"ประยุทธ์" ย้ำเหตุผลต้องมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถาม ถ้าไม่มีแล้วอลหม่าน ใครรับผิดชอบ

"ประยุทธ์" ย้ำเหตุผลต้องมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถาม ถ้าไม่มีแล้วอลหม่าน ใครรับผิดชอบ
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางเข้าร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงินในวันที่ 2 โดยทันทีที่มาถึงนายกรัฐมนตรีได้แสกน QR Code รัฐสภาจริงใจปลอดภัยไร้โควิด เพื่อบันทึกประวัติการเข้าออกอาคารสภาผู้แทนราษฎรทุกคน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปฏิบัติตามระเบียบทุกประการ

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่า รัฐบาลต้องการให้การทำงานนั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกันเพราะ พ.ร.บ.โรคติดต่อไม่สามารถทำงานได้อย่างเป็นระบบ แต่ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้รัฐบาลคล่องตัวในการสั่งการ และทำให้ตัวเลขของผู้ติดเชื้อลดลง หากไม่ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็จะอลหม่าน แล้วใครจะรับผิดชอบสุดท้ายก็จะโทษมาที่รัฐบาล

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐบาลพิจารณาอย่างรอบคอบ และใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเฉพาะจำเป็นเท่านั้น จึงขอให้เข้าใจว่ามีมาตรการเบาไปหาหนัก ไม่ได้ใช้พร่ำเพรื่อ รัฐบาลคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนจำนวนมาก ไม่ได้ห้ามการเดินทางไปไหนมาไหน ไม่มีใครอยากใช้กฎหมาย แต่คนเราจะปฏิเสธกฎหมายไม่ได้ มีมาตราหนึ่งบอกไว้ว่า คนไทยทุกคนต้องปฏิบัติและเคารพกฏหมาย จะอ้างว่า ไม่รู้กฎหมายไม่ได้ รัฐบาลทุกรัฐบาลก็ผ่อนผันกันมาแต่บางเรื่องก็ปล่อยไปไม่เช่นนั้นจะเกิดความเสียหายฝ

ขณะที่การเรียนออนไลน์ ขออย่ามองสิ่งที่เป็นปัญหา แต่ตนเองเคยได้ให้นโยบายไว้กับกระทรวงที่เกี่ยวข้องว่าจะทำอย่างไรให้นักเรียนนั้นมีการเรียนที่ต่อเนื่อง และตนก็เห็นว่าพ่อแม่ผู้ปกครองและปู่ย่าตายาย ก็สามารถดูโทรทัศน์ไปพร้อมกับเด็กๆ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ซึ่งค่าใช้จ่ายต่างๆนั้น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมก็เป็นผู้สนับสนุนอุปกรณ์และค่าใช้จ่าย

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนตัวได้รับฟังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยชี้แจงต่อที่ประชุมซึ่งก็มีหลักการและเหตุผล ยกเว้นแต่จะไปรับฟังแต่ปัญหาและความเดือดร้อนแต่ไม่ยอมฟังเหตุผลที่รัฐบาลชี้แจง ดังนั้น จึงขอให้ทุกคนฟังในสิ่งที่รัฐมนตรีกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงในที่ประชุมสภาด้วย พร้อมระบุอีกว่า หากทุกคนช่วยรัฐบาลโดยไม่ถือว่าตัวเองเป็นฝ่ายใด ประเทศไทยก็จะเดินหน้าไปได้ไกลกว่านี้

นอกจากนี้ ยังชี้แจงเรื่องที่สมาชิกอภิปรายขอให้เพิ่มค่าตอบแทนของ อสม. กำนันและผู้ใหญ่บ้านในการต่อสู้กับโควิด-19 ว่า ได้จ่ายค่าตอบแทนไปทั้งหมดแล้ว ดังนั้นต้องไปทำความเข้าใจกับการใช้งบประมาณ เพราะมีทั้งงบประมาณฉุกเฉินกับงบประมาณรายจ่ายประจำปี และไม่รู้ว่า สถานการณ์จะยื้ดยาวไปแค่ไหน ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ทิ้งบุคลากรที่ปฏิบัติงานในช่วงสถานการณ์โควิด-19 อย่างแน่นอน แต่ขอให้ไปดูว่ามีใครที่ทุจริตหรือไม่ แต่ตอนนี้คงไม่มี ขอให้สบายใจว่า รัฐบาลดูแลอยู่แล้ว

ส่วนที่มีข้อห่วงใยจากสมาชิกว่า การกู้เงินจะเป็นการเพิ่มหนี้ให้กับประเทศนั้น นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่าประเทศไทยมีหนี้สาธารณาอยู่แล้วจากเดิม แต่การเป็นหนี้เพิ่มขึ้นอีก 51% นั้นก็เพื่อการรักษา เยียวยาและฟื้นฟู ซึ่งมีการจำแนกไว้อยู่แล้วว่าจะใช้เงินไปทำอะไรบ้าง และการบริหารจัดการเงินจะเป็นไปตามกฏหมายทุกประการ