เนื้อหมูเป็นฝีหนองไหลเยิ้ม ปศุสัตว์ยันไม่อันตราย ห้างดังเอาหมูมาเปลี่ยนให้แล้วเงียบ

เนื้อหมูเป็นฝีหนองไหลเยิ้ม ปศุสัตว์ยันไม่อันตราย ห้างดังเอาหมูมาเปลี่ยนให้แล้วเงียบ
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

สาวยังผวาเนื้อหมูเป็นฝีหนองไหลเยิ้ม กินไปแล้ว 3 คนพ่อแม่ลูก หวั่นอันตราย จี้ห้างรับผิดชอบมากกว่าเปลี่ยนหมู

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความไปที่กลุ่มนครแม่สอด เพื่อสอบถาม โดยเล่าว่า ตนเองซื้อหมูมาจากห้างใหญ่แห่งหนึ่งในแม่สอด และเมื่อมีการหั่นเนื้อหมูที่ซื้อมา ปรากฏว่าเจอก้อนสีขาวขนาดใหญ่อยู่ใจกลางในเนื้อหมู ซึ่งเธอไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ไม่สามารถนำเนื้อหมูดังกล่าวมาทำกับข้าวต่อได้อีก 

ต่อมา รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ตอบถึงกรณีดังกล่าวว่า เป็นฝีหนองในเนื้อหมู ซึ่งตามจริงทางร้านจะตัดทิ้งไปให้หมด พร้อมทั้งแนะนำผู้ที่ซื้อมาว่าให้ทิ้งไปดีกว่า

ผู้สื่อเดินทางไปยังบ้านหมู่ 4 ต.แม่จะเรา อ.แม่ระมาด จ.ตาก ได้พบกับนางธนากานต์ อายุ 32 ปี เจ้าของโพสต์ เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า หลายวันก่อนไปซื้อหมูที่ห้างใหญ่แห่งหนึ่งใน อ.แม่สอด เป็นเนื้อสันคอหมู น้ำหนักกว่า 1 กิโลกรัม จากนั้นนำมาหั่นทำผัดหมูหน่อไม้กินกัน 3 คน พ่อแม่ลูก ส่วนหนึ่งที่เหลือก้อนใหญ่นำแช่แข็งไว้ พอเช้าวานนี้นำออกมาจากช่องฟรีซในตู้เย็นพักทิ้งไว้จนใกล้ละลายจากนั้นจึงนำมาหั่นเพื่อจะปั่นเป็นหมูสับทำผัดกะเพรากิน แต่พอหั่นแยกเป็นชิ้นๆ ก็ต้องตกใจเพราะพบว่าในเนื้อหมูมีฝีหนองไหลเยิ้มออกมาจำนวนมาก จึงถ่ายภาพไว้แล้วโพสต์ถามใครรู้ว่าเนื้อหมูเป็นอะไร ก็มีเพื่อนๆ เข้ามาทักว่าอย่ากินเพราะอันตรายหมูเป็นโรค

หลังจากสื่อโซเชียลแพร่ออกไป ห้างดังกล่าวได้ส่งเจ้าหน้าที่นำหมูมาเปลี่ยนให้ โดยไม่แสดงความรับผิดชอบเท่าที่ควร แถมยังบอกว่าหมูไม่เป็นไรทำไมไม่นำไปให้ลูกน้องกิน ซึ่งตนก็รู้สึกกลัวเพราะกินกันไปแล้ว กลัวกันทั้งครอบครัว แม้ว่าทางห้างบอกว่าจะพาไปตรวจ แต่เรื่องก็เงียบไป การติดต่อทางไลน์ช่วงแรกๆ พอตกเย็นทางห้างลบข้อมูลไปหมด จึงอยากให้ทางห้างรับผิดชอบมากกว่านี้ เพราะวันข้างหน้าไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น ตอนนี้ต้องเลิกกินหมูแล้ว 

ทางด้าน นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ทางกรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้น จากกรณีที่มีผู้บริโภคพบฝีหนองในเนื้อหมู ซึ่งพบว่า เป็นก้อนฝีหนองที่เกิดจากภาวะอักเสบ และติดเชื้อแบคทีเรียทำให้เกิดหนอง คาดเกิดจากความไม่สะอาดในขั้นตอนการฉีดวัคซีนหรือการฉีดยารักษาสัตว์ ซึ่งในการเลี้ยงระบบมาตรฐานนั้น การรักษาสัตว์อยู่ภายใต้ พระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวแพทย์ พ.ศ.2545 และตามการควบคุมของสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์ม ตามประกาศของกรมปศุสัตว์ ที่โดยปกติก่อนจะฉีดวัคซีนหรือยาให้หมู ผู้ฉีดจะใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดบริเวณผิวหนังก่อนทุกครั้ง เพื่อป้องกันเรื่องความสะอาดบนผิวหนังก่อน และปัญหาฝีในหมูนั้นเกิดจากหลายสาเหตุ เหมือนกับคนที่เวลามีแผลแล้วไม่สะอาดเชื้อแบคทีเรียก็เข้าไปกลายเป็นหนอง

ยืนยันว่ากรณีดังกล่าว “ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค” เพราะไม่ได้มีสารตกค้างใดๆ อย่างที่บางคนเข้าใจ แต่แนะนำว่าไม่ควรนำส่วนที่เกิดฝีหนองไปรับประทาน และหากพบสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เพื่อดำเนินการตรวจสอบได้ทันที

อธิบดีกรมปศุสัตว์ แนะนำผู้บริโภคเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ โดยเฉพาะการสังเกตตราสัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ OK” ที่กรมปศุสัตว์เป็นผู้ตรวจรับรองให้กับสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ที่มีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานทุกขั้นตอน โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายต้องมาจากฟาร์มมาตรฐาน (GAP) ผ่านการเชือดและชำแหละจากโรงฆ่าสัตว์ที่ได้รับใบอนุญาตถูกกฎหมาย มีสุขอนามัยที่ดี ปลอดภัยจากยาและสารตกค้าง วางจำหน่ายในสถานที่จำหน่ายที่สะอาดถูกสุขลักษณะ และต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของสินค้าได้

อย่างไรก็ตาม ขอเน้นย้ำกับเกษตรกรและภาคผู้ผลิตในเรื่องความสะอาดตลอดกระบวนการเลี้ยง ควรจัดให้มีการใช้แอลกอฮอล์เพื่อทำความสะอาดผิวหนังร่วมกับการใช้เข็มทุกครั้ง รวมถึงการนำเข็มไปใช้ควรมีการตรวจสอบการเบิกจ่ายและเก็บคืนเข็มโดยต้องมีจำนวนเท่ากัน เพื่อป้องกันปัญหาเข็มตกค้างที่พบเจอกันในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งปกติแล้วในฟาร์มมาตรฐานจะบริหารจัด