กกต.มีมติขยายเวลาสอบคดีเงินบริจาคปชป.อีก30วัน

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า กกต.มีมติให้คณะกรรมการไต่สวนกรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาทของพรรคประชาธิปัตย์ และการใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์ ว่า กกต.ได้ให้คณะกรรมการไต่สวนไปสอบพยานเอกสารและพยานบุคคลเพิ่มเติม โดยให้เวลา 30 วัน เนื่องจากการรายงานของเลขานุการกรรมการไต่สวนฯต่อที่ประชุม กกต. เห็นว่า ยังมีพยานบุคคลและพยานเอกสารที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมากที่คณะกรรมการไต่สวนยังไม่ได้เรียกมาสอบ อาทิ นายทะเบียนพรรคการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้น นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ผู้บริหารบริษัททีพีไอโพลีนจำกัด (มหาชน) ที่ถูกระบุว่าเป็นผู้บริจาคเงิน ผู้จัดทำบัญชี ผู้ตรวจสอบบัญชถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคและเป็นผู้เซ็นรับรองงบดุลที่ยื่นต่อ กกต. รวมทั้งจะมีการขอเอกสารรายการเสียภาษีเงินได้ จากกรมสรรพากร ที่ทาง กกต. พร้อมจะออกเป็นหนังสือขอไปยังหน่วยงานโดยตรง และกฎหมายได้บังคับเอาไว้ว่า ต้องให้ความร่วมมือกับ กกต. อย่างไรก็ตามขอที่จะไม่เปิดเผยรายชื่อพยานบางคนที่ต้องสอบเพิ่ม เพราะจะกระทบต่อคดี นายสุทธิพล กล่าวต่อว่า พยานที่ทางกกต.อยากให้สอบเพิ่มล้วนแต่เป็นพยานที่คณะกรรมการฯยังไม่เคยเรียกมาสอบ โดยขณะนี้กกต.ยังไม่มีมติยกคำร้องในประเด็นใดตามที่มีข่าวออกมา และการสอบสวนของคณะกรรมการฯที่ผ่านมาก็เป็นการสอบตามประเด็นตามที่มีการร้องครบถ้วน เพียงแตกกต. ต้องการให้สอบเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด เพื่อให้ได้พยานทั้งเอกสารและบุคคลให้ครบถ้วน ซึ่งเมื่อถึงเวลาวินิจฉัย และผลจากการพิจารณาออกไปในทางใด จะได้ไม่ถูกครหาและวิพากษ์วิจารณ์ การขยายเวลาไม่ได้เป็นการซื้อเวลาหรือมีวาระซ่อนเร้น อีกทั้งกรรมการไต่สวนก็ทำตามดุลพินิจของตัวเองและกรอบระยะเวลาที่ กกต. มอบหมาย แต่เห็นว่าหลักฐานเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอต่อการวินิจฉัย โดยที่ไม่ได้ต้องการให้มีการขยายเวลาแต่อย่างใด แต่เมื่อ กกต. ได้ดูแล้วเห็นว่ายังไม่เพียงก็ให้ไปสอบเพิ่มได้ ซึ่งกรรมการไต่สวนก็มีอิสระในการทำงานนายสุทธิพลกล่าว

เรื่องล่าสุดของหมวด อาชญากรรม

ดูหมวด อาชญากรรม ทั้งหมด