แม่ใจสลาย ลูกสาวจากบ้านมาเรียนมหาวิทยาลัยได้แค่ 2 วัน ถูกรถชนอาการโคม่า

แม่ใจสลาย ลูกสาวจากบ้านมาเรียนมหาวิทยาลัยได้แค่ 2 วัน ถูกรถชนอาการโคม่า
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

นางพิลัยพร แสนศรีเชาว์พันธ์ อายุ 39 ปี ชาว ต.ป่ากลาง อ.ปัว จ.น่าน มารดาของ น.ส.อรจิรา แสนศรีเชาว์พันธ์ หรือ น้องอร อายุ 19 ปี ซึ่งได้มาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ แต่ต้องมาประสบอุบัติเหตุ หลังมาอยู่ที่เชียงใหม่ได้เพียง 2 วัน อาการโคม่า วอนคู่กรณีช่วยเหลือ

แม่ของน้องอร เล่าว่า เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.63 ที่ผ่านมา ขณะลูกสาวขี่จักรยานยนต์บนถนนเชียงใหม่-พร้าว ได้มีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฟอร์ด สีดำ ชนจนจักรยานยนต์ล้มและได้ถูกรถกระบะที่ขับตามมาอีกคันทับจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้ารักษาตัวที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเทพปัญญา ก่อนถูกส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลนครพิงค์ ขณะที่ค่ารักษาพยาบาลพุ่งสูงไปเกือบ 300,000 บาท ล่าสุดยังอยู่ในอาการโคม่า ยังคงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ตอนนี้ครอบครัวเดือดร้อนในเรื่องค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล ในส่วนของคดีก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับทางคู่กรณีแต่อย่างใด ทำให้ทางญาติและผู้ปกครองต้องขอความเห็นใจและความช่วยเหลือ เนื่องจากครอบครัวก็มีฐานะยากจนจึงไม่รู้ว่าจะนำเงินที่ไหนมาเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาอีกด้วย

แม่น้องอร บอกว่า อุบัติเหตุทำให้ลูกสาวกระดูกหักและแตกหลายจุด ทั้งบริเวณต้นคอและสันหลัง รวมไปถึงช่วงล่างของน้องตอนนี้ก็ไม่รู้สึกอะไรเลย โดยขณะนี้น้องฟื้นแล้วแต่ยังคงต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ และในส่วนของค่าใช้จ่ายนั้นก่อนหน้านี้ได้มีการเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเทพปัญญา ซึ่งขณะนั้นได้เข้ารักษาตัวแบบฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง มีค่ารักษาและค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 200,000 กว่าบาท ซึ่งตนกับครอบครัวได้แจ้งกับทางโรงพยาบาลเนื่องจากมีฐานะยากจนไม่สามารถหาเงินมาจ่ายค่ารักษาได้ทันที จึงได้มีการส่งตัวน้องเพื่อย้ายมาโรงพยาบาลของรัฐ และใช้สิทธิ์บัตรทอง

ส่วนคู่กรณีหลังเกิดเหตุวันแรกที่ตนเองมาถึงก็พบว่าไม่มีคู่กรณีมาเยี่ยม จนทำให้ต้องโทรศัพท์ไปหา ซึ่งในเรื่องของคดีใครผิด ใครถูกก็ค่อยว่ากัน แต่ในตอนนี้ก็อยากให้คู่กรณีมาเยียวยาช่วยเหลือลูกสาวของตนบ้าง เนื่องจากทางครอบครัวก็เดือดร้อน มีรายได้ไม่มากจากอาชีพกรีดยาง ที่ผ่านมาลูกสาวคนนี้ถือเป็นเสาหลักของครอบครัว เหตุการณ์นี้อาจทำให้น้องต้องหมดอนาคตสูญเสียความฝันที่ตั้งใจไว้ เพราะโอกาสที่น้องจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมนั้นมีน้อยมาก เนื่องจากทางหมอวินิจฉัยว่าน้องมีอาการกระดูกสันหลังหัก และไปทับเส้นประสาทช่วงล่างไม่สามารถขยับได้และไม่มีความรู้สึกทำให้น้องมีความเสี่ยงที่อาจจะพิการได้ ขณะที่ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการรักษาต่อจากนี้ก็ยังไม่ทราบว่าจะต้องเสียอีกเท่าไหร่ และน้องก็ยังอยู่ในอาการโคม่า ซึ่งคาดว่าก็น่าจะมีค่าใช้จ่ายในการรักษาอีกหลายเท่าตัวหลังจากนี้และในอนาคตด้วย

ล่าสุดเมื่อวานนี้ทางด้านคู่กรณีที่ขับรถเก๋ง เมื่อวานนี้ได้เดินทางเข้ามาเยี่ยมและได้นำอาหาร นม และขนมมาให้ ส่วนทางคู่กรณีที่เป็นรถกระบะนั้นก็ได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 1,000 บาท