สิงห์ขาวยึดคลองหลอดสมใจเนวิน

มานิตปลัดมหาดไทย!เหลิมลั่นกลับมาใหญ่เด้งแน่ขรก.ไม่ยอมรับ

ประวัติศาสตร์บทใหม่ สิงห์ขาว ยึดคลองหลอด มานิต วัฒนเสน นั่งปลัดมหาดไทยสมใจ เนวิน เผยเส้นทางเติบโตรวดเร็วแบบก้าวกระโดด กระบอกเสียงกระทวงยันงานนี้ไม่เกี่ยวกับ เนวิน แย้ม ประจักษ์ สุวรรณภักดี เต็งจ๋ามาแทนที่ ขณะที่ เหลิม ลั่นกลับมามีอำนาจเมื่อไหร่เด้งออกจากเก้าอี้แน่ เชื่อข้าราชการไม่ยอมรับ ด้าน เติ้ง เรียกรัฐมนตรีมาสั่งงานเรียงคน เปรยการเมืองไม่น่าไว้วางใจ ด้าน มาร์ค สั่ง ครม.กำชับ ส.ส.เข้าประชุมถกกฎหมายเพิ่มภาษีน้ำมันเป็น 10 บาท หลังถูก ส.ว.คว่ำไม่เป็นท่ามาครั้งหนึ่งแล้ว เพราะโยนภาระให้ประชาชนรับกรรม

มานิตซิวปลัดมหาดไทย

เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม. ว่า ครม.อนุมัติแต่งตั้งนายมานิต วัฒนเสน อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นต้นไป

รองโฆษกสำนักนายกฯยังกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ครม.ยังอนุมัติตำแหน่งบริหารระดับสูง 3 รายในกระทรวงแรงงาน คือ นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นอธิบดีกรมการจัดหางาน นางจิราภรณ์ เกษรสุจริต และนางจันทวรรณ ทองสมบุญ ผู้ตรวจราชการเป็นรองปลัดกระทรวง ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 52 เป็นต้นไป

เปิดเผยประวัติสิงห์ขาว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมานิตเกิดที่ จ.สตูล เข้ารับราชการในตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 3 จ.อุตรดิตถ์ เคยเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ภูเก็ต และปัตตานี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ขอนแก่น ก่อนขึ้นมาเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเมื่อวันที่ 12 มี.ค. 52

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า นายมานิตสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีจากศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือที่เรียกว่า สิงห์ขาว เป็นที่ทราบว่าข้าราชการในกระทรวง มหาดไทยจะค่อนข้างยึดติดกับสถาบัน ก่อนหน้านี้จะเป็นยุคของสิงห์ดำหรือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ สิงห์แดง จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งทั้ง 2 สิงห์นี้มีบทบาทสูงในการได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายในกระทรวง จนมาถึงในยุค คมช.ผู้ที่จบจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็ขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญหลายคน และนอกจาก สิงห์ดำ-สิงห์แดง-สิงห์ขาว แล้ว ยังมี สิงห์ทอง คือผู้ที่จบจากคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคำแหง

เลือกเพราะเชื่อทำงานได้

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าการที่ สิงห์ขาว ผงาดขึ้นมาในครั้งนี้เป็นเพราะความเป็นเพื่อนร่วมสถาบันเดียวกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และนายมานิตถือว่าเป็นคนใกล้ชิดของนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่เติบโตในสายงานอย่างรวดเร็ว โดยขึ้นเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นไม่ถึง 1 ปี ก็ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงมติ ครม.เห็นชอบให้แต่งตั้งนายมานิต เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยว่า รมว.มหาดไทยเป็นผู้พิจารณาโดยพิจารณาถึงความเหมาะสมในการทำงานสนองนโยบายอย่างดีที่สุด เชื่อว่านายมานิตจะทำงานได้ดีในช่วง เวลานี้ และเราไม่พิจารณาว่าใครเคยดำรงตำแหน่ง นานหรือไม่อย่างไร แต่ต้องการบุคคลที่มีคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงฯ และ นายมานิตมีคุณสมบัติ จึงตัดสินใจเลือก

ยันงานนี้เนวินไม่เกี่ยว

ต่อข้อถามว่า มีการวิจารณ์ว่าเป็นการเลือกเพราะนายมานิตสนิทสนมกับนายเนวิน นายศุภชัยกล่าวว่า นายเนวินไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้ง อธิบดีกรมอื่นก็รู้จักกับนาย เนวินเช่นกัน เมื่อถามว่า จะเกิดคลื่นใต้น้ำในกระทรวงหรือไม่ จากการที่สิงห์ขาวได้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งนี้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นายศุภชัยกล่าวว่า ในกระทรวงไม่มีการแบ่งแยกเป็นสิงห์ใด ๆ มานานแล้ว ปัจจุบันมีสิงห์เดียวคือมีแต่สิงห์มหาดไทย คนที่เป็นสิงห์ขาว ก็เป็นอธิบดีอยู่ในหลายกรม ถ้าจะได้ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงฯถือเป็นเรื่องปกติ

เมื่อถามว่า จะเป็นการปูทางสร้างฐานเสียงให้กับพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งหรือไม่ โฆษกกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า ไม่มีนายมานิตขึ้นเป็นปลัดกระทรวงฯ ก็รับผิดชอบในฐานะที่เป็นปลัดกระทรวง โดยยังไม่ได้พูดเรื่องการเมือง แต่ต้องสนองนโยบายของรัฐบาลที่เป็นประโยชน์ของประชาชน

ลือใบปลิวว่อนมหาดไทย

รายงานข่าวแจ้งว่า การที่ รมว.มหาดไทย ชงเรื่องการตั้งนายมานิตขึ้นเป็นปลัดเข้าที่ประชุม ครม.เป็นเพราะว่าหลังจากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ เลื่อนการอ่านคำพิพากษาคดีทุจริตกล้ายางพาราออกไป ทำให้แกนนำพรรคภูมิใจไทยเรียกประชุมด่วนที่อาคารสิริภิญโญ เพื่อหารือถึงสถานการณ์การเมือง โดยเรื่องสำคัญที่มีการหยิบ ยกขึ้นมาคุยกันคือเรื่องการแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทยและ ผบ.ตร.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลัง ครม.มีมติตั้งนายมานิตทำให้ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยวิพากษ์วิจารณ์ทั้งวัน และมีการลือกันว่ามีใบ ปลิวโจมตีไปวางไว้ตามจุดต่าง ๆ ทั่วกระทรวง ทำให้มีข้าราชการถามหากันให้วุ่นแต่เมื่อมีการเดินไปตรวจสอบตามจุดต่าง ๆ ก็ไม่พบใบปลิวแต่อย่างใด

ประจักษ์เต็งจ๋ามาแทนที่

รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ที่จะมาเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นคนใหม่ นายเนวิน เตรียมผลักดันนายไพรัตน์ สกลพันธ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ส่วนผู้จะมาเป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนคนใหม่ ตัวเต็งอันดับหนึ่งยังคงเป็นนายประจักษ์ สุวรรณภักดี ผวจ.โคราช ซึ่ง มีสายสัมพันธ์อันแนบแน่นกับนายเนวิน จนเคยประกาศหลายครั้งว่าคนนมาก หลังจากเคยเกิดกรณีเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์ ไปซุ่มอัดเทปนายเนวินเรียกประชุมข้าราชการในพื้นที่ภาคใต้ช่วงที่ดูแลพื้นที่เลือกตั้งภาคใต้ให้พรรคไทยรักไทย จน กกต. เรียกสอบทั้งนายเนวินและนายประจักษ์ ทำให้นายเนวินเห็นใจนายประจักษ์อย่างมาก

นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า รัฐบาลได้วางตัวนายพระนาย สุวรรณรัฐ รองปลัดกระทรวง มหาดไทย น้องชายนายพลากร สุวรรณรัฐ องค มนตรี เป็นเลขาธิการ ศบ.ชต.เทียบเท่าซี 11 หากว่าร่าง ศบ.ชต.ที่จะมาแทน ศอ.บต. ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในอนาคต แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวนายพระนายด้วย

ตั้งปลัด สธ.รอถามนายกฯ

ด้านนายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงการแต่งตั้งปลัดกระทรวงสาธารณสุขคนใหม่ว่า จะหารือกับนายกรัฐมนตรีถึงความเหมาะสมของบุคคลที่ควรจะเป็น ตนเชื่อว่าคนที่เป็นอธิบดีหรือรองปลัดกระทรวงมีความสามารถเป็นได้ทุกคน เพียงแต่ความเหมาะสมของสถานการณ์และทิศทางของกระทรวง ที่ต้องหารือกับนายกฯ เพราะท่านก็ติดตามกระทรวงสาธารณสุขมาโดยตลอด และเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของรัฐบาล ก็คงจะได้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขก่อน 1 ต.ค.

เมื่อถามว่า ได้ยินกระแสข่าวการซื้อขายตำแหน่งบ้างหรือไม่ นายวิทยากล่าวว่า ยังไม่มีใครขอซื้อ ถ้าสื่อทราบหรือมีข้อมูลกรุณาบอกด้วย ต่อข้อถามถึงความคืบหน้ากรณี สตง.ชี้มูลความผิดกรณีรถพยาบาลฉุกเฉิน 232 คัน นายวิทยากล่าวว่า ได้ตั้งให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานสอบข้อเท็จจริง และมีปลัดกระทรวง อื่นอีก 2-3 กระทรวง คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน

เหลิมเชื่อ ขรก.ไม่ยอมรับ

ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึง ครม.เห็นชอบให้นายมานิตเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยว่า ข้าราชการที่อยู่ในระดับ 10 สามารถเป็นปลัดกระทรวงได้ทุกคน แต่อยู่ที่ว่าตั้งแล้วจะได้รับความยอมรับจากผู้ใต้บังคับบัญชาหรือไม่ ในฐานะที่ตนเคยอยู่กระทรวงมหาดไทยมาก่อนบอกได้เลยว่าปลัดคนใหม่จะต้องเจอกับท่าทีของข้าราชการที่อาจจะไม่ให้ความร่วมมือ เพราะไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควร

ผู้สื่อข่าวถามว่า การตั้งนายมานิตเพื่อจัดโผผู้ว่าฯ รองรับการเลือกตั้งหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า หากทำเช่นนั้นคะแนนเสียงก็จะเปลี่ยนมาที่เพื่อไทยแน่นอน ยังไม่สำนึกอีกหรือกับบท เรียนที่ จ.สกลนคร และ จ.ศรีสะเกษ ตอนที่ จ.สกลนครก็เห็นปลัดคนใหม่นี้ลาราชการไปพัก ร้อนที่สกลนคร แล้วผลเป็นอย่างไรก็เห็นกันหมดแล้ว

ลั่นเด้งแน่ถ้ากลับมามีอำนาจ

วันนี้รัฐบาลบริหารงานแบบนักเลงเก่าคือแบ่งกันคุมพื้นที่ ไม่เช่นนั้นนายมานิตไม่สามารถขึ้นเป็นปลัดกระทรวงได้เด็ดขาด หากมีการเลือกตั้งใหม่และพรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาล หรือผมมีโอกาสเป็นนายกฯ ปลัดกระทรวงคนนี้ก็ต้องโดนย้ายออกไป ถึงแม้ไม่ต้องเป็นนายกฯ เอาแค่เป็น รมว.มหาดไทยก็จะย้ายออกจากตำแหน่ง ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

เมื่อถามว่า การที่พรรคภูมิใจไทยตัดสินใจให้นายมานิตเป็นปลัดกระทรวง เนื่องจาก วิเคราะห์แล้วว่าการเลือกตั้งใหญ่กำลังมาถึงใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ตนก็คิดว่าคงได้นาน เพราะเมื่อดูเอกสารชิ้นหนึ่งที่รัฐบาลเอาเงินภาษีและงบฯของประเทศไปทุ่มในการโฆษณาประชาสัมพันธ์จำนวนมากก็ไม่น่าจะอยู่ได้แล้ว เพราะหากรัฐบาลทำงานผลงานก็ต้องออกตามสื่อ แต่นี่กลับไม่มีผลงานออกตามสื่อจนต้องซื้อโฆษณา ก็ถือว่ารัฐบาลไม่ได้ทำงาน ทางพรรคกำลังตั้งคณะทำงานตรวจสอบการใช้งบฯจำนวนนี้

ขอพบสื่อแลกเปลี่ยนความเห็น

ส่วนการเมืองอื่นนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมจัดโครงการโฆษกพบสื่อว่า เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและความเห็นในเรื่องต่าง ๆ ตามแนวคิดการปรับปรุงการทำงาน และหากนายกฯไม่ติดภารกิจคงจะเข้ามาทักทายพูดคุยกับสื่อด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นสัญญาณว่าอาจจะไม่มีการเปลี่ยนตัวโฆษก นายปณิธานกล่าวว่า หากมีความจำเป็นต้องมีโฆษกประจำ ก็เป็นหน้าที่ของโฆษกที่จะเป็นผู้คัดเลือก ซึ่งตนได้พูดคุยกับนายกฯในเรื่องนี้ตั้งแต่เข้ามารับหน้าที่ แต่นายกฯบอกว่ายังไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน

พท.วัดใจ กกต.เถรตรง

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรค เพื่อไทย กล่าวถึงรายงานข่าวว่าคณะอนุกรรมการไต่สวนของ กกต.มีมติ 3 ต่อ 2 ยกคำร้องกรณีพรรคประชาธิปัตย์รับเงินสนับสนุนจากบริษัททีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ผ่านทางบริษัทแมสไซอะและกรณีใช้เงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง 29 ล้านบาทผิดวัตถุประสงค์ว่า ตนเชื่อว่าคำวินิจฉัยของ กกต.คงจะเชื่อถือได้ การให้ปากคำของนายประจวบ สังข์ขาว อดีตกรรมการบริษัทแมสไซอะ ก็ชัดเจนยิ่งกว่าข้อมูลที่ตนอภิปรายเสียอีก เป็นการเดินทางไปให้ปากคำ ด้วยตัวเองที่กรมสอบสวนคดีพิเศษก่อนที่จะไปที่ กกต.

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่มีคนปล่อยข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์รอดถูกยุบพรรคแฝงไปด้วยนัยทางการเมือง ต้องการกดดันการทำงานของ กกต.ชุด ใหญ่ ซึ่งจะสร้างความเสื่อมเสียให้องค์กรอิสระ และส่งผลให้เกิดวิกฤติศรัทธา กกต. ได้เนื่องจากประชาชนให้ความสนใจคดียุบพรรคมาก ตนขอเรียกร้อง กกต.เร่งดำเนินการหาตัวคนปล่อยข่าวมาลงโทษให้เป็นที่ปรากฏแก่สาธารณะ

หยัดยันพยานฟังไม่ขึ้น

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ตนมั่นใจ เนื่องจากมีพยานเพียงปากเดียวคือนายประจวบที่ให้การกลับไปกลับมาไม่ตรงกันถึง 3 ครั้ง ในทางคดีจึงถือว่าไม่มีน้ำหนัก บางทีอาจทำให้คนที่ไม่มีประสบการณ์ในทางคดีฟังแล้วก็เกิดความตกใจ แต่สำหรับคนที่มีประสบการณ์ด้านคดี เมื่อมีพยานเพียงปากเดียวที่ให้การกลับไปลับมาก็รู้อยู่แล้วว่าไม่มีน้ำหนัก

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงการตรวจสอบสมาชิกภาพ 44 ส.ส. จากการถือครองหุ้นต้องห้ามว่า ในการพิจารณาของที่ประชุม มีคำถามมากมาย กกต.จึงเห็นว่าหากเอกสารไม่ชัดเจนครบถ้วนก็จะมีผลต่อการวินิจฉัย ยืนยันว่า กกต.ไม่ต้องการที่จะยื้อเวลา ประธาน กกต.ได้กำชับให้เลขาของคณะกรรม การไต่สวนฯ เสนอรายงานที่มีการปรับปรุงใหม่ภายในช่วงเช้าวันที่ 25 ส.ค. เพื่อนำเสนอ กกต. ในการประชุมวันเดียวกัน หากรายงานมีความครบถ้วนก็จะให้ กกต.นำไปศึกษา 7 วัน ก่อนนัดวันลงมติอีกครั้ง

สั่งเข้าประชุมถกภาษีน้ำมัน

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในการประชุม ครม.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แจ้งให้รัฐมนตรีแต่ละพรรค ประสานงานกับ ส.ส.ให้เข้าร่วมประชุมสภาอย่างพร้อมเพรียงกันในเวลา 14.00 น. วันที่ 19 ส.ค.เนื่องจากจะมีร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.พิกัดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ที่วุฒิสภามีมติไม่ให้ความเห็นชอบ กลับเข้าสู่การพิจารณาของสภาอีกครั้ง เพราะเสียงของรัฐบาลขณะนี้หากไม่รวมรัฐมนตรีก็จะเกินกึ่งหนึ่งมาแค่ 14 เสียงเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้นัดสมาชิกประชุมสมัยสามัญนิติบัญญัติ 3 วัน คือวันที่ 19-21 ส.ค. เนื่องจากมีกฎหมายค้างอยู่ในวาระกว่า 50 ฉบับ ซึ่งวาระการประชุมที่สำคัญคือการยืนยันการอนุมัติ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ที่มีเนื้อหาสำคัญคือการขยายเพดานการจัดเก็บภาษีน้ำมัน จาก 5 บาทเป็น 10 บาท หลังจากที่วุฒิสภามีมติคว่ำร่าง พ.ร.ก.ดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. และร่างพ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ที่ให้มีการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ

เติ้งเรียกรมต.สั่งงานเรียงตัว

อีกด้านหนึ่งที่พรรคชาติไทยพัฒนามีกำหนดประชุมกรรมการบริหารพรรค โดยนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ได้เดินทางมายังร้านชาติไทยคอฟฟี่ ที่อยู่ในบริเวณที่ทำการพรรค และได้เชิญนายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคเข้าไปหารือ จากนั้นก็เชิญรัฐมนตรีของพรรคเข้าหารือทีละคน ภายหลังการหารือนายบรรหารปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์แต่กล่าวสั้น ๆ ว่า เอาไว้พูดในวันที่ 19 ส.ค. ทีเดียว เพราะเป็นวันเกิดตน ผู้สื่อข่าวถามว่า งานวันเกิดจะมีเซอร์ไพร้ส์อะไรหรือไม่ นายบรรหารยิ้มอย่างอารมณ์ดีแล้วพูดว่า คอยติดตามดูซิ

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่นายบรรหารได้เรียกรัฐมนตรีของพรรคไปหารือเป็นการส่วนตัวทีละคนนั้น ส่วนใหญ่จะกำชับเรื่องให้ดูแลพื้นที่ และให้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถ เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์ทางการเมืองอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมตลอดเวลาเช่นกัน

ปชป.โบ้ยโกงพอเพียงคน พท.

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีการทุจริตในโครงการชุมชนพอเพียงว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของพรรคเพื่อไทย ตนเคยบอกไปก่อนหน้านี้ว่ามีคนใกล้ชิดของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย มี ส่วนร่วมกับไส้ศึกที่อยู่ในสำนักงานเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน (สพช.) ในการกระทำที่เข้าข่ายหลอกลวงประชาชน

คนที่มีส่วนหลอกลวงประชาชนเป็นคนใกล้ชิด ส.ส.พรรคเพื่อไทย มีหลักฐานเป็นหนังสือราชการด่วนที่สุดลงวันที่ 17 ก.ค. 52 เรื่องขอตัวข้าราชการมาช่วยปฏิบัติงาน ทำเรื่องถึงผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ นี่คือหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่าคนที่เข้าข่ายไปหลอกลวงประชาชนในโครงการชุมชนพอเพียงคือคนที่ใกล้ชิดกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย นพ.วรงค์กล่าว

กอร์ปศักดิ์ดึงสตง.ช่วยตรวจสอบ

ด้านนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯ กล่าวว่า ในวันที่ 19 ส.ค. ตนจะเดินทางไปพบนางจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการ สตง.เพื่อขอความร่วมมือให้จัดส่งทีมพิเศษเข้ามาตรวจสอบการทำงานของสำนักงานโครงการชุมชนพอเพียง เนื่องจาก สตง.มีระบบการตรวจสอบที่ดีและสามารถตรวจสอบได้ละเอียด หากมีปัญหาจะได้แก้ไขให้ถูกต้องเพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อ

แหล่งข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้มี ส.ก. และ ส.ข. ของพรรคจำนวนหนึ่งพยายามเคลื่อนไหวส่งสัญญาณไปถึงแกน นำพรรค ให้เร่งดำเนินการเกี่ยวกับการทุจริตในโครงการชุมชนพอเพียง เพราะทำให้กระทบต่อฐานเสียง โดยสอดคล้องกับการที่ ส.ส.กรุงเทพฯกว่า 20 คนเสนอให้ปลดนายสุมิท แช่มประสิทธิ์ ผอ.สพช.เพื่อแสดงความรับผิดชอบที่บริหารงานผิดพลาด.

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!