“รัฐบาลทรัมป์” เล็งยกเลิกนโยบายช่วยเหลือ “คนข้ามเพศ” ในสหรัฐฯ

“รัฐบาลทรัมป์” เล็งยกเลิกนโยบายช่วยเหลือ “คนข้ามเพศ” ในสหรัฐฯ

กระทรวงการเคหะและการพัฒนาเมืองสหรัฐอเมริกาออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ระบุว่า ทางกระทรวงมีแผนการยกเลิก “นโยบายงดให้เงินสนับสนุนแก่บ้านพักฉุกเฉินที่เลือกปฏิบัติต่อกลุ่มคนข้ามเพศ” ซึ่งนโยบายดังกล่าวเป็นเป็นส่วนหนึ่งของ Equal Access Rule ที่เกิดขึ้นในสมัยของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ซึ่งการยกเลิกนโยบายสำหรับกลุ่มคนข้ามเพศของรัฐบาลทรัมป์ในครั้งนี้ ช่วยตอกย้ำการคุกคามต่อสิทธิและเสรีภาพของคนข้ามเพศในสหรัฐฯ ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น 

ในแถลงการณ์มีใจความสำคัญว่า “นโยบายใหม่จะอนุญาตให้บ้านพักฉุกเฉินสามารถเลือกให้การช่วยเหลือเพียงเพศเดียวหรือแบ่งเพศได้อย่างถูกกฎหมาย และสามารถตัดสินใจได้ว่าจะให้ผู้ขอเข้าพักสามารถเข้าพักได้หรือไม่ หากอัตลักษณ์ทางเพศของผู้นั้นไม่ตรงกับเพศกำเนิด” ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงนโยบายในครั้งนี้จะ “เอื้อประโยชน์ให้ความเชื่อทางศาสนาของบ้านพักฉุกเฉินได้มากกว่าเดิม” 

หลังแถลงการณ์ดังกล่าวเสร็จสิ้น กลุ่มนักเคลื่อนไหวข้ามเพศและองค์กรทางกฎหมายรีบยื่นข้อคัดค้านนโยบายดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้น 1 สัปดาห์หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศยกเลิกนโยบายโอบามาแคร์ซึ่งห้ามไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติในระบบสุขภาพต่อกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นคนข้ามเพศ 

นโยบายใหม่นี้จะเป็นอันตรายต่อผู้หญิงข้ามเพศผิวดำและผิวสีน้ำตาล ที่ต้องเผชิญกับภาวะตกงานและไร้บ้านที่สูงมากในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจเช่นนี้” LaLa Zannell จากกลุ่ม American Civil Liberties Union กล่าว 

จากข้อมูลของ National Center for Transgender Equality เผยว่า ภาวะไร้บ้านเป็นปัญหาเรื้อรังของกลุ่มคนข้ามเพศในสหรัฐฯ และกว่า 1 ใน 5 ของคนข้ามเพศจะมีประสบการณ์การเป็นคนไร้บ้านอย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต ยิ่งไปกว่านั้น การสำรวจเมื่อปี 2015 ชี้ว่า 6 เปอร์เซ็นต์ของอดีตคนไร้บ้านที่เข้าร่วมตอบแบบสอบถาม เล่าว่าพวกเขาเคยถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าพักในบ้านพักฉุกเฉิน และกว่า 74 เปอร์เซ็นต์เชื่อว่าเหตุผลที่พวกเขาถูกปฏิเสธ เป็นเพราะอัตลักษณ์ทางเพศหรือการแสดงออกทางเพศของพวกเขา