มาร์คแจงเหตุเลือกปทีปคุณสมบัติครบ3

มาร์คแจงเหตุเลือกปทีปคุณสมบัติครบ3

นายกฯอภิสิทธิ์ยันเสนอบุคคลดำรงตำแหน่งผบ.ตร.เป็นไปตามกฎหมาย จับเข่าคุย ชวรัตน์ แล้ว มท.1เชื่อไม่กระทบการทำงานของพรรคร่วม ลั่นภท.รักปชป.100% โพลล์ชี้ตั้งผบ.ตร.เกมชิงอำนาจตั้งแล้วปัญหาไม่จบ ปชช.ไม่มั่นใจเสถียรภาพรัฐบาลจากกรณีเลือกผบ.ตร.

(23ส.ค.)นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ"เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" เช้านี้ ซึ่งเป็นการบันทึกเทปรายการ ขณะที่นายกรัฐมนตรีไปเป็นประธานเปิดงานโอทอป มิดเยียร์2009 ที่อิมแพค อารีนา เมืองทองธานี ถึงการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ที่ยังไม่ได้ข้อยุติ ว่า การแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดว่า นายกรัฐมนตรีเป็นผู้คัดเลือกรายชื่อผู้เหมาะสมเป็นผบ.ตร.เสนอ ต่อคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช. เพื่อให้ความเห็นชอบ ซึ่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ก.ต.ช. ยังไม่ได้ความเห็นชอบ ก็ถือว่ากระบวนการนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ

ส่วนการเสนอชื่อนั้น นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า ก่อนหน้าจะมีกฎหมายฉบับนี้ ผู้มีอำนาจก็เสนอชื่อเพียงชื่อเดียว เพื่อให้ที่ประชุมให้ความเห็นชอบ ซึ่งเป็นไปตามที่กฎหมายระบุไว้ เพราะถ้าเสนอหลายชื่อให้ ก.ต.ช.พิจารณา ก็จะเป็นกระบวนการคัดเลือก

"ที่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรของผมเอง ผมได้มีการสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานทางด้านตำรวจก็ทราบว่า มีบุคคลหลายคนที่คิดว่ามีความสามารถที่จะมาดำรงตำแหน่งนี้ได้ และมีการเชิญบุคคลหลายท่านมาพูดคุยสอบถามความคิด ความอ่านต่าง ๆ สุดท้ายผมยืนยันครับว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่ผมต้องการจะเห็นเกิดขึ้นคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการที่จะต้องรักษากฎหมาย ดูแลบ้านเมืองให้เกิดความสงบเรียบร้อยเป็นที่วางใจ มั่นใจและศรัทธาของประชาชน โดยเฉพาะในยามที่ปัญหาของการเมือง ปัญหาความขัดแย้งมีมาก และปัญหาอาชญากรรมอื่น ๆ ที่พี่น้อยบ่นมา จะเป็นเรื่องยาเสพติด จะเป็นเรื่องอะไรก็ตามมีมาก ฉะนั้นสิ่งที่ผมต้องการให้เห็นเกิดขึ้นก็คือประสิทธิภาพสูงสุด

ผมก็ได้วิเคราะห์นะครับ สถานการณ์ในวันนี้ สิ่งที่เราต้องการก็คือทำอย่างไร ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก้าวเข้าสู่ความเป็นตำรวจอาชีพ ต้องยอมรับครับว่า หลายปีที่ผ่านมา มีเรื่องของการเมืองเข้าไปแทรกแซงและระบบคุณธรรมในตำรวจได้รับผลกระทบอย่าง ค่อนข้างรุนแรง เพราะฉะนั้นบุคคลที่ผมเสนอชื่อ ผมมองว่าจะต้องมีคุณสมบัติ 2 อย่าง อย่างแรกคือ สามารถที่จะทำให้ความขัดแย้งภายในลดลงได้ เป็นบุคคลซึ่งได้รับการยอมรับนับถือและมีบุคลิกในลักษณะที่จะสามารถประสาน ความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อให้การทำงานของทางตำรวจมีประสิทธิภาพ ประการที่สอง ในภายนอกต้องมีความยอมรับนับถือในลักษณะของความเป็นกลางทางการเมือง และสามารถที่จะเดินหน้าคดีต่าง ๆ ได้อย่างตรงไป ตรงมา


เอาละครับในการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาอาจจะมีข้อมูล อาจจะมีความเห็นที่ยังไม่ตรงกัน ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา เพราะในอดีตกระบวนการที่จะได้ผู้บัญชาการตำรวจ หรืออธิบดีกรมตำรวจ ในอดีตก็มีอย่างนี้ที่เคยเกิดขึ้นเหมือนกันว่า เสนอไปครั้งแรกก็ยังไม่เรียบร้อย ก็มีการเสนอครั้งที่สอง แม้กระทั่งครั้งที่สามเข้าใจว่าก็ยังเคยมีเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ผมก็ทำงานต่อไป เพื่อที่จะได้เฟ้นตัวผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ผมคิดว่าจะมีคุณสมบัติในลักษณะที่ผมได้กล่าวมาแล้ว เพื่อที่จะให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถที่จะเป็นที่พึ่ง ที่หวังของพี่น้องประชาชน และที่สำคัญคือสนองนโยบายของรัฐบาลในการที่จะให้เกิดความสงบเรียบร้อยในบ้าน เมือง และการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไป ตรงมา และมีประสิทธิภาพ" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงระยะเวลาที่จะได้ตัว ผบ.ตร.คนใหม่ว่า เดิมคิดว่าอยากจะให้เสร็จเรียบร้อยก่อนเดือนสิงหาคม แต่ผบ.ตร.คน ปัจจุบันบอกว่าไม่จำเป็นที่จะต้องให้เสร็จก่อน เพื่อให้ ก.ตร.พิจารณาตำแหน่งนายตำรวจรองๆ ลงไป อย่างไรก็ตามประชาชนไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้ และเชื่อว่าจะก้าวพ้นปัญหาอุปสรรคไปได้

ชวรัตน์เชื่อปัญหาตั้งผบ.ตร.ไม่กระทบการทำงานของพรรคร่วมลั่นภท.รักปชป.100%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อัดรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" เสร็จ นายกรัฐมนตรีได้เข้าไปนั่งพักในห้องรับรอง เพื่อรอเป็นประธานเปิดงาน OTOP Midyear 2009 โดยมีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไปรออยู่ในห้องรับรองก่อนอยู่แล้ว ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีและนายชวรัตน์ ได้ใช้เวลาหารือกัน ประมาณ 20 นาที โดยคาดว่าจะหารือเกี่ยวกับ ผบ.ตนร.คนใหม่

จากนั้น นายชวรัตน์ ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่อง ผบ.ตร.คนใหม่ ขณะนี้ยังไม่ข้อสรุป แต่เชื่อว่าการได้ ผบ.ตร.ช้า จะไม่กระทบกับการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพราะยังมีรักษาการ ผบ.ตร.อยู่ และหลังการประชุม ก.ต.ช.ที่ผ่านมาตนยังไม่ได้คุยอะไรเพิ่มเติมกับนายกฯ แต่เชื่อว่าความเห็นต่างในการโหวตเลือก ผบ.ตร. จะไม่ส่งส่งกระทบต่อการทำงานของพรรคร่วมบาล เพราะขณะนี้งานของรัฐบาลก็มีมาก การแต่ตั้ง ผบ.ตร.เป็น เพียงเรื่องหนึ่งเท่านั้น ส่วนผลการประชุม กตช.ในครั้งหน้าคงต้องรอดูนโยบายของนายกรัฐมนตรีว่าจะเสนอรายชื่อใครเข้ามา เพิ่มเติมอีกหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเปิดงานนายกรัฐมนตรีได้เดินชมบูธต่างๆ ภายในงาน อาทิ การทอผ้า , ตีมีด นอกจากนี้ ยังได้รับมอบมีดดาบอรัญญิกที่มีการสลักชื่อ นายกรัฐมนตรีและชื่องานคู่กัน

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าระห่างเดินชมงานกลุ่มทอผ้าได้มอบผ้าขาวม้าผืน ใหญ่มีรอยปะตกอยู่ตรงกลาง ที่มีข้อความว่า "พรรคประชาธิปัตย์ รูปหัวใจ พรรคภูมิใจไทย" อยู่ 2 ข้าง เพื่อให้นายกรัฐมนตรี และนายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รมว.มหาดไทย ตัดแบ่งกันคนละผืน ซึ่งเมื่อตัดแบ่งเสร็จ นายกรัฐมนตรีได้พูดแซว นายชวรัตน์ ว่าประชาธิปัตย์รักภูมิใจไทย และไม่รู้ว่าภมิใจไทยรักประชาธิปัตย์หรือเปล่า" ขณะที่ นาย ชวรัตน์ ตอบว่า " รัก 100%"

อภิสิทธิ์แจงเหตุเลือก"ปทีป"คุณสมบัติครบ3ข้อ

นาย อภิสิทธิ์ กล่าวถึงการหารือกับนายชวรัตน์ ระหว่างการอเปิดงาน " โอทอป " ว่า ไม่มีอะไรเป็นพิเศษก็ทักทายกันตามปกติก่อนที่จะเข้างาน เมื่อถามว่ามีการหารือถึงการประชุมก.ต.ช.นัดใหม่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวปฏิเสธว่า ยังไม่ได้หารือ เพราะตนบอกแล้วว่าไม่ใช่เรื่องที่ต้องรีบร้อน เมื่อถามว่าท่าทีของนายชวรัตน์เป็นอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ปกติดี

เมื่อถามว่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับการตั้งรองผบ.ตร.หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มี ทางก.ตร.สามารถเดินหน้าไปได้ ถ้าเขาต้องการจะทำ เมื่อถามว่าแต่โดยปกติจะต้องมีเวลาเพื่อให้ผบ.ตร.คนเก่ามอบงานให้กับผบ.ตร.คนใหม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ที่ตนได้สอบถามไปก็มีการชี้แจงว่าทำได้ทั้ง 2 แบบ ซึ่งทาง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ก็บอกกับตนว่า ทางก.ตร.จะทำในระดับรองก่อนก็ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังคิดว่าจะสามารถประสานความเห็นที่ต่างใน ก.ต.ช.ให้กลับมามีเอกภาพได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คิดว่าควรจะทำอย่างนั้น เมื่อถามว่าคิดว่าในการประชุม ก.ต.ช.นัดต่อไปจะมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน และได้ตัวผบ.ตร.คนใหม่เลยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็เป็นหน้าที่ของตนที่ต้องทำให้ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังยืนยันที่จะเสนอชื่อคนเดิมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า " ผมยืนยันว่าจะต้องตัดสินใจในสิ่งที่ผมคิดว่ามีความเหมาะสมเพื่อประโยชน์ส่วน รวม และต้องการที่จะให้กลไกต่างๆเดินไปอย่างบมีเอกภาพได้ " เมื่อถามถึงการตัดสินใจเลือกพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รองผบ.ตร. เป็นผบ.ตร.คนใหม่นั้นพิจารณาจากอะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนได้อธิบายไปในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯแล้ว ว่ามีพล.ต.อ.ปทีปมีคุณสมบัติครบ 3 ข้อ

เมื่อถามว่าโพลล่าสุดระบุว่าอำนาจการต่อรองและการเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรีลดลงจากกรณีการแต่งตั้งผบ.ตร.คน ใหม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวยอมรับว่า ก็เป็นธรรมดา เวลาที่ไปทำโพลก็จะเอาเหตุการณ์ที่เป็นปัญหาไปถามด้วยตัวเลขก็จะออกมาอย่าง นี้ ครั้งแล้วก็ไปถามว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจปีนี้เทียบกับปีที่แล้วเป็นอย่างไร จากนั้นก็ถามความเห็นต่อก็เป็นธรรมดา ตนเองก็เรียนสติมาเช่นกัน

เมื่อถามว่าแต่ในขณะเดียวกันผลโพลก็สนับสนุนพล.ต.อ.ปทีปมากกว่า พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รองผบ.ตร.อีก คน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ใช่ ซึ่งตนคิดว่าเป็นเสียงสะท้อน แต่ก็ไม่เป็นปัญหา ตนก็ทราบว่าเวลาเกิดเหตุอย่างนี้ประชาชนก็รู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานภาพ ของรัฐบาล และเรื่องอื่นๆ แต่ก็เป็นหน้าที่ของตนที่ต้องแก้ไข ต่อข้อถามว่าผลโพลที่ออกมาเช่นนี้จะช่วยทำให้เสียงในก.ต.ช.มีเอกภาพมากขึ้น หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า " ต้องไปถาม ก.ต.ช.ว่าก.ต.ช.ฟังเสียงสะท้อนเหล่านี้หรือไม่ "

ต่อข้อถามว่ามีความมั่นใจแค่ไหนที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนต้องแก้ให้ได้ เป็นหน้าที่ของตนที่จะต้องแก้ไขให้ได้

เมื่อถามว่าจะต้องทำความเข้าใจกับกรรมการ ก.ต.ช.ที่เห็นไม่ตรงกับนายกรัฐมนตรี หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงค่อยๆคุยและสอบถามเหตุผลกัน เพราะบางคนก็ไม่ได้อภิปราย

โพลล์ชี้ตั้งผบ.ตร.เกมชิงอำนาจตั้งแล้วปัญหาไม่จบ

สำนักวิจัยเอแบคโพล เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่องปัญหาการแต่งตั้ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่กับภาวะความเป็นผู้นำและความนิยมของสาธารณชน ต่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พบว่า ประชาชน เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวนั้นเกิดจากการแย่งชิงอำนาจร้อยละ 67.6 ส่วนการได้ ผบ.ตร.คน ใหม่แล้ว ประชาชนยังมองว่า ปัญหาต่างๆ ในองค์กรตำรวจยังคงมีเหมือนเดิมสูงถึง ร้อยละ 92.3 และยังมีปัญหาซื้อขายตำแหน่งเช่นเดิม และตำรวจที่ออกมาเรียกร้องก็จะเดือดร้อน

ส่วนบทบาทของนายกรัฐมนตรี ประชาชน ร้อยละ 57.1 เห็นว่า นายกรัฐมนตรี ควรเป็นประธาน ดูแลนโยบายตำรวจเท่านั้น ขณะที่ร้อยละ 42.9 เห็นว่านายกรัฐมนตรี มีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ขณะที่ประชาชน เห็นว่า ผู้ที่จะได้รับตำแหน่ง ผบ.ตร.คน ต่อไป คือ พล.ต.อ.ประทีป ตันประเสริฐ 62.8 รองลงมา คือ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย 47.6 พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ 45.4 พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ 45.4 และลำดับสุดท้าย คือ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี


ปชช.ไม่มั่นใจเสถียรภาพรัฐบาลจากกรณีเลือกผบ.ตร.

สวนดุสิตโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชน 14 จังหวัดทั่วประเทศจำนวน 2,293 คน ระหว่างวันที่ 20-22 สิงหาคม 2552 เกี่ยวกับการพิจารณาแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ ในสายตาประชาชน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 44.71 มองภาพรวมกรณีการพิจารณาแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ว่าเป็น ตำแหน่งที่สำคัญ ทั้งอำนาจและผลประโยชน์ที่ทุกฝ่ายต้องการ

ส่วนกรณีที่คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช.เลื่อนการสรรหาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่นั้น ประชาชนร้อยละ 63.58 ระบุว่า ทำให้ความมั่นใจต่อเสถียรภาพของรัฐบาลลดลง โดยจากกรณีที่เกิดขึ้น ทำให้ประชาชนเกินครึ่ง หรือ ร้อยละ 52.64 มองว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีอำนาจการต่อรองกับพรรคร่วมรัฐบาลน้อยลง โดยให้เหตุผล เช่น นายกรัฐมนตรีประมาทเกินไป มีประสบการณ์ทางการเมืองน้อย ไม่ได้รับแรงสนับสนุนจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นต้น ทั้งนี้ ประชาชน ร้อยละ 44.53 เห็นว่า เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาบานปลายและเกิดความวุ่นวายทางการเมือง พรรคประชาธิปัตย์จะต้องเร่งสะสางปัญหาในพรรคให้เกิดความสามัคคี โดยเฉพาะระหว่างนายอภิสิทธิ์ กับ นายสุเทพ

 

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!