ตำรวจจ่อไม่ดำเนินคดี "คนขับรถไฟ" เผยระยะเบรกไกล 600 เมตร เปิดหวูดเตือนแล้ว

ตำรวจจ่อไม่ดำเนินคดี "คนขับรถไฟ" เผยระยะเบรกไกล 600 เมตร เปิดหวูดเตือนแล้ว
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ตำรวจเผยคนขับรถไฟระมัดระวังแล้ว-มีกฎหมายพิเศษคุ้มครอง ชี้เป็นความประมาทของคนขับรถบัสที่ระมัดระวังไม่พอ

(12 ต.ค.63) เวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุม 2 สภ.เมืองฉะเชิงเทรา พล.ต.ต.ชาคริต สวัสดี ผบก. ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน กรณีขบวนรถไฟบรรทุกสินค้าพุ่งชนรถบัสของคณะกองผ้าป่าที่กำลังจะเดินทางไปร่วมทำบุญในงานถวายผ้ากฐินยังที่วัดบางปลานัก ในเขตพื้นที่ ม.10 ต.บางเตย แต่ได้มาประสบอุบัติเหตุเสียก่อน ในพื้นที่ ม.7 ต.บางเตย อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนที่จะถึงยังที่หมายเพียงประมาณ 4 กม. จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 19 ราย และบาดเจ็บกว่า 30 ราย

เหตุการณ์ดังกล่าวในวันเกิดเหตุมีทัศนวิสัยไม่ดีเนื่องจากมีฝนตกลงมาในพื้นที่ จึงทำให้ ทัศนวิสัยในการมองเห็นต่ำได้เพียงระยะ 300 เมตรเท่านั้น อีกทั้งคนขับรถบัสยังไม่คุ้นเคยเส้นทาง โดยเฉพาะจุดตัดข้ามทางรถไฟ และภายในรถยังมีการเปิดเพลงเสียงดัง และมีผู้โดยสารเต้นรำกันมา จึงอาจทำให้ผู้ขับขี่ไม่ได้ยินเสียงหวูดเตือนจากรถไฟ ประกอบกับที่เกิดเหตุไม่มีเครื่องกั้นรถไฟ แต่มีป้ายเตือนและสัญญาณไฟชัดเจน

นอกจากนี้จุดเกิดเหตุยังมีลักษณะเป็นทางลาดชัน ผู้ขับขี่ต้องเร่งความเร็วเพื่อให้ผ่านพ้นจุดดังกล่าว โดยที่ภายในรถบัสยังมีผู้โดยสารเกินกว่าจำนวนที่ได้รับอนุญาต คือ 42 คน แต่ในวันเกิดเหตุมีผู้โดยสารมาทั้งหมด 70 คน ซึ่งมากกว่าปกติ จึงเร่งเครื่องยนต์ขึ้นเนินได้ช้ากว่าปกติ โดยที่ขบวนรถไฟวิ่งมาด้วยความเร็วจึงส่งผลทำให้ไม่สามารถหยุดรถได้ในระยะกระชั้นชิดได้ทัน

สำหรับขบวนรถไฟบรรทุกสินค้าเที่ยวนี้มีความยาว 439 เมตร มีน้ำหนักประมาณ 2,000 ตัน ซึ่งต้องใช้ระยะเบรกหยุดรถมากถึง 600 เมตรตามปกติ จึงจะสามารถหยุดรถได้ โดยที่คนขับนั้นได้มีการเปิดหวีด หรือหวูด พร้อมเปิดไฟให้สัญญาณเตือนแล้วในระยะที่มองเห็นประมาณ 300 เมตร จึงมีการเตือนผู้ข้ามทางแล้ว จึงถือว่าได้ใช้ความระมัดระวังในจุดที่เพียงพอ

อุบัติเหตุในครั้งนี้จึงไม่ได้เกิดขึ้นจากความประมาทของ พขร.รถไฟ แต่เป็นความประมาทของคนขับรถบัสที่ใช้ความระวัดระวังไม่เพียงพอ นอกจากนี้รถไฟยังมีกฎหมายพิเศษ ที่ผู้ข้ามทางจะต้องใช้ความระมัดระวังเอง เมื่อเห็นว่ามีความปลอดภัยแล้วจึงจะข้ามได้ และทางข้ามดังกล่าวยังเป็นทางลักข้ามที่ไม่ได้รับอนุญาตจากทางการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยเป็นเพียงทางข้ามที่ท้องถิ่นและชาวบ้านใช้ตัดผ่านข้ามกันเองในหมู่บ้าน ซึ่งในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา มีทางข้ามลักษณะดังกล่าวจำนวน 16 จุด

ขณะนี้ทาง นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการ จ.ฉะเชิงเทรา ได้มีคำสั่งการให้ อปท. ในพื้นที่ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล และ เทศบาล ที่มีเส้นทางตัดข้ามทางรถไฟ ดำเนินการจัดหางบประมาณในสร้างเครื่องกั้นทางรถไฟแบบอัตโนมัติ จุดละประมาณ 3.5 ล้านบาทไปก่อนทั้ง 16 จุด เพื่อป้องกันเหตุไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก

และจะประสานขออนุญาตไปยังทางการรถไฟแห่งประเทศไทยอีกครั้ง เพื่อให้เป็นทางผ่านที่ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป โดยจะถือโอกาสนี้ใช้เป็นตัวอย่างให้แก่จังหวัดอื่นๆ ในการหาหนทางแก้ไขและป้องกันปัญหาในลักษณะนี้ เช่นเดียวกัน

ส่วนการดำเนินคดีกับเจ้าของรถบัส ที่มีการปล่อยละเลยให้มีการบรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนกว่าพิกัดบรรทุก หรือบรรทุกคนเกินจำนวนนั้น จะได้ให้ทางสำนักงานขนส่งมาแจ้งความร้องทุก เพื่อดำเนินคดีต่อทางเจ้าของรถต่อไป และจากการตรวจสอบการทำประกันภัยของรถบัสหมายเลขทะเบียน 30-1476 พระนครศรีอยุธยา แล้วนั้น พบว่ามีการทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับบริษัทอาคเนย์ประกันภัย

ซึ่งมีวงเงินทุนประกันภัยในการชดเชยค่าเสียหายกรณีเสียชีวิตไม่เกิน 5 แสนบาทต่อคน และไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อครั้ง นอกจากนี้ยังมีการทำประกันภัยในภาคสมัครใจ ประเภท 3 ไว้กับทางบริษัทสินมั่นคงประกันภัย มีวงเงินความคุ้มครองการเสียชีวิต 5 แสนบาทต่อคน และไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อครั้งเช่นกัน ซึ่งรวมถึงค่ารักษาพยาบาลรายบุคคลที่มีวงเงิน 5 หมื่นบาทเท่ากันทั้ง 2 ประเภท

โดยอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุใหญ่ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก หากเกินกว่าวงเงินเอาประกันภัยจะต้องเฉลี่ยกันไปในแต่ละราย ส่วนจำนวนยอดของผู้เสียชีวิตล่าสุดในขณะนี้ มีจำนวน 19 ราย เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานในที่เกิดเหตุ 1 ราย โดยผู้เสียชีวิตรายล่าสุด ทางญาติได้ส่งตัวไปทำการรักษายังที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ ในกรุงเทพ เมื่อคืนที่ผ่านมา และเสียชีวิตลงเมื่อเวลา 23.40 น.

ขณะที่ รพ.พุทธโสธร ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสนอนพักรักษาตัวอีกจำนวน 2 ราย อาการปานกลาง 9 ราย จากที่ถูกส่งตัวเข้ามารักษาทั้งหมด 17 ราย ส่วนที่เหลือกลับบ้านได้แล้ว และที่ รพ.บ้านโพธิ์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกส่งไปรักษาตัว 10 ราย แพทย์ให้นอนพักรักษาตัว 2 ราย ส่งต่อมายัง รพ.พุทธโสธร 1 ราย ที่เหลือแพทย์ให้กลับบ้านได้

ขณะที่ รพ.คลองเขื่อน มีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกส่งไปจำนวน 6 ราย รพ.เกษมราษฎร์ 7 ราย แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วทั้งหมด สรุปยอดผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้นในวันนี้ จึงมีผู้เสียชีวิต 19 ราย บาดเจ็บ 39 ราย และสำหรับการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของผู้เสียชีวิตนั้น ขณะนี้สามารถตรวจพิสูจน์ทราบได้แล้วทั้ง 18 ราย แต่ยังมีชิ้นส่วนท่อนร่างอีก 1 ชิ้นที่ยังไม่ทราบว่าเป็นของใคร จึงได้ส่งไปตรวจพิสูจน์ยังสถาบันนิติเวช ตำรวจ แล้ว พล.ต.ต.ชาคริต กล่าว