ตำรวจป่วยตับแข็งเรื้อรัง หมดกำลังใจรักษา ดิ่งตึกโรงพยาบาลชั้น 7 ดับ

ตำรวจป่วยตับแข็งเรื้อรัง หมดกำลังใจรักษา ดิ่งตึกโรงพยาบาลชั้น 7 ดับ
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 8 ส.ค. 63 ร.ต.อ.สำราญศักดิ์ แซงเพชร รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองศรีสะเกษ ไปตรวจที่เกิดเหตุคนไข้กระโดดตึกเสียชีวิต ที่อาคาร 9 ชั้น 7 โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษ ทราบว่าผู้ที่กระโดดตึกลงไปเสียชีวิตคาที่ ชื่อ ร.ต.ต. สุวโรจน์ อายุ 53 ปี 

เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลให้การกับตำรวจว่า ร.ต.ต.สุวโรจน์ ผู้เสียชีวิต ป่วยด้วยโรคตับแข็ง เข้ามารักษาตัวนานแล้ว โดยมีญาติเฝ้าไข้อยู่ เหตุเกิดประมาณ 07.30 น.เช้าวันนี้ หลังเกิดเหตุได้สอบถามญาติบอกว่า ผู้เสียชีวิตได้บอกญาติว่าขอออกไปเดินรับอากาศข้างนอกห้อง แล้วก็หายไปจนกระทั่งได้รับแจ้งว่ามีคนป่วยกระโดดตึก ซึ่งญาติได้ให้การกับพนักงานสอบสวนว่า ผู้เสียชีวิตนอกจากจะป่วยด้วยโรคตับแข็งแล้วยังรับประทานยาจิตเวชด้วย

ผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งเป็นคนขายล็อตเตอรี่เล่าว่า ตนนั่งขายล็อตเตอรี่อยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียงดังมาก ตอนแรกคิดว่าหม้อแปลงระเบิด จึงวิ่งมาดู พบว่า เป็นคนตกลงมา สวมชุดสีฟ้าของโรงพยาบาล นอนแน่นิ่งตนตกใจมาก จึงได้เดินถอยออกมา มีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแจ้งว่าห้ามไม่ให้ถ่ายภาพ จึงได้ยืนดูอยู่ห่างๆ จากข้อมูลที่ตนได้ทราบมา มีเหตุการณ์ผู้ป่วยกระโดดตึกเสียชีวิตเกิดขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง รวมกับครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ตนนั่งอยู่บริเวณนี้ก็รู้สึกกลัว

ด้าน พ.ต.อ.พิทักษ์ จันทร์อบ ผู้บังคับบัญชาของ ร.ต.ต.สุวโรจน์ ผู้เสียชีวิต กล่าวกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า ร.ต.ต.สุวโรจน์ ผู้เสียชีวิต เพิ่งไปฝึกอบรมข้าราชการตำรวจชั้นประทวนยศดาบตำรวจ อายุ 53 ปีขึ้นไป เพื่อเลื่อนตำแหน่งและเลื่อนยศแบบเลื่อนไหลเป็นชั้นสัญญาบัตร จบกลับมาและได้ติดยศ ร.ต.ต.เมื่อเดือน เม.ย. 63 ที่ผ่านมา

"ร.ต.ต.สุวโรจน์ เป็นคนที่มีนิสัยดี ทำงานดีรับผิดชอบงานเต็มที่ เพื่อนข้าราชการตำรวจด้วยกันรัก ร.ต.ต.สุวโรจน์ กันทุกคน ที่มาด่วนตัดสินใจทำร้ายตัวเองแบบนี้น่าจะมาจากอาการป่วยที่เป็นอยู่ ตนเคยถามเขาว่า อาการป่วยเป็นอย่างไรบ้าง ร.ต.ต.สุวโรจน์ก็ตอบว่าดีขึ้นแล้วครับ ตนก็บอกว่าดีแล้วดูแลตัวเองรักษาสุขภาพ ไม่คิดว่าจะมาคิดสั้นอย่างนี้เมื่อรู้ว่าทำร้ายตัวเองแบบนี้ตนสงสารเขามาก” พ.ต.อ. พิทักษ์ กล่าว

หลังตรวจที่เกิดเหตุและสภาพศพแล้ว ญาติไม่ติดใจในการเสียชีวิต ร.ต.อ. สำราญศักดิ์จึงได้มอบศพให้นำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป