ฉกอีกตู้เซฟพ่อค้าเพชรร่วมงานเมืองทองสูญ6ล.

โผล่อีกรายแก๊งฉกเพชรงานบางกอกเจมส์แอนด์จิวเวอรี่แฟร์ครั้งที่ 44 ที่เมืองทองธานี คราวนี้บุกโรงแรมยกตู้เซฟเงินสดเสี่ยหนุ่มพ่อค้าเพชรสิงค์โปร์สูญทรัพย์สินไปกว่า 6 ล้านบาท ขณะที่ตำรวจเตรียมออกหมายจับแก๊ง หลังวงจรปิดมัด เพิ่งฉกเพชรกว่า 65 ล้านกลางงานแฟร์เมืองทองวันสุดท้าย คาดทั้งหมดเป็นแก๊งเดียวกัน
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 กันยายน นายเซน ซิงเซี่ย อายุ 27 ปี ชาวสิงคโปร์ เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.เอกมันต์ ลือเรือง พนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ว่า ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนขโมยตู้เซฟที่มีเงินสด ทั้งเงินไทยและเงินดอลลาร์สหรัฐ รวม 6 ล้านบาท ซึ่งเป็นในตู้เซฟของโรงแรมแห่งหนึ่งย่าน อ.ปากเกร็ด และเงินดังกล่าวเป็นเงินที่ได้จากการนำเครื่องเพชรและอัญมณีมาออกแสดงในงานบางกอกเจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่ แฟร์ ครั้งที่ 44 ซึ่งจัดขึ้นที่อาคารชาลเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 งานเพิ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา
นายเซน ให้การว่า พักอยู่ที่ห้องพักหมายเลข 754 ของโรงแรมดังกล่าว โดยเข้าพักตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา และวันสุดท้ายของงานแสดงเครื่องเพชร หลังจากจัดการแพ็กกิ้งส่งเครื่องเพชรที่นำมาแสดงกลับไปยังประเทศสิงคโปร์แล้ว ก็เดินทางกลับมาพักที่โรงแรมช่วงเย็น จากนั้นจึงเช่าตู้เซฟหมายเลข 6 ของโรงแรมเพื่อเก็บเงินสด ซึ่งเป็นห้องเก็บตู้เซฟอยู่ด้านข้างของเคาน์เตอร์โรงแรม เพราะเกรงว่าหากนำติดตัวไว้ในห้องนอนจะไม่ปลอดภัย
นายเซน ให้การต่อว่า หลังจากนั้นก็เข้าห้องพักผ่อน เพื่อเตรียมเดินทางกลับประเทศสิงคโปร์ในตอนสายๆ ของอีกวัน ปรากฏว่า เมื่อมาที่ห้องตู้เซฟ พบว่าตู้เซฟเบอร์ 6 ของตนหายไป จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่โรงแรมมาช่วยดู ก็รู้ว่าตู้เซฟถูกคนร้ายโจรกรรมไปแล้ว จึงโทรปรึกษากลุ่มเพื่อนนักธุรกิจที่ค้าเพชรคนไทยให้ช่วยพาเข้าแจ้งความ หากสามารถติดตามนำทรัพย์สินกลับคืนมาได้จะมอบรางวัลให้ผู้ที่ชี้เบาะแสด้วย
ต่อมา พ.ต.ต.ภูษิต ร่มไทร สว.สส.สภ.ปากเกร็ด พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง เดินทางมาตรวจสอบยังที่เกิดเหตุและสอบปากคำพนักงานโรงแรม ทราบว่า ตู้เซฟดังกล่าววางเรียงรายซ้อนกันเป็นชั้น ไม่ได้ฝังติดกับกำแพง ปรากฏว่ามีชาวต่างชาติกลุ่มหนึ่งลักษณะคล้ายแขกขาว ประมาณ 4 คน ขับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีขาว เข้ามาทำทีขอเปิดห้องพัก อ้างชื่อว่า นายซัลวาตอเร เป็นชาวอิตาลี พร้อมกับจ่ายเงิน 2,800 บาท เป็นค่าเปิดห้อง เมื่อพนักงานนำกุญแจที่พักมาให้และขอดูชื่อจากพาสปอร์ต นายซัลวาตอเรกลับอ้างว่า พาสปอร์ตอยู่ที่แฟน ซึ่งกำลังเดินทางมาที่โรงแรม ก่อนจะขอพนักงานโรงแรมให้เปิดตู้เซฟเพื่อนำทรัพย์สินไปเก็บ
จากนั้นกลุ่มนายซัลวาตอเรได้ฉวยจังหวะที่พนักงานของโรงแรมเผลอ ช่วยกันยกตู้เซฟขึ้นรถเก๋งออกไป โดยไม่ได้เข้าพักทั้งๆ ที่จ่ายเงินค่าห้องไว้แล้ว ซึ่งตำรวจจะเร่งสเก็ตช์ภาพ รูปพรรณสัณฐานของคนร้ายรายนี้ เพื่อออกหมายจับต่อไป คาดว่าจะเป็นขบวนการที่เชื่อมโยงกับการโจรกรรมเครื่องเพชรในงานแสดงเพชรและอัญมณีที่ก่อเหตุก่อนหน้านั้น
ก่อนหน้านั้น เมื่อคืนวันที่ 19 กันยายน นายอภิวัฒน์ ติยะสุขสวัสดิ์ อายุ 25 ปี เข้าแจ้งความต่อตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ว่า ได้นำเครื่องเพชรและอัญมณีมาออกบูธงานบางกอกเจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่ แฟร์ ครั้งที่ 44 ที่อาคารชาลเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี โดยช่วงเย็นซึ่งเป็นวันสุดท้ายของงาน ได้เอาเครื่องเพชรและอัญมณีเก็บใส่กล่องสเตนเลส ฝากมารดาที่มาช่วยเฝ้าร้านพร้อมน้องสาวไว้ ส่วนตนเดินชมงานแสดงสินค้าฝั่งตรงข้าม
นายอภิวัฒน์กล่าวว่า เมื่อเดินกลับมาที่บูธมารดาบอกว่า ถูกคนร้ายเป็นชาวต่างชาติลักษณะคล้ายแขก ทำทีเข้ามาดูสินค้าในร้าน ก่อนจะฉวยโอกาสตอนไม่ทันระวังตัวคว้ากล่องสเตนเลสที่บรรจุเครื่องเพชรกับอัญมณีไป โดยทรัพย์สินมีค่าที่ถูกคนร้ายโจรกรรมไปมีมูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท ได้แก่ แหวนเพชร 60 วง ตุ้มหูเพชร 10 คู่ สร้อยเพชร 4 เส้น กำไล 8 อัน สร้อยข้อมือ 20 เส้น และจี้เพชร 5 อัน
ต่อมาตำรวจได้รับแจ้งจากนายโมฮาเหม็ด เฟโรส อายุ 51 ปี เจ้าของร้านภูมิไดมอนด์ ที่นำเครื่องเพชรมาแสดงในงานเดียวกันกับนายอภิวัฒน์ ว่าถูกคนร้ายฉกเครื่องเพชรที่บรรจุไว้ในกระเป๋ามูลค่าประมาณ 15 ล้านบาทไป ขณะกำลังเก็บของขึ้นรถกระบะที่ลานจอดรถใต้อาคารชาลเลนเจอร์ โดยรายนี้พบว่า ผู้ต้องสงสัยมีลักษณะเหมือนชาวอาหรับ มีไม่น้อยกว่า 5 คน เฝ้าติดตามประกบผู้เสียหายก่อนลงมือ โดยทั้งสองเหตุการณ์น่าจะเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน
ความคืบหน้าล่าสุด ตำรวจที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจกองปราบปราม ชุดสืบสวนภูธรภาค 1 และชุดสืบสวน สภ.ปากเกร็ด ได้ร่วมกันประชุมวางแผนในการติดตามตัวกลุ่มคนร้ายแล้ว พร้อมกับเตรียมออกหมายจับคนร้ายที่ได้ภาพจากกล้องวงจรปิด
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

