สหราชอาณาจักรไฟเขียวผู้เดินทางจาก "ไทย-สิงคโปร์" เข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว

สหราชอาณาจักรไฟเขียวผู้เดินทางจาก "ไทย-สิงคโปร์" เข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว
S! News (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

นายแกรนท์ แชปส์ รัฐมนตรีคมนาคมอังกฤษ กล่าวว่า ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศไทยและสิงคโปร์จะไม่ถูกกักตัวเป็นเวลา 14 วันเพื่อเฝ้าสังเกตอาการป่วยจากโรคโควิด-19 แต่อย่างใด โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันเสาร์นี้ (19 ก.ย.)

นอกจากนี้ นายแชปส์ ยังเปิดเผยว่า ผู้ที่เดินทางมาจากสโลวีเนีย และกัวเดอลุป ซึ่งเป็นประเทศหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน และเป็นดินแดนที่อยู่ภายใต้อาณัติของฝรั่งเศส จะต้องถูกกักตัวเป็นเวลา 14 วัน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันเสาร์นี้เช่นเดียวกัน

ขณะที่ นายณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า สหราชอาณาจักรได้ประกาศเพิ่มประเทศไทยในรายชื่อประเทศ "travel corridors" ของสหราชอาณาจักร ทำให้ผู้ที่เดินทางจากประเทศไทยไม่ต้องกักกันเชื้อโรคเป็นเวลา 14 วัน

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน ว่า การปรับเพิ่มรายชื่อประเทศดังกล่าว จะมีผลตั้งแต่วันที่ 19 กันยายนนี้ เวลา 04.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของสหราชอาณาจักรเป็นต้นไป ส่งผลให้ผู้ที่เดินทางจากประเทศไทยได้รับการยกเว้นการกักกันเชื้อโรค (self-isolation) ในที่พำนักเป็นเวลา 14 วัน ตามนโยบายของรัฐบาลสหราชอาณาจักร โดยแถลงการณ์บนเว็บไซต์ของกระทรวงคมนาคม สหราชอาณาจักร ระบุว่า ไทยและสิงคโปร์ ได้รับการปรับเพิ่มอยู่ในรายชื่อดังกล่าว เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในทั้งสองประเทศลดลง ซึ่งในปัจจุบันประเทศที่ได้รับการจัดอยู่ในกลุ่ม "travel corridors" อาทิ บรูไน เดนมาร์ก เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ เวียดนาม

การปรับเพิ่มชื่อประเทศไทยในครั้งนี้ นับเป็นข่าวดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนไทย และส่งผลเชิงบวกอย่างมาก โดยเฉพาะในภาคธุรกิจของไทย และนักเรียนนักศึกษาที่จะสามารถเดินทางไปยังสหราชอาณาจักรได้สะดวกยิ่งขึ้น อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ประเทศไทยทำได้อย่างมีประสิทธิภาพจนเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ และในปัจจุบันมีประเทศจำนวนหนึ่งได้ประกาศให้ผู้เดินทางจากประเทศไทยได้รับการยกเว้นการกักกันเชื้อโรค​ หรือนำชื่อประเทศไทยออกจากรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามองผู้เดินทาง เพราะมีความมั่นใจในมาตรการและระบบสาธารณสุขของไทยที่เข้มแข็ง เช่น เมื่อเดือนสิงหาคม อิสราเอลได้ประกาศให้ไทยและอีก 8 ประเทศและพื้นที่ อยู่ในรายชื่อ “สีเขียว” หรือ “Green Countries” เพิ่มเติมจาก 21 ประเทศแรก และก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมิถุนายน เยอรมนีได้ปลดไทยออกจากกลุ่มพื้นที่เสี่ยงที่มีการระบาดโควิด-19 สูง โดยผู้ที่เดินทางจากไทยเข้าเยอรมนีไม่จำเป็นต้องกักกันเชื้อโรคแต่อย่างใด

นายณัฐภาณุ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า แม้ไทยจะได้รับการยอมรับจากนานาประเทศในเรื่องการจัดการและควบคุมโควิด-19 แต่บรรยากาศโดยรวมทั่วโลกยังคงเป็นการระมัดระวังการระบาดอย่างมาก ซึ่งไทยเองก็เข้าใจว่าสถานการณ์ในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันและได้แลกเปลี่ยนกับหลายประเทศในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในระยะต่อไป หากสถานการณ์ในบางประเทศดีขึ้น ก็หวังว่าจะมีการปลดไทยออกจากรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามอง เพื่อให้คนไทยเดินทางไปต่างประเทศได้อย่างสะดวกขึ้น โดยจะต้องคำนึงถึงสถานการณ์ในพื้นที่และมีความสอดคล้องกับมาตรการของประเทศต่างๆ ด้วย

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคนไทยและคนต่างชาติในสหราชอาณาจักรที่ประสงค์จะเดินทางเข้าประเทศไทยนั้น เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย ยังคงต้องเข้ารับการกักกันเชื้อโรคใน State Quarantine (SQ) หรือ Alternative State Quarantine (ASQ) เป็นเวลา 14 วันเช่นเดิม ตามนโยบายของรัฐบาลไทยสำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศไทยทุกคน​ ทั้งนี้ ​สามารถติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลและข้อแนะนำสำหรับการเตรียมตัวเดินทางเพิ่มเติมได้ทางช่องทางต่างๆ ของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน