"ติ๊ก ชิโร่" พูดอีกมุม ความสัมพันธ์ "เก้า เกริกพล" เคลียร์ปมภรรยาโพสต์เดือด #ทีมเก้า

"ติ๊ก ชิโร่" พูดอีกมุม ความสัมพันธ์ "เก้า เกริกพล" เคลียร์ปมภรรยาโพสต์เดือด #ทีมเก้า

สืบเนื่องจากกรณีดราม่าส่วนแบ่งจากเพลงฮิต เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว ระหว่าง เก้า เกริกพล และ เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น เจ้าของค่าย ได้หมดถ้าสดชื่น ซึ่งกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อยู่ ณ ขณะนี้

ล่าสุดทางด้านของผู้ใหญ่คนสนิทที่ เก้า เกริกพล เคารพนับถือเปรียบเสมือนกับเป็นพ่อแท้ๆ อย่าง ติ๊ก ชิโร่ ก็ได้มีโอกาสออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับนักร้องหนุ่มรุ่นลูก โดย ติ๊ก ชิโร่ ได้ยืนยันว่า ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปี ที่ได้ดูแล เก้า เกริกพล เด็กคนนี้คือเด็กที่น่ารัก กตัญญู และมีน้ำใจเสมอ แต่ในส่วนของเรื่องที่เป็นประเด็นตนขอไม่แสดงความเห็นพาดพิงถึงใคร ทั้งนี้ก็เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย

พร้อมกันนั้น ติ๊ก ชิโร่ ยังได้ยอมรับอีกว่า สำหรับประเด็นการโพสต์ข้อความลงบนโลกโซเชียลฯ ของภรรยาตน ที่ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้จนทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อื่นๆ ตามมานั้น ตนก็รู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน และได้ทำการตำหนิภรรยาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงขอให้ลบโพสต์ดังกล่าวออกจากช่องทางโซเชียลฯ แล้วด้วย

“ตัวผมเองก็ช่วยเหลือน้องเก้ามาตลอดระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่ตอนที่เป็นโค้ชให้กับน้องในรายการ The Voice Kids ซึ่งผมยอมรับนะว่าผมเห็นอะไรในตัวเขา ผมเห็นว่าเขาเล่นดนตรีได้ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ แต่งเพลงได้ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ และเขาเป็นเด็กตัญญู นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผู้ใหญ่เห็นใจ รวมถึงชื่นชอบในความน่ารักของเขา”

“สำหรับเรื่องเงิน 500 บาท ถามว่าผมรู้ไหม (หัวเราะ) รู้ครับ รู้เหมือนกับที่ทุกคนรู้นั่นแหละครับ ผมจำได้เลยนะครับว่าครั้งแรกที่เจอน้องเก้านับตั้งแต่รายการ The Voice Kids จบ ตอนนั้นเราได้มีโอกาสพบกันที่หาดใหญ่พร้อมกับคุณพ่อคุณแม่ของน้อง ซึ่งเขาได้บอกกับผมว่า คุณเจนนี่มาขอให้ไปร้องเพลงด้วย โดยทางผมเองก็บอกเขากลับไปว่า ไปเลย อะไรที่เป็นประโยชน์กับเขาเพื่อให้เขาเดินไปได้อย่างมั่นคงก็ให้เขาได้ทำ”

เก้า เกริกพล โชว์เสียงหล่อๆ ในเพลงฮิต เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว

“ผมต้องบอกก่อนว่า 1. ผมไม่เคยเซ็นต์สัญญากับเก้า 2. เราทั้งคู่มีแค่สัญญาใจมอบให้กันเท่านั้น และ 3. ผมไม่เคยได้รับเงินจากเก้าแม้แต่สตางค์แดงเดียว มีแต่ผมจ่ายให้เก้า ดังนั้นในวันที่เก้าเขามาบอกเรื่องนี้กับผม ผมจึงบอกให้เขาไปเลย ส่วนครั้งที่สองที่เราได้คุยกัน ตอนนั้นเก้าเขามาบอกกับผมว่า ตอนนี้เพลงที่เขาได้มีโอกาสไปร่วมร้องมันมียอดผู้ฟังสูงถึง 10 ล้านวิวแล้ว ภายในไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งในวันนั้นอีกเหมือนกัน ผมขอประกาศตรงนี้เลยนะครับเนื่องจากทุกคนอาจจะยังไม่ทราบ ก็คือผมบอกกับเก้าไปว่า ไปอยู่กับเจนนี่เถอะ เพราะตัวผมเองก็คงไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำให้เก้าประสบความสำเร็จแบบนี้ได้หรือเปล่า แต่เขาก็ยืนยันว่าเขาขออยู่กับพี่ติ๊กได้ไหม เขาอยู่กับผมแล้วสบายใจ ผมก็แบบ…ไม่ต้องมาห่วงพ่อ ไปอยู่กับเขาเลยลูก”

ตอนนั้นเราทราบไหมว่าน้องเก้าอาจจะมีปัญหาเรื่องส่วนแบ่งหรือเรื่องรายได้ ?
“อันนั้นผมไม่ทราบครับ เพราะผมให้ทางครอบครัวของน้องเก้าเป็นคนจัดการกันเอง ผมให้สิทธิ์เขาในการจัดการดูแลเต็มที่ แต่ผมก็จะเป็นคนที่คอยบอกเสมอว่า ให้ใช้น้ำเย็นเข้าลูบ ถึงแม้บางครั้งจะไม่สบายใจหรือเจ็บปวดเล็กๆ แต่ในฐานะที่เราเป็นลูกผู้ชาย เราก็สามารถสร้างงานของเราต่อไปได้ อะไรที่แก้ไขไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ส่วนพ่อติ๊กก็จะทำหน้าที่แต่งเพลงให้เรื่อยๆ พ่อติ๊กมีห้องอัดให้ใช้ ไม่ต้องเสียสตางค์”

แต่หลายคนก็วิจารณ์ไปถึงข้อความที่ภรรยาเราโพสต์ในทำนองว่า แรงไปหรือเปล่า ?
“สำหรับเรื่องของคุณอ้อ ผมต้องขอบอกก่อนว่ามันเป็นเรื่องที่นอกเหนือการจัดการ ถ้าจะให้ผมพูดแบบเป็นกลางไม่เข้าข้างคุณอ้อ ก็คือคุณอ้อเขาอยู่ดูแลเก้ามาตลอด และเขาก็เห็นว่าบางสิ่งบางอย่างมันเป็นความจริง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมเองก็ต้องบอกตรงๆ ว่า ผมได้ตำหนิภรรยาของผมไปด้วยเหมือนกัน บอกเขาว่าอย่าให้โซเชียลมีเดียทำให้เราไม่สบายใจ ถ้ารักพ่อก็ให้ลบมันออกไปเถอะ ซึ่งเขาก็ลบออกไปจริงๆ

โพสต์บางส่วนของภรรยา ติ๊ก ชิโร่

เหมือนคนก็เข้าใจว่าเรากับภรรยาเข้าข้างน้องเก้า ?
“ผมไม่ได้เข้าข้างใครนะครับ แต่ว่าความเป็นจริงมันจะถูกเปิดเผยออกมา เหมือนตอนที่เก้าได้ไปเจอกับคุณหนุ่ม และตอนนี้หลายๆ คนก็เห็นว่ามีอะไรบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นตรงนั้น ก็มีคือมีแสดงออกมาให้เห็นอยู่เรื่อยๆ ขณะเดียวกันน้องเก้าเองเขาก็ไม่ได้เป็นเด็กก้าวร้าว เป็นเด็กกตัญญู ฉะนั้นผมจึงไม่พยายามที่จะโยงใยไปถึงตรงไหนครับ แต่ผมจะพูดในส่วนของความเป็นจริงที่ไม่มีวันบิดพริ้วได้”

“และอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญก็คือ วันนี้ผมแต่งเพลง ‘สัญญาใจ’ เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ผมจะไม่ให้เก้าเขาร้องเพลงนี้หรอก เพราะผมไม่อยากจะทำให้มันเป็นกระแส เดี๋ยวจะหาว่าเอาช่วงเวลาแบบนี้มาทำอะไรหรือรังแกคนอื่น แต่ในอีกไม่นานนี้จะมีผลงานอื่นๆ ของเก้าออกมาให้ได้ติดตามกันแน่นอน”

ที่ผ่านมาตัวเราเองได้มีโอกาสดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายของน้องเก้ายังไงบ้าง ?
“ผมดูแลค่าใช้จ่ายเรื่องของค่าเช่าบ้านที่กรุงเทพ ค่ากิน ค่าอยู่ ผมมีคอนเสิร์ตก่อนช่วง โควิด-19 ซึ่งตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ผ่านมา ผมไม่เคยได้รับเงินจากเก้าแม้แต่สตางค์แดงเดียว มีแต่จ่ายให้ ไปคอนเสิร์ตครั้งหนึ่งก็จ่ายให้หมื่นหนึ่ง หรือถ้าไม่มีคอนเสิร์ตก็เรียกมาให้เงินเฉยๆ ให้เขาเอาไปจ่ายค่าเช่าบ้าน จากนั้นเราก็แต่งเพลงด้วยกัน ส่วนตัวเขาเองก็จะมีรายได้จากยูทูบ รายได้จากติ๊กต๊อก เหมือนกับที่คนอื่นๆ เขาทำกัน ดังนั้นผมจึงบอกได้ว่า ผมดูแลเก้ามาตลอดระยะเวลา 1 ปี คอนเสิร์ตที่มีก็พาเขาไปด้วย”

ในฐานะที่เราเป็นผู้ใหญ่ เราได้มีโอกาสเข้าไปไกล่เกลี่ยให้กับเด็กทั้งสองคนบ้างไหม ?
“ผมเป็นคนที่บอกเสมอครับว่าให้ใจเย็นๆ อย่าให้เป็นเรื่องเป็นราว และใช้วิจารณญาณดีๆ อย่ารีบบุ่มบ่าม แต่สุดท้ายก็คือผมจะไม่พยายามเข้าไปยุ่ง เพราะผมอยากให้ทุกอยางมันขาวสะอาดก่อนแล้วเราค่อยว่ากัน เนื่องจากตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดมันอยู่ที่เก้าและครอบครัวเขา คือครอบครัวของเขาได้รับผลกระทบค่อนข้างเยอะ”

“ส่วนเรื่องคดีความอันนี้อยู่ที่ดุลยพินิจของเก้าและครอบครัวเขาเลยครับ ผมให้สิทธิ์เขาเต็มที่ ถ้าหากเขาตัดสินใจแบบนี้ก็ให้เป็นการตัดสินใจของครอบครัวเขา แต่ถ้าถามความเห็นผมในฐานะ ติ๊ก ชิโร่ ผมไม่ได้อยากให้เป็นแบบนั้น ไม่อยากให้ฟ้องร้องกัน ซึ่งผมก็พูดไปแล้วหลายครั้ง แต่ถ้าหากเขาเห็นว่าเขาอยากรักษาสิทธิ์ ก็ให้ทนายทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยและหาข้อสรุปกันดีกว่า ซึ่งผมเองก็ไม่แน่ใจอีกเหมือนกันว่าจะมีข้อสรุปขนาดไหนสำหรับเรื่องนี้”

ด้วยความที่ตอนนี้ตัวเราเองก็ไม่ได้เซ็นสัญญากับน้องเก้า กังวลไหมว่าแฟนๆ อาจจะเป็นห่วงว่าจะเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้อีกในอนาคต ?
“เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงเลยครับสำหรับผม ไม่มีทาง ถ้าหากเก้าเขาจะไปดีมันต้องดีแน่ๆ เก้าเขายังมีโอกาสอีกเยอะแยะมากมาย ดังนั้นผมไม่มีวันแน่นอนครับที่จะมาหากินกับน้อง หรือหยิบฉวยโอกาสจากน้อง ไม่มีทาง ผมกล้าประกาศตรงนี้เลยว่า ถ้าหากเก้าเขามีโอกาสดีๆ หรือได้ไปที่ดีกว่า ผมยินดีครับ ผมเชื่อใจน้อง”