สุเทพปัดแลกเก้าอี้ปลัดพณ.

ต่อรองย้ายตร.

ประธานคณะอนุ ก.ตร.สอบกรณีซื้อขายตำแหน่ง สมศักดิ์ บุญทอง ขอขยายเวลาสอบสวนอีก 15 วัน เนื่องจากมีบุคคลที่ถูกพาดพิงอีกมา ที่ต้องมีการเรียกมาสอบเพิ่ม หากพบว่ามีมูล ความผิดชัดเจน ก็จะสรุปเสนอเพื่อตั้งกรรมการสอบวินัยทันที ด้าน สุเทพ ยันโผตำรวจไม่มีปัญหา หากทำตามกฎ ก.ตร.รับเสนอตั้ง คกก. สอบ ผบ.ตร. เองไม่เกี่ยว นายกฯ ส่วน วัชรพล ระบุยังไม่มีคำสั่งให้เรียกประชุม ก.ตร. แต่ต้องทำภายในวันอังคารนี้ ทางด้าน อภิสิทธิ์ ยันไม่มีเรื่องตั้ง ปลัดพาณิชย์ เข้า ครม.และไม่มีเรื่องต่อรองกับตำแหน่ง ผบ.ตร. ส่วน สุเทพ ชี้อย่าเอาหลายเรื่องมาโยงกัน

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 26 ส.ค. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะพิจารณาแต่งตั้งนายตำรวจระดับ รอง ผบ.ตร. ว่า ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เพราะการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจตามโครงสร้างใหม่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ควรจะดำเนินการให้เสร็จตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา แต่เมื่อมีอุปสรรคเกิดขึ้นจึงต้องเร่งทำให้เสร็จโดยเร็ว ซึ่งการโยกย้ายนั้นแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ ระดับนายพลที่จะเพิ่มขึ้นตั้งแต่ระดับพันตำรวจเอกเป็นพลตำรวจตรี 10 นาย นอกนั้นจะเป็นการเกลี่ยตำแหน่งในส่วนของสำนักผู้บัญชาการตำรวจ รองผู้บัญชาการตำรวจ ตามโครงสร้างใหม่ ซึ่งมีประมาณ 142 นาย โดยการพิจารณาจะต้องผ่านที่ประชุมของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่ตนเป็นประธาน ซึ่งจากการประชุมกันมาหลายครั้ง ที่ประชุม ก.ตร.ก็ยืนยันตามบัญชีรายชื่อที่เคยมีการเสนอมา ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

นายสุเทพ กล่าวว่า สำหรับบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับล่างนั้น ตั้งแต่ รองผู้บังคับการลงมาจนถึงระดับสารวัตรนั้น ก.ตร.มีมติให้ ผบ.ตร.ร่วมกับ รอง ผบ.ตร.ทุกคน รวมทั้งจเรตำรวจ เป็นกรรมการพิจารณา โดยประเด็นสำคัญคือ การแต่งตั้งโยกย้ายตามโครงสร้างใหม่ อาจมีนายตำรวจบางคนที่ต้องได้รับการแต่งตั้งเพื่อไปบรรจุลงในโครงสร้างใหม่ ซึ่งอาจไม่ตรงตามกฎที่ ก.ตร.ระบุ เช่น ไม่ได้สังกัดหน่วยงานนั้น ๆ ในช่วงเวลาที่ระเบียบกำหนดไว้ เพราะมีการเกลี่ยตำแหน่งมาจากที่อื่น ซึ่ง ก.ตร.เห็นว่าเพื่อให้การแต่งตั้งโยกย้ายเป็นไปด้วยความเป็นธรรม ผู้ที่จะถูกเสนอชื่อบรรจุแต่งตั้งใหม่ โดย ยกเว้นกฎของ ก.ตร.จะต้องเสนอรายชื่อขึ้นมา ขออนุมัติเป็นราย ๆ ไป ซึ่งตนเห็นว่าไม่มีอะไร ที่น่าตื่นเต้น ถือเป็นเรื่องปกติถ้าทำตามที่ ก.ตร. กำหนด ทุกอย่างก็จะเรียบร้อย

เมื่อถามว่าโผดังกล่าวจะเรียบร้อยได้เมื่อไหร่ นายสุเทพ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับ ผบ.ตร.และคณะต้องไปประชุมหารือกันให้ลงตัว จากนั้นก็ดำเนินการได้ทันที ซึ่งจากการประชุม ก.ตร.ครั้งสุดท้าย ที่ประชุมมีมติให้ประสานงานเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 7 ก.ย.นี้ ดังนั้นบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายทั้งหมด ก็ต้องเสนอขึ้นมาก่อน โดยก่อนวันที่ 7 ก.ย.นี้ต้องสามารถบรรจุแต่งตั้งได้ในระดับนายพล เพราะไม่เช่นนั้นก็ต้องทำเป็นตำแหน่งรักษาการ ซึ่งค่อนข้างจะยุ่งยาก ที่ต้องเร่งทำให้เสร็จก่อนวันดังกล่าว เพราะช่วง เดือน ก.ย. จะต้อีการจัดทำบัญชีแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างลง หลังการเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 ก.ย.

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีข่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เตรียมตั้งคณะกรรม การสอบ พล.ต.อ.พัชรวาท เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการย้ายมาช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนเป็นคนเสนอเอง แต่ขอชี้แจงว่าเรื่องนี้สืบเนื่องมาเป็นเวลาค่อนข้างยาว ซึ่งที่ต้องดำเนินการเพราะมีคนร้องเรียนกล่าวโทษ พล.ต.อ.พัชรวาท และเจ้าหน้าที่ตำรวจรายอื่นว่า ไม่ดำเนินการตามขั้นตอน กฎกติกา กรณีการว่าจ้างทำประชาสัมพันธ์ วงเงินประมาณ 17 ล้านบาทของ สตช. ซึ่งเรื่องนี้ถูกร้องเรียน มาตั้งแต่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช จนมาถึงรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และจนมาถึงตอนที่ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เป็น ผู้รักษาการนายกรัฐมนตรี ซึ่งล่าสุด ตนได้สอบถามไปที่คณะกรรมการกฤษฎีกา ได้คำตอบว่าสามารถทำได้ 2 เรื่อง คือ 1.ให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ตามมาตรา 84 ของ พ.ร.บ. ตำรวจ จากนั้นเมื่อได้ข้อสรุปแล้ว จึงใช้ดุลพินิจตัดสินว่าจะทำอย่างไรต่อไป เช่น ดำเนินการทางวินัย หรือสั่งยุติเรื่อง 2.ตนสามารถใช้ดุลพินิจในการสั่งยุติเรื่องทันทีเลยก็ได้

เมื่อถามว่าอำนาจในการแต่งตั้งคณะกรรมการฯ นี้ ไม่เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ใช่ เรื่องนี้เป็นอำนาจของตน แต่เมื่อผู้ร้องเรียนส่งเรื่องมาถึงนายกรัฐมนตรี ตนจึงต้องทำความเห็นชี้แจง รายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ เมื่อนายกรัฐมนตรีเห็นชอบตนจึงมอบหมายให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีไปยกร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ ส่วนจะแต่งตั้งได้เมื่อไหร่นั้นขึ้นอยู่กับหนังสือที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจะส่งมาให้ตนลงนาม เพราะเรื่องนี้ต้องทำอย่างรอบคอบ เนื่องจากคนที่จะเป็นคณะกรรมการสอบบุคคลระดับ ผบ.ตร.จะต้องมีอาวุโสและตำแหน่งที่สูงกว่า

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 10.00 น. นายสมศักดิ์ บุญทอง ประธานคณะอนุ ก.ตร.คณะพิเศษตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี ซื้อขายตำแหน่ง ได้ประชุมคณะกรรมการฯ โดยวันนี้ได้เรียก พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 พล.ต.ท.สุรสีห์ สุนทรศารทูร ผบช.ภ.6 พล.ต.ท. ธานี ทวิชศรี ผบช.ภ.9 และ พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฎฐ์ ผบช.ศชต. โดย นายสมศักดิ์ กล่าวว่า คณะอนุ ก.ตร.เตรียมทำหนังสือเสนอ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร.เพื่อขอขยายระยะเวลาการสอบสวนไปอีก 15 วัน เนื่องจากมีบุคคลที่ถูกพาดพิงจำนวนมาก จึงต้องมีการเรียกมาสอบเพิ่ม หากพบว่ามีมูลเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง ก็จะเสนอให้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง และหากพบว่ามีบุคคลใดมีความผิดชัดเจน ก็ตั้งกรรมการสอบวินัยต่อไป ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการขยายระยะเวลาการสอบสวน จะส่งผลกระทบต่อการแต่งตั้งโยกย้ายตาม โครงสร้างใหม่หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เพราะหากพบว่ามีความผิด หรือมีการซื้อขายตำแหน่งจริง ก็สามารถดำเนินการย้อนหลังได้ ซึ่งต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบว่าที่มีการกล่าวหาว่ามีการซื้อขายตำแหน่ง เรื่องดังกล่าวมีมูลหรือไม่

ทางด้าน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รอง ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร. เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งเรียกประชุม ก.ตร.แต่อย่างใด ซึ่งการประชุม ก.ตร.สามารถแจ้งให้ทราบได้ภายในวันเดียว รุ่งขึ้นก็ประชุมได้เลย แต่เวลานี้ยังไม่มีคำสั่งให้เรียกประชุม ซึ่งไม่ทราบว่าจะเกี่ยวกับเรื่องที่จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ผบ.ตร.หรือไม่ อย่างไรก็ตามการประชุมแต่งตั้ง จะต้องทำให้เสร็จภายในวันอังคารหน้า

ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 09.20 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมถึงข่าวการยับยั้งการเสนอชื่อ นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน ขึ้นดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ ตามที่ นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ระบุว่าจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า ยังไม่มีการเสนอเรื่องนี้เข้ามายังที่ประชุม ครม. เมื่อถามว่าส่วนหนึ่งที่ยังไม่มีการพิจารณาเรื่องนี้เป็นเพราะ นายยรรยง เคยขัดแย้งกับนายกรัฐมนตรี ในเรื่องโครงการรับจำนำข้าวใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่เห็นมีอะไร และยังไม่เห็นมีเรื่องนี้เข้ามาสู่การพิจารณา

ผู้สื่อข่าวถามถึงข่าวที่ว่าเป็นการเล่นเกมกันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีเวลาไปเล่นเกมอะไรตอนนี้ เมื่อถามย้ำว่า ยืนยันใช่หรือไม่ว่าไม่ได้เป็นการต่อรองในเรื่องตำแหน่งปลัดกระทรวงพาณิชย์ กับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีการต่อรองอะไร

ขณะที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รอง นายกฯ กล่าวว่า ตนเคยเรียนหลายครั้งแล้ว อย่าจับเรื่องทั้งหลายมาโยงกัน จนไกลความเป็นจริงมาก เอาเป็นเรื่อง ๆ ดูกันเป็นประเด็น ๆ ไปเมื่อถามว่า ในที่ประชุม ครม.มีการเสนอชื่อมาจริงหรือไม่ และถูกนายกฯ เอาออกจริงหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่เห็นการเสนอชื่อใน ครม.ตนอยู่ประชุมตลอด เมื่อถามย้ำว่าฉะนั้นที่มีข่าวว่า นายกฯ ให้ระงับไว้ก่อนก็ไม่เป็นความจริง นายสุเทพ กล่าวว่า อาจจะเป็นการพูดคุยกัน ตนไม่ได้ไปตามดู ตนไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง

ด้าน นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช. มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าว นายกรัฐมนตรีสั่งเบรกการเสนอ ชื่อ นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์ว่า ไม่มีอะไร ไม่ใช่การยับยั้งเพียงแต่รอการนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ครม.ในวันที่ 1 ก.ย. และเรื่องนี้ไม่ได้มาหารือกันในพรรคเพราะเป็นอำนาจของกระทรวงพาณิชย์.

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด