใจเท่านั้นเองค่ะ"

มีแนวโน้มไหมที่เราจะให้อภัยและถอนฟ้อง ?
แมท - "ถอนฟ้องไม่ได้หรอกค่ะ เพราะเขาประทับรับฟ้องไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างที่บอกเราก็คงต้องไกล่เกลี่ยกันและก็เยียวยากันเรื่องบทลงโทษ เพราะแมทก็ไม่ได้ต้องการเอาเงิน แมททำงานหาเงินมาด้วยตัวเองตลอด ฉะนั้นเรื่องเงินไม่ได้มีปัญหาอะไรกับแมทเลย เพียงแต่แมทแค่อยากให้ทุกคนรับทราบว่าบรรทัดฐานมันควรจะมีขอบเขตแค่ไหน การเสพข่าวแมทเองก็พูดอยู่เสมอว่าให้พอเหมาะพอควร และก็ฝากถึงสื่อหลายๆ ท่านด้วยนะคะ สนุกได้ค่ะแมททราบว่านี่คือวงการบันเทิง แต่ขอให้เอาแค่พอประมาณ อย่าต้องให้ถึงกับคนคนหนึ่งเขาต้องสูญเสียอะไรหลายๆ อย่างเลย ทั้งด้านจิตใจหรืออะไรก็แล้วแต่ เห็นไหมคะว่าแมทมาวันนี้แมทเองก็ทุกข์ คนถูกฟ้องก็ทุกข์ คนรอบตัวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทุกคนทุกข์หมดเลย ไม่มีใครแฮปปี้ ไม่มีใครสนุกไปกับเหตุการณ์นี้เลยค่ะ แมทเชื่อว่าคงไม่มีใครชอบอยู่แล้ว"

ทนาย - "จริงๆ คดีนี้เป็นคดีที่ยอมความได้นะคะ สามารถถอนฟ้องได้ตลอดเวลา เพียงแต่ว่าในวันนี้แมทเขาได้ตัดสินใจแล้วที่จะต้องการฟังคำพิพากษาของศาลเพื่อนำมาเป็นบรรทัดฐานให้กับสังคม ว่าการที่กระทำแบบนี้บนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดมันมีราคาค่างวดที่จะต้องจ่าย ซึ่งในที่นี้เราไม่ได้หมายถึงแค่ตัวเงิน แต่เราหมายถึงโทษ หมายถึงค่าปรับที่จะต้องชำระให้ศาลด้วย ฉะนั้นความหมายของแมทมันจึงเลยจุดของการถอนฟ้องกันในเวลานี้แล้ว มันไม่ใช่เรื่องของการยอมความไม่ได้"

แมท ภีรนีย์ พร้อมทนายความ และคู่กรณี

ตอนนี้ยื่นฟ้องไปมากน้อยแค่ไหน ?
ทนาย - "ประมาณ 11 ค่ะ ซึ่งในเคสถัดไปศาลจะนัดไต่สวนมูลฟ้องช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า แต่สำหรับเคสนี้ศาลนัดฟังคำสั่งไต่สวนมูลฟ้อง ในวันที่ 3 พฤศจิกายนค่ะ"

คิดว่าจะมีเพิ่มเติมกว่านี้อีกไหม ?
ทนาย - "คิดว่าคงยังมีอยู่อีกสักประมาณหนึ่ง ตอนนี้ก็ยังดูความเหมาะสมกันอยู่ว่าจะประมาณไหน แต่คิดว่ายังมีเพิ่มเติมอีกสักประมาณหนึ่งค่ะ"

ตามจำนวนที่บอก 11 คน ได้มีการโทรมาขอโทษครบทุกรายแล้วหรือยัง ?
ทนาย - "ยังนะคะ ยัง"

ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ที่เราโดนต่อว่า เราคิดว่าต้องชดใช้แค่ไหนถึงจะเหมาะสม ?
แมท - "ให้ศาลท่านเป็นผู้พิจารณาดีกว่าค่ะ แต่ถ้าเป็นส่วนของจิตใจแมทโอเคมาตั้งนานแล้ว แมทไม่ได้ติดใจหรืออยากเอาความแล้ว แต่ก็อย่างที่บอกแมทแค่อยากให้มันเป็นบรรทัดฐานเท่านั้นเอง"

มีศิลปินดาราหลายท่านยกให้เราเป็นไอดอลที่ตั้งใจจะทำหน้านี้ให้ถึงที่สุด ?
แมท - "ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ แต่ที่ผ่านมาแมทเองก็ได้รับข้อความค่อนข้างเยอะเหมือนกันจากนักแสดงหลายๆ ท่าน ซึ่งเราก็ไม่เคยทราบเลยว่าเขาเองก็โดนคุกคามขนาดนี้"

เราอยากจะบอกอะไรกับคนที่ยังคอมเมนต์เกินขอบเขตอยู่ไหม อยากให้เขากลับตัวกลับใจหรือเปล่า ?
แมท - "มันไม่ใช่เรื่องของการกลับตัวกลับใจค่ะ แมทเข้าใจค่ะว่าการที่เราเป็นดารา การที่เขาเห็นเราเล่นละครในทีวี เขาก็อาจจะคิดว่าเขามีสิทธิ์ในตัวเราทั้งในแง่ของการชื่นชมในแง่ของการสนับสนุน รวมถึงแมทเข้าใจเวลาที่ทุกคนมีความอินและรู้สึกไปกับข่าว แต่อย่างที่บอกค่ะว่าก่อนที่จะเชื่ออะไรก็อยากจะให้ชั่งใจสักนิดหนึ่ง ดูว่ามันเป็นไปได้มากน้อยขนาดไหน อย่าไปเชื่อสิ่งที่ข่าวนำเสนอออกไปซะทั้งหมดค่ะ"