Sanook คลุกข่าวเช้า 27 พ.ค. 63 ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีกเดือน-ส่งขวดยาน้องอิ่มบุญตรวจDNA

Sanook คลุกข่าวเช้า 27 พ.ค. 63 ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีกเดือน-ส่งขวดยาน้องอิ่มบุญตรวจDNA
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

Sanook คลุกข่าวเช้า ประจำวันที่ 27 พฤษภาคม 2563 พบกันเป็นประจำทุกวัน ทีมงานได้เสิร์ฟข่าวที่น่าสนใจมาให้คุณถึงหน้าจอมือถือและเดสก์ท็อป เรียกว่าครบจบในเนื้อหาเดียวและที่สำคัญคุณสามารถเลือกกดปุ่มฟังเพื่อความสะดวกได้แล้ว โดยสังเกตได้จากสัญลักษณ์รูปลำโพง รับฟังพร้อมอ่านกันได้ทุกบรรทัดคุณจะไม่พลาดในทุกเหตุการณ์เด่นๆ เริ่มต้นด้วยข่าวเด่นนี้เลย

ส่งขวดยาน้องอิ่มบุญ 15 ขวด ตรวจดีเอ็นเอ-ลายนิ้วมือแม่ปุ๊ก ยังไม่ชัดเป็นยาอะไร

กำลังเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจกรณีของ แม่ปุ๊ก ที่เป็นเรื่องราวขึ้นมาจากเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมาเธอถูกจับคดีฉ้อโกงและทำร้ายร่างกายเด็กจนได้รับอันตรายสาหัส ปัจจุบันถูกฝากขังที่เรือนจำคลองเปรม และคัดค้านการประกันตัว โดยมีเพจออกตั้งข้อสังเกตว่า แม่ปุ๊ก อาจวางยา น้องอมยิ้ม เพื่อฮุบเงินบริจาค 20 ล้านบาท ล่าสุด พล.ต.ท.ธวัชชัย เมฆประเสริฐ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร.ปฏิบัติราชการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง พร้อม พ.ต.อ.ณัฏฐ์ บุรณศิริ นักวิทยาศาสตร์ (สบ.4) กลุ่มงานตรวจชีววิทยาและดีเอ็นเอ เปิดเผยความคืบหน้าทางคดีที่ น.ส. ปุ๊ก อายุ 29 ปี ตกเป็นผู้ต้องหาวางยา น้องอมยิ้มวัย 4 ขวบ และ น้องอิ่มบุญ วัย 2 ขวบ ว่าเมื่อวันที่  25 พ.ค. ทางพนักงานงานสอบสวนได้ส่งขวดยาพลาสติก 15 ขวด มาที่กลุ่มงานตรวจชีววิทยาและดีเอ็นเอ เพื่อตรวจหาดีเอ็นเอและลายนิ้วมือ ซึ่งการตรวจจะบันทึกสภาพหีบห่อ สลากบรรจุ เก็บดีเอ็นเอที่ภาชนะเพื่อยืนยันว่าใครเป็นผู้จับต้องหรือสัมผัสขวดยาบ้าง หรือมีการใช้เพื่อนำไปให้เด็กกินหรือไม่ ซึ่งลักษณะของขวดยาเขียนชื่อน้องอิ่มบุญกำกับไว้ รวมทั้งมีป้ายชื่อยาและยาหลงเหลืออยู่ ทั้งนี้ทางพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวอย่างดีเอ็นเอบุคคลของ น.ส.ปุ๊ก และน้องอิ่มบุญมาเทียบเคียงเท่านั้น พล.ต.ท.ธวัชชัย กล่าวอีกว่า ทางกลุ่มงานตรวจชีววิทยาและดีเอ็นเอ จะตรวจเฉพาะภาชนะหีบห่อเท่านั้น โดยคาดว่าจะทราบผลภายใน 3 วัน หลังจากนั้นจะส่งให้ผู้ชำนาญเฉพาะของกระทรวงสาธารณสุขตรวจหาชนิดยาที่บรรจุภายในตำรับยาจะว่าเป็นยาชนิดใด ใช้รักษาอาการอะไร และตรงกับฉลากที่ติดหรือไม่ ซึ่งพนักงานสอบสวนก็ต้องไปหาต่อว่าใครเป็นผู้จ่ายยาและมาจากที่ใดอย่างละเอียด 

ครม. เคาะต่อเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีก 1 เดือน ถึง 30 มิ.ย. 63

วานนี้ (26 พ.ค.) ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานมีมติเห็นชอบให้มีการขยายระยะเวลาการประกาศบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ออกไปอีก 1 เดือน หรือ ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 30 มิ.ย. 2563 โดยในวันนี้ (27 พ.ค.) คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่มี พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นประธาน จะประชุมเพื่อพิจารณาผ่อนปรนกิจการและกิจกรรมระยะที่ 3

สำหรับการลดระยะเวลาห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) จากเดิม 23.00 - 04.00 น. คาดว่าจะลดลงเป็น 24.00 - 04.00 น. และเสนอต่อศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ในวันที่ 29 พ.ค. เห็นชอบ และจะมีการประกาศกิจการและกิจกรรมระยะที่ 3 ในวันที่ 30 พ.ค. ก่อนจะประกาศเริ่มผ่อนคลายระยะที่ 3 ในวันที่ 1 มิ.ย.ทันที 

คนชัยภูมิโล่ง เขยเยอรมันติดเชื้อโควิด-19 เมื่อไม่กี่วันก่อน ล่าสุดผลตรวจซ้ำเป็นลบ

เป็นข่าวดีที่คนชัยภูมิโล่งใจมากๆ หลังศูนย์แถลงข่าว STOP Covid-19 จังหวัดชัยภูมิ ศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วย  นายแพทย์วชิระ บถพิบูลย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ ร่วมกันแถลงผลตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 ซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ของกรมควบคุมโรคติดต่อของชาวเยอรมัน อายุ 42 ปี หลังจากที่ได้เดินทางมาเยี่ยมภรรยาและลูก 2 คนที่ ต.โป่งนก อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. 63 – 16 พ.ค. 63 

โดย นายแพทย์วชิระ บถพิบูลย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้แจ้งผลตรวจซ้ำหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ของชาวเยอรมันรายดังกล่าว ผลออกมาเมื่อคืนที่ผ่านมา ผลตรวจน้ำลายเป็นลบไม่พบเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นไปได้ว่าชาวเยอรมันคนนี้ติดเชื้อมานานแล้ว แต่ขณะที่อยู่ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ เป็นเศษซากเชื้อหรือเชื้อที่ตายแล้ว ไม่สามารถแพร่ระบาดได้ทำให้การตรวจซ้ำไม่พบเชื้อ