หวั่นมือที่สามป่วน ซ้ำรอยสงกรานต์เลือด ครม.ประกาศใช้กม.มั่นคงฯรับมือเสื้อแดงชุมนุมใหญ่ ให้สุเทพคุม

ครม.หวั่นมือที่สามก่อเหตุทำให้เกิดความรุนแรงเหมือนเดือนเมษายน เห็นชอบใช้กม.ความมั่นคง ระหว่างวันที่ 29 ส.ค.-1ก.ย.ในพื้นที่เขตดุสิต คุมเข้มการชุมนุมใหญ่กลุ่มคนเสิ้อแดง มาร์คช้กม.มั่นคงอ้างมีข่าวมือที่3 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 สิงหาคม ว่า ครม.พิจารณาการเตรียมรับมือสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 30 สิงหาคม แม้แกนนำบางส่วนยืนยันว่าการชุมนุมครั้งนี้จะไม่มีความวุ่นวายเหมือนกับเดือนเมษายน แต่รายงานด้านการข่าวทำให้รัฐบาลไม่สามารถวางใจได้ เพราะอาจมีมือที่สามหรืออาจมีอุบัติเหตุอะไรต่างๆ ที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้นและลุกลามบานปลาย

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เหตุผลสำคัญที่สุดคือการประเมินภาวะเศรษฐกิจในวันนี้ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พูดชัดเจนว่าถ้าการเมืองไม่สะดุดการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเดินหน้าได้แน่นอน เพราะปัจจัยทั้งภายนอกและภายในเอื้อต่อการฟื้นตัว แต่ถ้ามีเหตุการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้นจะเป็นตัวสร้างปัญหากับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ดังนั้นรัฐบาลจึงตัดสินใจจะใช้ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรเข้ามาดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายขึ้น

คุมเข้มเขตดุสิตป้องกันทำเนียบ

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พ.ร.บ.มั่นคงฯเป็นคนละเรื่องกับ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินที่เป็นกฎหมายเมื่อเกิดเหตุร้ายแรงแล้วก็ใช้อำนาจพิเศษ แต่ พ.ร.บ.มั่นคงฯนั้นยังไม่จำเป็นต้องให้สถานการณ์เสร็จสิ้นลงแล้วประกาศ เพียงแต่มีความเป็นไปได้หรือมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น รัฐบาลจะประกาศพื้นที่และห้วงเวลา โดยครั้งนี้รัฐบาลประกาศให้เขตดุสิตเป็นเขตพื้นที่ความมั่นคงระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม-1 กันยายน ซึ่งจะบริหารจัดการให้เกิดความเรียบร้อย เพราะไม่ต้องการให้เกิดปัญหาเรื่องของทำเนียบและหน่วยงานราชการที่อาจเป็นเป้าหมายของกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วน โดยให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง เป็นผู้อำนวยการที่จะมาดูแล ส่วนอำนาจที่จะใช้นั้นนายสุเทพจะไปพิจารณาอีกครั้ง

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กฎหมายความมั่นคงฯรัฐบาลใช้มาแล้วช่วงที่มีการจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่ จ.ภูเก็ต จะเห็นได้ว่าการใช้กฎหมายนี้โดยรวมไม่ได้กระทบสิทธิเสรีภาพ แต่มาตรการการป้องกัน เช่น การตรวจตราอาวุธอาจมีความเข้มข้นขึ้นและไม่สะดวกบ้าง ขอทำความเข้าใจประชาชนในเขตดุสิตว่ามีความจำเป็นเพื่อรักษาบรรยากาศของบ้านเมืองและไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่เราไม่ปรารถนาไปทำให้ประชาชนทุกคนเดือดร้อนในแง่เศรษฐกิจ ขอย้ำว่ารัฐบาลเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่ก็มีหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย

ยังไม่ห้ามชุมนุม-รอถกกอ.รมน.

ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลจะให้ทหารเข้ามาช่วยดูแลด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า บูรณาการกันหมดทั้งทหารและตำรวจ ขึ้นอยู่กับศูนย์อำนวยการจะเป็นผู้มอบหมายอำนาจหน้าที่อีกครั้ง เมื่อถามว่า จะมีเงื่อนไขห้ามชุมนุมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่มีการห้ามการชุมนุมอะไรทั้งสิ้น เมื่อถามว่า แสดงว่าสามารถชุมนุมที่สนามหลวงได้ แต่ห้ามเคลื่อนเข้ามาในเขตดุสิตใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ชุมนุมโดยสงบที่สนามหลวงได้ เมื่อถามว่า สามารถเคลื่อนมาชุมนุมล้อมทำเนียบได้ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เราคงไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นอีก เพราะสุ่มเสี่ยงต่อการลุกลามของเหตุการณ์

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนจะประชุมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ในวันที่ 28 สิงหาคม ขณะนี้ยังไม่รายละเอียดเรื่องการห้ามชุมนุมใดๆ แต่จะดูตามสถานการณ์เพราะต้องการให้ทุกอย่างเป็นปกติมากที่สุด เชื่อว่าประชาชนทั้งประเทศไม่ต้องการให้เกิดเหตุซ้ำรอยเหตุการณ์เดือนเมษายน เพราะพอเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายขึ้น ผู้ชุมนุมก็พยายามบอกว่าไม่ได้เกิดขึ้นจากคนเสื้อแดง ดังนั้นจะได้ไม่ต้องมาเถียงกันว่าฝีมือใคร

เมื่อถามว่า คนเสื้อแดงมองว่ารัฐบาลยั่วยุ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่มีการยั่วยุ แต่เราจำเป็นต้องรักษาความสงบเรียบร้อย ถ้าเกิดเหตุอย่างเดือนเมษายนจะเสียหายกับประเทศ ซึ่งครั้งนี้ทางการข่าวมีรายงานว่ามันอาจมีการยืดเยื้อและมีปัญหาได้

คาดมีม็อบเสื้อแดง1-5หมื่น

นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สาเหตุที่ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพราะรัฐบาลไม่อยากใช้กฎอัยการศึก หรือ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน โดย พ.ร.บ.ความมั่นคงเป็นกฎหมายที่มีอำนาจอ่อนที่สุดแล้ว เพื่อออกข้อกำหนด ตามมาตรา 18 ของ พ.ร.บ.ความมั่นคง อาทิ ปิดเส้นทางคมนาคมบางแห่ง ปิดสถานที่ ตั้งด่านสกัด ห้ามพกพาอาวุธ ฯลฯ เชื่อว่าจะออกข้อกำหนดที่อ่อนที่สุด

นายปณิธานกล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงประเมินว่าผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงในวันดังกล่าวจะมีประมาณ 1-5 หมื่น ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เมื่อมีคนจำนวนมาก พอเกิดเหตุวุ่นวายอาจทำให้สถานการณ์บานปลาย จากบุคคลที่ไม่หวังดีซึ่งจะเข้ามาฉวยโอกาส เพื่อให้บ้านเมืองปั่นป่วนวุ่นวาย จากนั้นก็จะมีคนกลุ่มหนึ่งโจมตีว่ารัฐบาลไม่มีความสามารถในการบริหาร เพื่อสร้างกระแสให้ประชาชนกดดันเปลี่ยนรัฐบาล

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีการข่าวยืนยันว่า แกนนำใหญ่ๆ บางส่วนของกลุ่มคนเสื้อแดงต้องการเร่งเร้าการเคลื่อนไหวให้มีความรุนแรงกว่าช่วงเดือนเมษายน เพื่อต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล แต่มีกลุ่มเสื้อแดงบางส่วนไม่เห็นด้วย ยอมรับว่ารัฐบาลกังวลจะเกิดเหตุรุนแรงจึงประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด