ชาวบ้านผวาน้าฆ่าหลาน หอบข้าวของย้ายหนี หวั่นหลุดคดีมาก่อเหตุซ้ำ

ชาวบ้านผวาน้าฆ่าหลาน หอบข้าวของย้ายหนี หวั่นหลุดคดีมาก่อเหตุซ้ำ
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ชาวบ้านต่างพากันผวาน้าฆ่าหลานฝังดิน บางรายหอบข้าวของย้ายหนีไปอยู่กับลูกหลานชั่วคราว หวั่นผู้ก่อเหตุรอดคดีเหมือนทุกครั้งแล้วออกมาก่อเหตุซ้ำอีก ต่างพากันลงมติไม่ขออยู่ร่วมชุมชน

จากกรณีเหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญน้าฆ่าหลานชายแท้ๆ ด้วยการใช้ฉมวกแทงหลานจนล้มก่อนที่จะแย่งมีดอีโต้จากมือแล้วฟันกระหน่ำซ้ำหลานชายจนเสียชีวิต ก่อนนำร่างไปฝังดินหน้าบ้านตัวเอง ภายในชุมชนแสนสวาสดิ์ 2 ที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังชุมชนแสนสวาสดิ์ 2 และจุดที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อติดตามเรื่องดังกล่าว รวมไปถึงสาเหตุที่เกิดคดีฆ่าสะเทือนขวัญในครั้งนี้ ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ที่รู้เหตุการณ์ดังกล่าวก็ต่างพากันผวากลัวไปตามๆ กันและไม่คิดไม่ฝันว่าชุมชนที่อยู่ใกล้ใจกลางเมืองอำนาจเจริญ จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นได้ ผู้เฒ่าผู้แก่บางรายที่กลัวก็พากันหอบข้าวของย้ายหนีไปอยู่กับลูกหลานที่หมู่บ้านอื่นเป็นการชั่วคราว เพราะเกรงว่าผู้ก่อเหตุจะหลุดจากคดีกลับมาก่อเหตุซ้ำอีกครั้ง

ทีมข่าวได้พบกับนางตุ่นศรี อายุ 56 ปี เพื่อนบ้านของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ตนเองก็รู้สึกผวาหวาดกลัว และไม่อยากให้ผู้ก่อเหตุพ้นโทษออกมาเร็ว เพราะเมื่อคืนคุณป้าข้างบ้านที่ปกติอาศัยอยู่คนเดียว เนื่องจากลูกชายไม่อยู่บ้านด้วย ก็ได้โทรให้ลูกหลานอีกคนที่อยู่บ้านอ่างห้วยโพธิ์มารับไปนอนด้วย เพราะรู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก เพราะพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นก็มีพฤติกรรมก้าวร้าว เวลาโมโหให้ใครก็จะถือมีดถือของมีคม เดินวนไปวนมา จ้องที่จะทำร้ายคนที่มีเรื่องกับผู้ก่อเหตุ ก่อกวนไม่คนที่มีเรื่องด้วยได้อยู่อย่างสงบ มีแต่จะฆ่าจะแกงคนอื่นอย่างเดียว ขนาดหมาของชาวบ้านบางคนที่วิ่งเข้าไปเห่าอยู่แถวบ้านผู้ก่อเหตุ ผู้ก่อเหตุก็จับหมามาฟันมาแล้ว

ชาวบ้านต่างพากันหวาดกลัวมากกับเหตุการณ์ดังกล่าว หากผู้ก่อเหตุหลุดรอดคดีออกมาเหมือนทุกครั้ง หรือพ้นโทษออกมาก็ไม่อยากให้มาอยู่ที่ชุมชนแห่งนี้ เพราะทุกคนต่างพากันหวาดกลัวกันหมดกับสิ่งที่เกิดขึ้น หากผู้ก่อเหตุกลับมาอยู่ที่เดิมชาวบ้านก็ต้องพากันอยู่กันอย่างหวาดระแวงว่าวันไหนผู้ก่อเหตุจะลงมือทำร้าย หรือก่อเหตุเช่นนี้ขึ้นอีกกับคนในชุมชน เพราะจากการที่คนในชุมชนได้พูดคุยกันเมื่อวานต่างพากันมีความคิดเห็นไปแนวทางเดียวกันว่าอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแลเรื่องนี้ ไม่ให้บุคคลเช่นนี้เข้ามาอยู่ภายในชุมชน