อดีตเมียถือภาพ-อัฐิ พล.ต.ต.ธารินทร์ รอพบหน้า "ลุงบุญช่วย" หน้ากองปราบ

อดีตเมียถือภาพ-อัฐิ พล.ต.ต.ธารินทร์ รอพบหน้า "ลุงบุญช่วย" หน้ากองปราบ

อดีตเมียถือภาพ-อัฐิ พล.ต.ต.ธารินทร์ รอพบหน้า "ลุงบุญช่วย" หน้ากองปราบ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

กองปราบ คุม "ลุงบุญช่วย-ลูกชาย" สอบปมฮุบที่ดินธรณีสงฆ์ 3,800 ไร่ ที่จันทบุรี ขณะภรรยา "พล.ต.ต.ธารินทร์" ร่ำไห้ รอพบหน้าคู่กรณี

น.ส.เขมจิรา อดีตภรรยา พล.ต.ต.ธารินทร์ อดีตรองจเรตำรวจแห่งชาติ นำรูปภาพและอัฐิ พล.ต.ต.ธารินทร์ มารอพบกับนายบุญช่วย อายุ 80 ปี และ นายกิตติพงษ์ อายุ 43 ปี บุตรชาย หลังชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานกองปราบนำกำลังไปจับกุมได้ ที่ จ.จันทบุรี เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

จากกรณีข้อพิพาทเรื่องที่ดินใน อ.เขาคิชฌกูฎ และบางส่วนใน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ของมูลนิธิอภิธรรมมหาธาติ กว่า 3,800 ไร่ ซึ่งกลายเป็นคดีฟ้องร้องระหว่าง น.ส.เขมจิรา และ พล.ต.ต.ธารินทร์ กับนายบุญช่วย ยืดเยื้อนานกว่า 10 ปี กระทั่ง พล.ต.ต.ธารินทร์ ใช้อาวุธปืนยิงนายบัญชา ทนายความชื่อดัง, นางสุภาพร ภรรยานายบัญชา, นายวิชัย และนายวิจัย ทีมทนาย ภายในศาลจังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 12 พ.ย.2562 เป็นเหตุให้นายบัญชา และนายวิชัย เสียชีวิต ส่วน พล.ต.ต.ธารินทร์ ถูกนายธนากร เสมียนทนายนำอาวุธปืนตำรวจประจำศาลจังหวัดจันทบุรี ยิงใส่จนเสียชีวิต

โดย น.ส.เขมจิรา กล่าวว่า หลังต่อสู้คดีมาหลายสิบปี เมื่อนายบุญช่วย กับบุตรชายถูกจับ จึงมาที่กองปราบเพื่อรอพบเจอ เพราะอยากให้พวกเขายอมรับความจริงว่านายสมพล ขายที่ดินให้พระกิตติวุฒโท ในนามมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุจริงหรือไม่ และมูลนิธิจะชี้แจงอย่างไร เพราะ พล.ต.ต.ธารินทร์ ไม่ควรเสียชีวิต

ทั้งนี้ ขอขอบตำรวจกองปราบฯและสื่อมวลชน ที่ช่วยติดตามข่าวจนทำให้ความจริงปรากฎ ซึ่ง พล.ต.ต.ธารินทร์ จะไม่ตายฟรี ซึ่งวันนี้ได้นำอัฐิ พล.ต.ต.ธารินทร์ และรูปภาพมาเพื่อรับทราบความจริงในวันนี้ด้วย ส่วนคดีที่นายบุญช่วย ฟ้องร้องตนเองฐานฟ้องเท็จเกี่ยวกับเรื่องการครอบครองที่ดินทั้งหมด 3 คดี ศาลชั้นต้นสั่งลงโทษจำคุกตนและทนายรวมทั้งหมด 7 ปี โดยรอลงอาญาไว้ก่อน ขณะนี้กำลังเตรียมยื่นอุทธรณ์

ด้าน พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการปราบปราม เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งมีรายงานจากชุดจับกุมว่าในการตรวจค้นที่บ้านพักไม่พบเอกสารหลักฐานใดเกี่ยวกับการครอบครองที่ดิน แต่ในทางคดีนั้นทราบอยู่แล้วว่าผู้ต้องหาไม่มีเอกสารซื้อขาย แต่เป็นการสร้างหลักฐานเท็จโดยฟ้องศาลเพื่อให้ได้เอกสาร นส.3 มาและโอนชื่อเป็นตนเองในปี 2553 อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าในการสร้างหลักฐานเท็จนั้นต้องมีคนร่วมกระทำผิดมากกว่า 2 ราย แต่บางคดีก็หมดอายุความไปแล้ว ซึ่งตำรวจไม่หนักใจเพราะมีหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุจริง

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.2 กองปราบปราม ควบคุมตัว นายบุญช่วย อายุ 80 ปี และ นายกิตติพงษ์ อายุ 43 ปี บุตรชาย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาอาญา รัชดาฯ ข้อหา “เบิกความเท็จต่อศาล,ให้การเท็จต่อเจ้าพนักงานและเจ้าหน้าที่ และร่วมกันยักยอกทรัพย์” มายังกองบังคับการปราบปรามเพื่อทำการสอบปากคำ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook