มท.ภ.2ลั่นพร้อมยิงโต้ถ้าเขมรเปิดฉากยิงก่อน

มท.ภ.2ลั่นพร้อมยิงโต้ถ้าเขมรเปิดฉากยิงก่อน

มท.ภ.2ลั่นพร้อมยิงโต้ถ้าเขมรเปิดฉากยิงก่อน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ ลั่นจะยิงตอบโต้ทันทีถ้ากัมพูชาเปิดฉากยิงใส่ก่อน ไม่อยากให้เกิด พธม.บุรีรัมย์พร้อมไปสมทบ เลขารมว.กษิต วอนเขมรเข้าใจ

ที่นครราชสีมา พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงสถานการณ์ที่ชายแดนไทยกัมพูชาบริเวณเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ ศรีสะเกษ ซึ่งฝ่ายกัมพูชาได้มีการเตรียมกองกำลังพร้อมอาวุธหนักรับสถานการณ์หากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) เข้าไปยังพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร ก็จะเปิดฉากยิงทันที

โดยแม่ทัพภาคที่ 2 ของไทย กล่าวว่าจนถึงตอนนี้เท่าที่ได้รับรายงานมากลุ่มมวลชนต่างๆ ที่จะเดินทางเข้าไปในบริเวณพื้นที่ทับซ้อนนั้นยังไม่มีการเคลื่อนไหวเข้าไป ทั้งหมดยังอยู่ภายในพื้นที่ตัวจังหวัดศรีสะเกษ และอ.กันทรลักษ์ ส่วนการเตรียมความพร้อมในบริเวณพื้นที่ทับซ้อนก็มีกำลังทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 3 ตรึงกำลังเพื่อไม่ให้กลุ่มพันธมิตรเข้าไปในพื้นที่อย่างเข้มงวดอยู่แล้ว

ส่วนกรณีฝ่ายกัมพูชาขู่จะยิงปืนใหญ่ หากมีคนไทยบุกเข้าไปในเขตกัมพูชานั้น พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ กล่าวว่า หากประชาชนหลุดเข้าไปถึงบริเวณที่มีกำลังทหารเผชิญหน้ากันอยู่อาจจะเกิดปัญหา แต่ทั้งนี้ทางทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีกำลังเตรียมพร้อมจะสกัดกั้นเพื่อไม่ให้กลุ่มมวลชนเล็ดลอดเข้าไปในบริเวณนั้น ซึ่งตลอดเวลา เราได้พูดคุยทำความเข้าใจกับประชาชนแล้ว และคิดว่าสถานการณ์คงไม่ร้ายแรงขนาดนั้น

"แต่หากฝั่งกัมพูชายิงกระสุนข้ามมาฝั่งไทยแล้วอ้างว่าไม่ตั้งใจนั้น ทางทหารก็พร้อมจะตอบโต้ เพื่อป้องกันตนเอง และพร้อมที่จะรักษาอธิปไตย แต่ก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น"

พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่าจะดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน และจะไม่ให้เกิดปะทะกันในพื้นที่เหมือนครั้งที่ผ่านมา ส่วนการทางกัมพูชาส่งทหารและตำรวจปราบจลาจลมาตรึงชายแดนนั้น เขาคิดว่าเป็นเพียงกำลังที่ส่งมาเพิ่มเติม เป็นกองหนุนผลัดเปลี่ยนตามปรกติ ไม่ได้เป็นการเพิ่มกำลัง ในส่วนของกำลังทหารของเรามีพอเพียงอยู่แล้วที่จะดูแลทั้งอาวุธ ทั้งกำลังพล ส่วนเครื่องป้องกันที่ไม่ให้ประชาชนขึ้นไปเราใช้ทั้งกำลังคน และเครื่องกีดขวางและการพูดจากัน คงไม่ใช้อาวุธ

พันธมิตรบุรีรัมย์ พร้อมสมทบทวงคืนดินแดนเขาพระวิหาร

วันนี้เครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในเขตอำเภอเมือง จ.บุรีรัมย์ ออกแถลงการณ์พร้อมที่จะเคลื่อนพลเดินทางไปร่วมทวงคืนปราสาทพระวิหารในวันพรุ่งนี้(19 ก.ย.) โดยจะขึ้นรถบัสเวลา 04.00 น.หน้าบ้านพักของ น.ส.เพ็ญพิมล ใสงาม ที่ปรึกษาเครือข่ายพันธมิตรบุรีรัมย์ ภรรยาของ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี หัวหน้าการ์ดพันธมิตรที่เสียชีวิตจากระเบิดปริศนาเมื่อ 7 ตุลา 51

โดยขณะนี้มีเครือข่ายพันธมิตรในเขตอำเภอเมืองประมาณ 100 คน ส่วนเครือข่ายพันธมิตรฯ หลายอำเภอ ขณะนี้ทยอยเดินทางทั้งรถยนต์ส่วนตัว รถตู้ และรถบัส ไปรอในพื้นที่แล้วบางส่วน

น.ส.เพ็ญพิมล กล่าวว่า การไปครั้งเพื่อร่วมแสดงเจตนารมณ์ปกป้องพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร บนปราสาทพระวิหาร ที่ชาวกัมพูชาได้ลุกล้ำเข้ามายึดครองอยู่ในขณะนี้ เพราะเชื่อว่าเป็นเขตแดนของไทย ส่วนคนบางกลุ่มออกมาต่อต้านก็ไม่น่าจะเกิดความรุนแรง เพราะพันธมิตรไปทำสิทธิอันชอบธรรม ในฐานะคนไทยที่รักชาติ รักแผ่นดินเท่านั้น โดยจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร

เลขาฯกษิต เชื่อกัมพูชาเข้าใจเหตุชุมนุม

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และโฆษกฝ่ายการเมืองกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์สายตรงจากประเทศจอร์แดน ถึงการชุมนุมของกลุ่มเสื้อเหลืองบริเวณใกล้ปราสาทพระวิหาร ว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงไปยังรัฐบาลกัมพูชาแล้วว่า การชุมนุมดังกล่าวเป็นสิทธิของประชาชนไทยตามรัฐธรรมนูญ ที่สามารถชุมนุมแสดงสิทธิทางการเมือง แสดงออกในการรักชาติ และรักอธิปไตย ซึ่งรัฐบาลก็ได้ขอความร่วมมือให้กลุ่มเสื้อเหลืองชุมนุมอย่างสงบอยู่ภายใต้กฎหมาย เชื่อว่า กัมพูชาก็เข้าใจ เนื่องจากทางประเทศกัมพูชาก็มีกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองด้วยเช่นกัน

ส่วนการชุมนุมสร้างความเข้าใจผิดให้กัมพูชาเรื่องปราสาทพระวิหาร นายชวนนท์ กล่าวว่า เชื่อว่าไม่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทย - กัมพูชา เพราะเป็นเรื่องการแสดงออกภายในประเทศ ที่ทุกคนมีสิทธิในการแสดงออกถึงความห่วงแหนประเทศชาติ

ทั้งนี้ ตนเห็นว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ขอรัฐบาลที่จะทำความเข้าใจกับประชาชน ว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และกระบวนการต่าง ๆ ที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาไทย - กัมพูชา ดำเนินการไปถึงขั้นตอนไหนแล้วและคิดว่าปัญหาไทย - กัมพูชาสามารถนำมาสู่โต๊ะเจรจา เพื่อหาทางออกร่วมอย่างสันติได้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้เล็งเห็นปัญหาชายแดนไทย - กัมพูชาเป็นอันดับต้น ทั้งนี้ หากกรอบการเจรจาเจบีซีผ่านพิจารณาจากสภาเรียบร้อยแล้ว เชื่อว่า จะช่วยคลี่คลายปัญหาระดับหนึ่งได้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook