สอนมวยรัฐระบายสินค้าเกษตร

นายทวี ตันติพงษ์อนันต์ ประธานบริษัท นานาพรรณเกษตรอุตสาหกรรม ผู้ส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่า ต้องการให้รัฐบาลปรับวิธีการระบาย และเกณฑ์กำหนดราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้ชัดเจนกว่านี้ โดยเฉพาะการให้นำใบสั่งซื้อจากต่างประเทศมาประกอบการซื้อข้าวโพด ควรเปลี่ยนเป็นใบต้องการจะซื้อแทนดีกว่า พร้อมกับขยายระยะเวลาส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพราะภายใน 2 เดือนคงส่งออกข้าวโพดไม่ทันตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้

ส่วนแนวโน้มการเสนอซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รอบใหม่ คาดว่าราคาเฉลี่ยที่เอกชนเสนอซื้ออยู่ที่กก.ละ 4.20-4.30 บาท อาจเสนอสูงกว่ารอบก่อนที่เฉลี่ย 4.00 บาท เพราะต้องการได้สินค้าในสต๊อกรัฐบาล

รายงานข่าวจากวงการผู้ส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แจ้งว่า ความไม่ชัดเจนในการระบายสต๊อกสินค้าเกษตรของรัฐ ทำให้เอกชนมีความเสี่ยงในการบริหารจัดการสูง จนกระทบต่อการแข่งขันในการส่งออกไปต่างประเทศ โดยขณะนี้ผู้ส่งออก ข้าวโพดไม่กล้ารับคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) จากผู้ซื้อ ต่างประเทศ เพราะกลัวว่าหากรับออร์เดอร์แล้วและรัฐบาลยกเลิกการขายอีก จะทำให้ไม่มีของสำหรับส่งออกและต้องถูกปรับในที่สุด

ตอนนี้โอกาสในการส่งออกข้าวโพดของไทยไม่ค่อยดี เพราะคุณภาพข้าวโพดไทยแย่มาก หลายโกดังมีของเสียมากกว่า 60-70% บางแห่งเสียร้อยทั้งร้อยก็มี ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานส่งออก และที่สำคัญการประมูลรอบล่าสุดรัฐบาลยังเลือกขายเฉพาะข้าวโพดดีแก่ผู้ใช้ในประเทศ เหลือแต่ของไม่ดีไว้ ทำให้การขายในรอบต่อไปราคาอาจตกลงได้อีก เพราะผู้ซื้อมีความเสี่ยงที่ซื้อของไม่มีคุณภาพมากขึ้น

ทั้งนี้เกรงว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในฤดูกาล 52/53 มีโอกาสที่จะเผชิญปัญหาราคาตกต่ำกว่าที่ผ่านมา เพราะราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในตลาดโลกมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดว่าผลผลิตข้าวโพดของสหรัฐจะออกมามาก แต่ความต้องการใช้จะไม่สูงแม้ราคาน้ำมันจะเพิ่มก็ตาม ปัจจุบันราคาข้าวโพดสหรัฐอยู่ที่ 315 เซ็นต์ต่อบุชเชล เท่ากับราคาข้าวโพดไทย กก.ละ 4.27 บาท และ ในช่วงเดือน ต.ค. แนวโน้มราคาข้าวโพดสหรัฐอาจต่ำกว่า 300 เซ็นต์ต่อบุชเชลอีก ซึ่งทำให้ราคาในไทยต้องลดลงตาม เพราะปกติข้าวโพดไทยคุณภาพต่ำกว่าของสหรัฐอยู่แล้ว จึงขายราคาถูกกว่าตันละ 10 ดอลลาร์สหรัฐ ถึงจะขายได้

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า วันที่ 24 ส.ค. นี้จะเปิดให้ผู้ประกอบการเข้ามาเสนอราคาซื้อสินค้าเกษตรในสต๊อกรัฐบาลรูปแบบใหม่เป็นวันแรก โดยจะมีการขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 7.93 แสนตัน แบ่งเป็นขายเพื่อใช้ในประเทศ 2.9 แสนตันและเพื่อส่งออก 5.03 แสนตัน มันสำปะหลัง 1.32 ล้านตัน แบ่งเป็นแป้งมัน 7.49 แสนตัน โดยเพื่อใช้ในประเทศ 2.49 แสนตัน และเพื่อส่งออก 4.99 แสนตัน มันเส้น 5.71 แสนตัน จำหน่ายใช้ในประเทศ 2.1 แสนตัน และจำหน่ายเพื่อส่งออก 3.52 แสนตัน

ทั้งนี้ระบบการประมูลรูปแบบใหม่จะเปิดให้เอกชนมาเสนอซื้อทุกสัปดาห์ ซึ่งตามขั้นตอนกำหนดให้ยื่นซองและตรวจสอบคุณสมบัติในทุกวันจันทร์ วันอังคารเปิดซองราคา วันพุธต่อรองราคาซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ วันพฤหัสบดีต่อรองรา คาซื้อมันสำปะหลัง วันศุกร์จะนำเสนอผลการพิจารณาต่อคณะอนุกรรมการด้านการตลาดข้าวโพดเลี้ยงและมันสำปะหลัง ที่มีนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน และนำเสนอให้ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมนโยบายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และมันสำปะหลังแห่งชาติก่อนเสนอครม.ในทุก ๆ วันอังคารของสัปดาห์ถัดไป.

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด