บิดานอกกฎหมาย (2)
เหล่านี้ในทางกฎหมายถือเท่ากับมีข้อเท็จจริงว่าบิดานอกกฎหมายได้ให้การรับรองว่าเป็นบุตรของตนโดยพฤตินัยไว้ ถือว่าเป็นกรณีบุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้ว (ประมวลกฎหมายแพิชย์ มาตรา 1627) ซึ่งได้บัญญัติรองรับบุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ที่เพียงแต่มีสิทธิจะได้รับมรดกของบิดานอกกฎหมายเท่านั้น แต่ไม่มีผลทำให้บิดานอกกฎหมายหรือบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายกลับกลายเป็นบิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นบิดานอกกฎหมายจึงไม่มีสิทธิที่จะ ได้รับมรดกของบุตรในฐานะทายาทโดยธรรมได้ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629) ดังนั้นกรณีที่บุตรและบิดาที่แท้จริงแต่เป็นบุตร และบิดาโดยไม่ชอบกฎหมาย บิดานอกกฎหมาย จึงไม่ได้รับสิทธิในการรับมรดกใด ๆ จึงแตกต่าง กับสิทธิของบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองโดยพฤตินัยไว้
ปัญหาที่ถามมาคือ บิดานอกกฎหมายจะร้องขอจัดการมรดกต่อศาลเองประการหนึ่ง หรือมีผู้อื่นร้องขอจัดการมรดก แล้วบิดานอกกฎหมายจะร้อคัดค้านการขอจัดการมรดกอีกประการหนึ่งนั้น ตอบได้ว่า ทั้งสองกรณีบิดานอกกฎหมายทำไม่ได้ เพราะ ผู้ที่จะมีสิทธิร้องขอต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713) มี 3 ประเภท คือ ทายาทที่มีสิทธิรับมรดก ผู้มีส่วนได้เสีย และพนักงานอัยการ ดังนั้นเมื่อบิดานอกกฎหมายไม่ใช่ทายาทของผู้ตายหรือผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดกของผู้ตาย บิดานอกกฎหมายจึงไม่มีสิทธิร้องขอต่อศาลขอจัดการมรดกของผู้ตาย หรือร้องคัดค้านเข้าไปในคดีที่ผู้อื่นยื่นคำร้องขอจัดการมรดกของผู้ตาย (คดีใหม่ ๆ ที่ศาลได้วางแนววินิจฉัยตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวไว้ได้แก่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1854/2551).
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)