คุมหนุ่มมือปืนโหดยิง 3 ศพ ทำแผน พ่อตาเล่านาทีชีวิตเกือบเป็นศพที่ 4

คุมหนุ่มมือปืนโหดยิง 3 ศพ ทำแผน พ่อตาเล่านาทีชีวิตเกือบเป็นศพที่ 4
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ตำรวจคุมตัวหนุ่มมือปืนโหด ยิง 3 ศพ ทำแผน พ่อเหยื่อเผยเกือบถูกยิง ไม่ให้อภัย อยากให้ประหาร เชื่อลูกสาวไม่คบซ้อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (4 ก.ค.) เมื่อเวลา 08.00 น. ตำรวจคุมตัว นายนพดล อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาก่อคดีฆ่า 3 ศพ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุยิงแฟนสาว คือ นางสาวสุจิตรา หรือ ขิม อายุ 23 ปี พร้อมพี่สาว คือ นางจิตรา อายุ 25 ปี และแม่ คือ นางลาวัลย์ อายุ 45 ปี รวมเสียชีวิต 3 ศพ เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา

ด้าน นายไพจิตร อายุ 60 ปี พ่อและสามีผู้ตาย เปิดเผยว่า ยอมรับยังทำใจไม่ได้ สูญเสียทั้งลูกสาวทั้ง 2 คน และภรรยาอีก 1 คน ไม่คิดว่าจะโหดร้ายขนาดนี้ เพราะเห็นมาอยู่กินกับลูกสาวมาเป็นปี เห็นว่ารักชอบกันดูแลกันก็ดีใจ ไม่คิดว่าจะมาทำร้ายกันขนาดนี้ ยืนยันไม่ขอให้อภัย

และไม่อยากให้ประกันตัวออกมาเด็ดขาด เพราะเกรงว่าจะย้อนมาทำร้ายฆ่าตนเองอีก เพราะทำได้ขนาดนี้ไม่ธรรมดา โหดเหี้ยมมาก ขนาดช่วงหลังเกิดเหตุ ตนพยายามขับรถสามล้อไปถึงที่เกิดเหตุ พบเห็นอดีตลูกเขย ยังหันปืนมาทางตน และตะโกนว่าห้ามยุ่ง เดี๋ยวจะยิงอีกคน ก่อนขับรถจักรยานยนต์หนีไป ขณะนั้นตนคิดว่าตนจะไม่รอดแล้ว 

อย่างไรก็ตาม ขอให้ไปชดใช้กรรม และขอให้รับโทษประหารชีวิตอย่างเดียว ส่วนเรื่องหึงหวงนั้นยืนยันคิดไปเอง ลูกสาวไม่มีนิสัยแบบนั้น ไม่เชื่อว่าจะกลับไปคืนดีกับสามีเก่า เพราะเลิกราไปนานแล้ว เขามีครอบครัวใหม่แล้ว แต่คนก่อเหตุคิดไปเอง

ส่วน นางสาวรัชดาพร อายุ25 เพื่อนสนิทพี่สาวที่เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โหดร้ายเกินคน เพราะตนสนิทใกล้ชิดกับครอบครัวนี้มาก ไปไหนมาไหนด้วยกัน ยอมรับก่อนนี้เคยเกิดปัญหาทะเลาะกันรุนแรง และทางผู้ก่อเหตุเคยเอาปืนไปขู่ทำร้ายตนและแฟนสาวของผู้ก่อเหตุ และพี่สาวอีกคน กล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นให้แฟนสาวที่ตาย กลับไปคืนดีกับสามีเก่า ทั้งที่ไม่มีอะไร แต่คิดไปเอง

จนตนเคยไปแจ้งความไว้ที่โรงพักในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ช่วงเดินทางไปธุระที่ต่างจังหวัดและตามไปข่มขู่ ภายหลังตนได้ถอนแจ้งความ เมื่อหลายเดือนก่อน เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องในครอบครัว ยอมรับ คนก่อเหตุเคยทำร้ายร่างกายแฟนสาว จนมีแผลบาดเจ็บหลายครั้ง ได้เพียงแต่บอกน้องว่าอดทน สุดท้ายไม่คิดว่าจะโหดร้ายขนาดนี้ รับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นมันโหดเกิน

สำหรับการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ทางตำรวจได้คุมตัวไปจุดแรกคือ บ้านพักที่เป็นบ้านเช่า ในชุมชนบ้านเอื้ออาทร ซอย 4 ซึ่งเป็นจุดที่ขับรถกระบะ ออกมาจากบ้านด้วยกัน เพื่อไปทำธุระในตัวเมือง

พอถึงที่เกิดเหตุจุดที่ 2 บริเวณริมถนนมหาสิทธิโชค ได้จอดรถริมข้างทางหลังมีปัญหาทะเลาะกับแฟนสาว เนื่องจากผู้ต้องหาพบว่าแฟนสาวได้มีการพูดคุยติดต่อกับสามีเก่าที่มีลูกด้วยกัน เป็นลูกชาย 1 คน ปัจจุบันอายุ 5 ขวบ ทำให้เป็นเหตุบานปลาย เนื่องจากแฟนสาวโวยวาย จนมีปากเสียงกัน  และมีการโทรศัพท์ไปบอกพี่สาว และให้พี่มาช่วย เพราะถูกทำร้ายร่างกาย

จนกระทั่งแม่กับพี่สาวมาถึงที่เกิดเหตุ ได้พยายามเข้าไปช่วยเอาลูกสาวที่อยู่ในรถออกมา จนเกิดการกระชาก และผู้ต้องหาให้การว่า คนเป็นพี่สาวได้ทำร้ายร่างกายชกไปที่ใบหน้า ทำให้เกิดความโมโห จึงชักปืนที่พกไปในกระเป๋า ยิงไปที่พี่สาว 1 นัด รวมถึงแม่อีก 1 นัด เสียชีวิต จากนั้นแฟนสาวกำลังจะวิ่งหนีหลบข้างรถ ตนจึงตัดสินใจยิงไปอีก 2 นัด ทำให้เสียชีวิตคาที่ทั้ง 3 ศพ

หลังเกิดเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ที่พี่สาวและแม่ ขับมาจอดไปรับลูกสาว อายุ 8 ขวบ กำลังเลิกเรียน ซึ่งเป็นลูกกับอดีตภรรยานำมาอยู่ด้วย และย้อนกลับมาที่เกิดเหตุ เพราะไม่มีเจตนาหลบหนี  แต่ถูกตำรวจสกัดจับกุมได้ บริเวณถนนกำลังจะถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งทางตำรวจได้คุมตัวไปทำแผน เป็นจุดที่ 3 ซึ่งมีการจับกุมตัวได้

โดยทางผู้ต้องหา ให้การว่ามูลเหตุสำคัญ คือมาจากความหึงหวง มีปัญหาทะเลาะกับแฟนสาว หลังพบข้อมูลในมือถือ มีการพูดคุยกับสามีเก่า จึงเกิดความไม่พอใจ และเกิดอารมณ์ชั่ววูบ ตัดสินใจก่อเหตุ แต่ยืนยันยังรักแฟนสาว และขอรับโทษตามกฎหมาย

ส่วนการดำเนินคดี วันนี้ ทางตำรวจได้เร่งสอบสวนสรุปพยานหลักฐาน และเตรียมนำตัวไปเสนอฝากขังที่ศาลจังหวัดนครพนม ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลหากทางผู้ต้องหา มีการยื่นขอประกันตัว  โดยมีการแจ้งข้อหาฐานความผิด รวม 2 ข้อหา ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร  นอกจากนี้ในส่วนของศพผู้เสีย ชีวิต  ทางญาติ จะรับศพจากโรงพยาบาลนครพนม ไปบำเพ็ญกุศลที่บ้าน เกิด ต.ท่าค้อ อ.เมือง นครพนม ในช่วงเย็นวันนี้