เอกสารลับแฉ! แบงก์ระดับโลกเข้าข่าย "ฟอกเงิน" แบบมโหฬาร ไทย-เกาหลีเหนือ ก็มีเอี่ยว

เอกสารลับแฉ! แบงก์ระดับโลกเข้าข่าย "ฟอกเงิน" แบบมโหฬาร ไทย-เกาหลีเหนือ ก็มีเอี่ยว
Voice TV

สนับสนุนเนื้อหา

ไฟล์ข้อมูลของ "เครือข่ายป้องกันอาชญากรรมทางเงินแห่งชาติสหรัฐฯ" หรือ FinCEN ถูกองค์กรสื่อขุดค้นมาเผยแพร่ พบธุรกรรมการเงินในหลายประเทศต้องสงสัยว่าพัวพันการ "ฟอกเงิน" ซึ่งรวมถึงธนาคารในไทย-เกาหลีเหนือ ด้วย

เครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ (ICIJ) เผยแพร่เอกสารของเครือข่ายป้องกันอาชญากรรมทางเงินแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (FinCEN) ซึ่งเป็นข้อมูลการทำธุรกรรมทางการเงินที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตทางการเงินทั่วโลก มูลค่ากว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 60 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้ ICIJ รายงานว่า ไฟล์ข้อมูลของ FinCEN รั่วไหลสู่บุคคลภายนอก หลังจากที่มีการล้างระบบบันทึกข้อมูลการเงินของสหรัฐฯ รวมถึงเอกสารการทำธุรกรรมทางการเงินกว่า 2,500 ชุดที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2542 - 2560 โดยส่วนใหญ่เป็นข้อมูลที่ธนาคารประเทศต่างๆ ทั่วโลกส่งให้แก่รัฐบาลสหรัฐฯ

หลังจากผู้สื่อข่าวและผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจที่เป็นเครือข่ายของ ICIJ ตรวจสอบข้อมูลของ FinCEN พบว่า นับตั้งแต่ช่วงปี 2542- 2560 มีการทำธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องหรือต้องสงสัยว่าเกี่ยวพันกับการทุจริตโดยสถาบันการเงินการธนาคารในหลายประเทศ คิดเป็นเงินกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 60 ล้านล้านบาท

ชุดข้อมูลเอกสารดังกล่าวชี้ว่า ธนาคารระดับโลกใหญ่ๆ หลายแห่งต่างมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมที่มีการทุจริตทางการเงิน โดยพบว่ามีการให้บริการทางการเงินกับบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงจากทั่วโลก แม้ว่าในบางรายจะถูกรัฐบาลสหรัฐฯ คว่ำบาตรก็ตาม

หนึ่งในนั้นมีชื่อของ "พอล แมเนฟอร์ต" นักวางกลยุทธ์ทางการเมือง ผู้ทำงานในแคมเปญการเลือกตั้งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกตั้งสหรัฐฯ เมื่อปี 2559 และถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดฐานฉ้อโกงและหลีกเลี่ยงภาษี หลังจากทางธนาคาร JP Morgan Chase พบพิรุธการโอนเงินของแมเนฟอร์ดจำนวน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9,000 ล้านบาท) นอกจากนี้ยังพบว่าแมเนฟอร์ดมีการโอนเงินผ่าน JP Morgan Chase กว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 30,000 ล้านบาท ที่เชื่อมโยงกับไซมอน มอกิเลอวิช หัวหน้ากลุ่มอาชญากรรัสเซียที่เป็นบุคคลที่เอฟบีไอต้องการตัวมากที่สุด 10 ลำดับแรก

นอกจากนี้ ยังพบว่าธนาคารระดับโลก HSBC ได้อนุญาตให้กลุ่มอาชญากรทางการเงินโอนเงินหลายล้านดอลลาร์จากคดีฉ้อโกงเงิน Ponzi Scheme ซึ่งเป็นการหลอกลวงผู้คนที่ร่วมวงในเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ข้ามชาติผ่านบัญชีธนาคารของ HSBC ในอังกฤษ

ขณะที่ธนาคาร Deutsche Bank ก็มีการเคลื่อนย้าย "เงินมืด" จากการฟอกเงินขององค์กรอาชญากรรม กลุ่มก่อการร้ายและนักค้ายาเสพติด

ด้านธนาคาร Standard Chartered ก็มีการเคลื่อนไหวของเงินสดจากธนาคารอาหรับมานานมากกว่าทศวรรษ และพบเบาะแสว่าบัญชีของลูกค้าธนาคารในจอร์แดนนั้นถูกใช้เป็นแหล่งทุนสนับสนุนการก่อการร้าย

FinCEN ชี้ "เกาหลีเหนือ" ฟอกเงินผ่านธนาคารในสหรัฐฯ

NBC สื่อของสหรัฐฯ รายงานว่า เอกสารหลุดของ FinCEN ชี้ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวพันกับรัฐบาลเกาหลีเหนือใช้บริษัทเปลือกนอก (shell company) ที่ไม่มีทรัพย์สินเป็นของตนเอง (บริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่เพื่อบริหารจัดการสินทรัพย์โดยไม่เปิดเผยชื่อเจ้าของ) เป็นฉากบังหน้าดำเนินการฟอกเงินมานานหลายปี และได้รับความช่วยเหลือจากบริษัทจีน ดำเนินการโยกย้ายเงินผ่านธนาคารที่มีชื่อเสียงในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ มีการพบหลักฐานบ่งชี้ว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกาหลีเหนือที่ถูกคว่ำบาตรการทำธุรกรรมทางการเงินทั่วโลกนั้น มีการเคลื่อนย้ายเงินกว่า 174.8 ล้านดอลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5,244 ล้านบาท โดยผ่านบริษัทในจีนและมีการทำธุรกรรมในธนาคารสหรัฐฯ

เอริก โลร์เบอร์ อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลัง ผู้ทำงานเรื่องการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือในรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมายอมรับว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง และกล่าวว่า เกาหลีเหนือได้พยายามจะเข้าถึงระบบการเงินของสหรัฐฯ มาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้วโดยผ่านกระบวนการต่างๆ ที่ค่อนข้างซับซ้อนเพื่อให้ยากต่อการติดตาม

ธนาคารในไทยมีชื่อปรากฏใน FinCEN ด้วย

เอกสารของ FinCEN ชี้ว่า ธนาคารในประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในเครือข่ายการเงินทั่วโลกที่ส่งรายงานการทำธุรกรรมที่น่าสงสัยให้กับทาง FinCEN

โดยเอกสารที่เปิดเผยโดย ICIJ พบว่า การทำธุรกรรมทางการเงินผ่านธนาคารไทยในช่วงปี 2542 - 2560 มีการทำธุรกรรมทางการเงินที่น่าสงสัย 92 ครั้ง ทั้งจากธนาคารของรัฐและเอกชนชื่อดัง ซึ่งในเอกสารยังระบุว่า มีการโอนเงินจากธนาคารเหล่านี้ไปยังธนาคารที่ตั้งอยู่ในสหรัฐฯ 4 แห่ง มูลค่าเงินรวมกันถึง 31,750,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 95.25 ล้านล้านบาท)

ในรอบหลายปีมานี้ ICIJ เป็นต้นทางการขุดคุ้ยเอกสารทางเงินระดับโลกจำนวนมาก โดยมีเป้าหมายเพื่อตีแผ่เครือข่ายอาชญากรรมทางการเงินข้ามชาติที่อาศัยช่องโหว่ของกฎหมายในประเทศและระหว่างประเทศแสวงหาประโยชน์จากการทุจริตและการฟอกเงินผ่านระบบการเงินการธนาคาร ทำให้เงินจากธุรกิจผิดกฎหมายกลายเป็นเงินถูกกฎหมาย

เมื่อปี 2560 ICIJ เปิดเผยข้อมูลทางการเงินของนักการเมือง คนดัง และนักธุรกิจระดับโลกในเอกสารชุด "พาราไดช์ เปเปอร์" ซึ่งหลุดจากบริษัทที่ปรึกษาด้านกฎหมาย "แอปเปิลบี" ที่รับผิดชอบดูแลบัญชีทรัพย์สินและทรัสต์ของบุคคลสำคัญทั่วโลกที่ินิยมจดทะเบียนในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน เบอร์มิวดา หมู่เกาะเคย์แมน มอริเชียส ฯลฯ ซึ่งถูกนิยามว่าเป็น "สวรรค์ของการหลีกเลี่ยงภาษี"

ขณะที่ในปี 2559 เอกสารทางการเงินชุด "ปานามา เปเปอร์" หรือ เอกสารลับปานามา ซึ่งเปิดโปงเครือข่ายการหลีกเลี่ยงภาษีชุดใหญ่ที่สุดของโลก หลุดจากบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย "มอสแซก ฟอนเซกา" เต็มไปด้วยรายละเอียดการหลีกเลี่ยงภาษีของกลุ่มคนรวย ทั้งยังพบคนไทยมีชื่อปรากฏในเอกสารลับปานามา 21 คน และมีอีก 963 บริษัทที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายของมอสแซก ฟอนเซกา

อย่างไรก็ตาม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เผยผลสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีบุคคลในประเทศไทย 16 รายมีชื่อปรากฏอยู่ในเอกสารลับปานามาในเวลาหลังจากนั้น 1 ปี โดยระบุว่า ไม่พบหลักฐานบ่งชี้ว่ามีการปกปิดบัญชีทรัพย์สินหรือผิดกฎหมายไทย

ส่วนการเปิดเผยเอกสารของ ICIJ รอบใหม่นี้ สร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับ FinCEN โดยเมื่อต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา FinCEN ออกมาประณามการเปิดเผยข้อมูลที่รั่วไหลออกมา โดยชี้ว่า การเปิดเผยข้อมูลกิจกรรมทางการเงินที่น่าสงสัย เข้าข่ายอาชญากรรม และยังเป็นการคุกคามความปลอดภัยและความมั่นคงของสถาบันและบุคคลที่มีชื่ออยู่ในรายงานดังกล่าวอีกด้วย