เด็กหญิงวัย 14 เสียชีวิต บริจาคหัวใจ-อวัยวะช่วย 5 คน พ่อภูมิใจลูกได้สร้างบุญแม้เกิดขึ้นเร็ว

เด็กหญิงวัย 14 เสียชีวิต บริจาคหัวใจ-อวัยวะช่วย 5 คน พ่อภูมิใจลูกได้สร้างบุญแม้เกิดขึ้นเร็ว
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อวานนี้ (28 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และบริจาคอวัยวะ ประกอบด้วยหัวใจ 1 ดวง ดวงตา 2 ข้าง และไต 2 ข้างให้แก่บุคคลอื่น โดยจะมีคณะแพทย์จากสภากาชาดไทย เดินทางมาเพื่อผ่าตัดเอาอวัยวะ และทางโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยศูนย์บริจาคอวัยวะ รวมทั้งสภากาชาดไทยได้มอบประกาศเกียรติคุณให้แก่พ่อแม่ของผู้บริจาค

เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบพบนายนิยม ดวงดารา อายุ 45 ปี เปิดเผยว่า ผู้ที่เสียชีวิตและบริจาคอวัยวะดังกล่าวเป็นลูกสาวของตนเอง ชื่อเด็กหญิงมัลลิกา ดวงดารา อายุ 14 ปี กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนบ้านทุ่งสมอ ต.ทุ่งสมอ อ.เขาค้อ โดยเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา เด็กหญิงมัลลิกาได้ขับรถจักรยานยนต์จะไปเอาใบรายงานที่บ้านเพื่อนมาทำเพื่อเรียนออนไลน์ แต่ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักล้ม และถูกรถยนต์ที่วิ่งตามมาชนซ้ำ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเขาค้อ และถูกส่งต่อมาที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ในสภาพอาการสาหัส และได้รับแจ้งจากทางแพทย์ว่า สมองของลูกสาวตาย ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่าเสียชีวิตแล้ว

ต่อมาเจ้าหน้าที่พยาบาลชักชวนให้บริจาคอวัยวะของลูกสาว ซึ่งมีหลายส่วนที่น่าจะนำไปช่วยชีวิตคนอื่นๆ ได้หลายชีวิต ตนจึงตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเล เพราะลูกสาวเป็นคนจิตใจดีชอบช่วยเหลือคนอื่นอยู่แล้ว ตนรู้สึกดีใจที่ลูกได้สร้างบุญสร้างกุศลด้วยการต่อชีวิตให้คนอื่น แต่ตนไม่คิดว่าสิ่งที่ลูกเคยพูดไว้กับตนมันจะเกิดขึ้นเร็วแบบนี้ 

เนื่องจากก่อนหน้านี้แม่ของตนป่วย ตนได้มานอนเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาลหลายเดือน ได้พาน้องมัลลิกาซึ่งตอนนั้นเรียนอยู่ ป.5-ป.6 มาด้วย และได้เห็นคนเจ็บคนป่วยคนเสียชีวิต และถามตนว่าคนเขาป่วยเป็นอะไร แล้วถ้าจะบริจาคอวัยวะจะบริจาคอะไรได้บ้าง ตนก็ตอบลูกว่าบริจาคได้หมดทั้งร่างกาย อันไหนที่ใช้ได้ แต่ต้องถามหมอเพราะเราไม่รู้ว่าเมื่อเสียชีวิตแล้วจะมีอวัยวะส่วนไหนที่ยังใช้ได้ ลูกสาวบอกตนว่าถ้าตายแล้วพ่อช่วยบริจาคอวัยวะให้ด้วย เขาพูดเพราะจิตใจเขาเป็นกุศล แต่ไม่คิดว่าสิ่งที่ลูกเคยพูดจะเกิดขึ้นเร็วแบบนี้

ด้าน นายแพทย์ศิริชัย แมงมีนาม ประธานองค์กรแพทย์และหัวหน้าศูนย์ประกันสุขภาพโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า หลังจากทราบว่าผู้เสียชีวิตมีอาการสมองตาย จึงได้แจ้งให้ญาติทราบโดยทางการแพทย์ถือว่าเสียชีวิตแล้ว แต่อวัยวะบางส่วนยังทำงานอยู่ จึงได้แนะนำญาติถึงโครงการบริจาคอวัยวะเพื่อช่วยเหลือบุคคลอื่น ซึ่งต่อมาญาติได้ยินยอม จึงประสานไปยังทีมแพทย์จากสภากาชาดไทย เพื่อมาผ่าตัดนำอวัยวะไปช่วยเหลือบุคคลอื่น แต่เนื่องจากช่วงนี้อยู่ในสถานการณ์ที่มีโรคระบาดโควิด-19 ทำให้กระบวนการต่างๆ ต้องใช้เวลานาน เพราะต้องตรวจคัดกรองก่อนว่าผู้บริจาคอวัยวะไม่ได้มีภาวะติดเชื้อ ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งวันกว่าที่ผลจะออกมาว่า น้องไม่มีสภาวะติดเชื้อโควิด-19 จึงสามารถดำเนินขั้นตอนรับอวัยวะได้ตามปกติ

โดยอวัยวะที่ได้ประกอบด้วย หัวใจ 1 ดวง ดวงตา 2 ข้าง ไต 2 ข้าง ซึ่งทั้งหมดสามารถนำไปช่วยชีวิตบุคคลอื่นได้อีกถึง 5 ชีวิต ถือว่าเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่ เป็นเรื่องที่น่ายินดี และขอกุศลที่ผู้เสียชีวิตได้บริจาคอวัยวะในครั้งนี้จงไปสู่ภพภูมิที่ดี