"ชิงชิง" เปิดใจ หลังผ่านมรสุมดราม่าหนัก "เวียร์-เบลล่า" เข้าใจทุกคำวิพากษ์วิจารณ์

"ชิงชิง" เปิดใจ หลังผ่านมรสุมดราม่าหนัก "เวียร์-เบลล่า" เข้าใจทุกคำวิพากษ์วิจารณ์

ข้ามสายมาเล่นภาพยนตร์เรื่องแรกในเรื่อง "ฮักเถิดเทิง" ก็ทำเอาสาวน้อยหน้าใส ชิงชิง-คริษฐา สังสะโอภาส ตื่นเต้นสุดๆ เพราะต้องร้วมงานกับนักร้องลูกทุ่งซูเปอร์สตาร์มากหน้าหลายตา ทั้งหนุ่ม เบิ้ล ปทุมราช หนุ่ม แซ็ค ชุมแพ และอีกมากมาย 

งานนี้เราเลยขอคว้าตัวสาว ชิงชิง มาพูดคุยถึงผลงานชิ้นนี้ พร้อมทั้งเปิดหมดใจเกี่ยวกับมรสุมดราม่าหนักที่ก่อนหน้านี้โดนจับตามองว่าเป็นมือที่สามในความสัมพันธ์ของพระเอกหนุ่มรุ่นพี่ เวียร์ ศุกลวัฒน์ และแฟนสาว เบลล่า ราณี ที่ทำเอาชื่อของ ชิงชิง ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องในแง่มุมต่างๆ พร้อมคำวิพากษ์วิจารณ์มากมาย

เล่นภาพยนตร์เรื่องแรกเป็นยังไงบ้าง?

"ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็สนุกสนานมากค่ะ ตื่นเต้นเพราะเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของชิงชิงเลย การแสดงละครกับภาพยนตร์ก็มีความแตกต่างกันอยู่แล้ว และในเรื่องเซอร์ไพรส์มากที่ต้องพูดภาษาอีสานเยอะมากค่ะ แต่ยังดีที่ผ่านมาชิงชิงมีโอกาสได้แสดงละครเรื่อง นายฮ้อยทมิฬ ก็เลยได้พูดอีสานมาบ้างค่ะ"

กดดันไหม กับผลงานชิ้นนี้?

"กดดันค่ะ เห็นรายชื่อนักแสดงแต่ละคนแล้วเก่งๆ ซุป'ตาร์ คิวยากๆ กันทั้งนั้นเลย แล้วเราไม่เคยร่วมงานกับใครมาก่อนเลยทุกคนในเรื่อง ตอนได้ยินชื่อเราก็พอรู้ความแสบของแต่ละคนแล้ว แต่พอเจอจริงๆ หนักกว่าได้ยินมาอีกค่ะ (หัวเราะ) เราก็ทันมุขเขาบ้าง ไม่ทันบ้าง แต่สนุกสนานค่ะ แฮปปี้มาก"

จะได้ชมกันเมื่อไหร่?

"ตอนนี้ถ่ายทำกันเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ จะได้ชมกัน 23 ก.ค. นี้ค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ"

ชีวิตตอนนี้เป็นยังไงบ้าง หลังจากผ่านดราม่าหนักมาคราวที่แล้ว?

"ชีวิตตอนนี้ก็โอเคค่ะ (ยิ้ม) จริงๆ เรื่องราวมันไม่มีอะไรตั้งแต่แรกอยู่แล้วด้วย เรารู้อยู่แล้วว่าตัวเราคิดอะไร เราทำอะไร แต่สำหรับคนที่เขาไม่ได้รู้จักเรา เขาก็มีสิทธิ์คิดในทางต่างๆ ได้เหมือนกัน แต่ถ้าเป็นคนที่รู้จักกันเขาก็ไม่ได้อะไร แค่ถามว่าเป็นไงบ้าง แค่นั้นเอง"

ตอนนั้นเครียดมากมั้ย?

"ก็มีเครียดบ้างนะคะ เพราะกลัวเรื่องนี้จะกระทบในเรื่องของงานต่างๆ ของเรา อย่างเรื่องหนังเรื่องนี้ซึ่งตอนนั้นเขาติดต่อมา พอมีข่าวเราก็หวั่นๆ ว่า เขาจะยังไงนะ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้กระทบอะไรค่ะ ส่วนกระแสดราม่าตอนนั้นก็เหมือนมาเป็นวูบๆ ซึ่งพอดีว่าเราไม่ค่อยได้เล่นโซเชียลยังโอเคอยู่ ไม่ได้เครียดหนักมาก"

ด้วยความที่เราก็ยังอายุไม่มากนัก มาเจอดราม่าแบบนี้ตกใจไหม?

"ตอนแรกขำจ้า (หัวเราะ) เพราะเรารู้อยู่แล้วว่ามันไม่มีอะไร ตอนนั้นตื่นมางงมาก มิสคอล 30-40 สาย จากปกติไม่ค่อยมีใครโทรหาเราเลย แต่พอสักพักพอคิดถึงเรื่องงานเรื่องผลกระทบต่างๆ เริ่มหวั่นๆ ละ"

ตอนนั้นเรากังวลเรื่องความไม่เข้าใจกันระหว่างเรากับพี่เวียร์และพี่เบลล่าไหม?

"ไม่ค่ะๆ กังวลแค่เรื่องงาน เพราะพี่ๆ ทั้งสองเขาทราบยู่แล้วว่าเรื่องราวเป็นอะไรยังไงค่ะ"

ถือเป็นเหตุการณ์ที่เราได้เรียนรู้ครั้งใหญ่อีกครั้ง?

"ก็ได้เรียนรู้เยอะค่ะ เรียนรู้ว่าเราควรจะมีสติให้มากกว่านี้ ฟังคำถามให้ถี่ถ้วนก่อน (หัวเราะ) ทุกวันนี้ก็พยายามอยู่นะคะ เรื่องสิ่งที่เราจะพูดออกไปเพราะคนสามารถตีความได้มากมายเลยซึ่งเราก็เข้าใจค่ะ เป็นเพราะการสื่อสารของเราเอง คนแต่ละคนเขาสามารถคิดต่างได้ เพราะจริงๆ เขาก็ไม่ได้รู้จักเราว่าเราเป็นยังไง"

"ช่วงนั้นก็โชคดีอย่างนึงที่ว่าเราได้เห็นคนรอบตัวเราที่เขาห่วงเราจริงๆ เขากลัวเราคิดมาก เพื่อนบางคนหอบเสื้อผ้ามาอยู่ที่คอนโดเป็นเพื่อนเลย อย่างครอบครัวก็โทรเช็กเราตลอดเพราะช่วงเวลานั้นใครเข้าไปอ่านคอมเมนต์ก็คงเครียดเหมือนกัน เราแฮปปี้อย่างนึงที่ว่าเราได้เห็นว่าคนที่อยู่รอบข้างเราเขาซัพพอร์ตเราแค่ไหน เราสามารถเลือกคนในชีวิตเราได้มากเลยจากช่วงเวลานั้น ได้เห็นว่าใครคิดอะไรจริงๆ ค่ะ"

ถือว่าเป็นกระแสที่แรงสุดในชีวิตเราแล้ว?

"น่าจะหนักสุดในชีวิตแล้วค่ะ มันผิดที่เราด้วยที่เราพูดอะไรไม่ชัดเจน ซึ่งคนสามารถเอาไปตีความได้จริงๆ"

ซีเรียสไหม ถ้าคนตัดสินเราไปแล้วว่าเราเป็นแบบนั้น แบบนี้ ต่างๆ นานา?

"ไม่ซีเรียสค่ะๆ อย่างที่บอก ทุกคนสามารถคิดได้ จะให้ทุกคนมาชอบเรามันก็คงไม่ใช่ค่ะ"

ตอนนี้ยังมีอะไรเข้ามาโจมตีเราอยู่ไหม?

"ไม่มีแล้วค่ะๆ ใช้ชีวิต ใช้โซเชียลปกติ เอาจริงๆ ตอนนั้นก็ดีที่เราไม่ได้เสพโซเชียลมาก ถ้าอ่านทุกคอมเมนต์น่าจะอาการหนักเอาการอยู่เหมือนกันค่ะ"