รวบหนุ่มใหญ่ยิงชาวแคนนาดาดับคาคอนโดหรูพูดไทยปนอังกฤษเหยื่อไม่ทำตาม

รวบหนุ่มใหญ่ติดพนันยิง มาร์ก ชาวต่างชาติดับคาคอนโดหรูย่านทองหล่อ พบก่อเหตุมากกว่า 10 ครั้ง ล่าสุดได้ทรัพย์สินเป็นเครื่องเพชร นาฬิกาหรูมูลค่ากว่า 10 ล้าน สารภาพยิงชาวแคนาดาดับเมื่อ 2 ปีที่แล้วอ้างกลัวเหยื่อสู้บอกให้ยื่นโทรศัพท์ให้แต่ไม่ฟังพูดไทยปนอังกฤษ เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 18 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผบ.ตร. พ.ต.อ.ปรีชา ธิมามนตรี รองผบก.ศสส.บช.น. พ.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผกก.ศส.บช.น. พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา ผกก.สส.น. 5 พ.ต.อ.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผกก.สน.ทองหล่อ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจแคนาดา ประจำสถานเอกอัครราชทูตแคนาดา ประจำประเทศไทย ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายสุพจน์ หรือกล้า แซ่ลี้ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 106/1 ตรอกมะขาม 1 แขวงและเขตป้อมปราบศตรูพ่าย กทม. ในข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนโดยทำอันตรายต่อสิ่งกีดกั้นพร้อมของกลาง นาฬิกายี่ห้อหรู ปากกา ทองรูปพรรณกว่า 10 รายการ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค พระเครื่อง โทรศัพท์มือถือจำนวนหนึ่ง อาวุธปืนพกสั้นแบบออโตแมติค ยี่ห้อซิกซาวเออร์ ขนาด 9 มม. ไม่มีหมายเลขทะเบียน พร้อมกระสุน 50 นัด กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 5 นัด กระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 200 นัด ตั๋วรับจำนำจำนวนหนึ่ง สิ่วและกล่องสว่าน 1 ชุด พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวว่า สืบเนื่องจากวันที่ 25 ธันวาคม 2549 เวลาประมาณ 19.00 น. เกิดเหตุคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ภายในห้องพักเลขที่ 59 ชั้น 10 อาคารซิตี้สมาร์ทคอนโดย เลขที่ 366 ซ. สุขุมวิท 18 แขวงและเขตคลองเตย กทม. ต่อมานายมาร์ก เจย์ เคฟเฟบพวกอีก 8 คน เข้ามาพบ นายสุพจน์จึงใช้อาวุธปืนยิงถูกนายมาร์ก เสียชีวิตและหลบหนีไป โดยนายสุพจน์ได้ชิงโทรศัพท์มือถือไป 7 เครื่อง ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนทราบว่ามีการนำโทรศัพท์มือถือไปขายฝั่งประเทศกัมพูชา แต่ขณะนั้นเจ้าหน้าที่ไม่สามารถสืบได้ว่า ใครเป็นคนนำไปขาย ต่อมาระหว่างวันที่ 6-7 กรกฎาคม 2552 คนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ของน.ส.สิรินยา พึ่งสมบูรณ์ ที่ห้องพักเลขที่ 39C ชั้น 39 อาคารเพรสซิเดนท์ทาวเวอร์ ตึกไพน์ ซ.สุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กทม. ได้ทรัพย์สินป็นเครื่องเพชร นาฬิกาหรูไปกว่า 10 ล้านบาท เมื่อดูแผนประทุษกรรมคนร้ายแล้วคล้ายกับคดีชิงทรัพย์และฆ่า นายมาร์ก ประกอบกับสถานที่เกิดเหตุอยู่ใกล้เคียงกันและเกิดในตึกสูง โดยชุดสืบได้ประสานงานกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยเพื่อตรวจสอบตำหนิรูปพรรณทรัพย์ที่หายตามโรงรับจำนำและแหล่งค้าของเก่า จนทราบว่านายสุพจน์เป็นผู้นำทรัพย์สินของน.ส.สิรินยาไปจำนำไว้ ซึ่งนายสุพจน์มีประวัติการลักทรัพย์สนคอนโดหรูตามพื้นที่ สน.ต่าง ๆ หลายแห่ง ทั้ง สน.ดุลิต พลับพลาไชย1 ตลิ่งชัน สมเด็จเจ้าพระยา พญาไท สำเหร่ บางมด ห้วยขวาง พหลโยธิน และบางขุนเทียน จึงได้วางแผนจับกุมได้ที่ ข้างวัดดวงแข แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กทม. ด้านนายสุพจน์รับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือยิงนายมาร์กเอง โดยขณะเข้าไปในห้องนั้น นายมาร์กและเพื่อน พยายามจะต่อสู้ แต่ตนได้ใช้ภาษาอังกฤษปนไทยเพื่อให้เหยื่อส่งโทรศัพท์ให้ ในขณะที่ผู้ตายขัดขืน จึงใช้อาวุธปืนยิงไปหลาัด เพราะกลัวผู้ตายจะทำร้าย ก่อนจะหลบหนีไปทางประตูบันไดหนีไฟ ข้ามรถเมล์ไปฝั่งธนบุรี และทิ้งโทรศัพท์ลงแม่น้ำเจ้าพระยาที่สะพานกรุงเทพส่วนเครื่องที่เหลือไปจำนำที่ร้านตรงข้ามกาสิโน Holiday Palace กัมพูชา นายสุพจน์ รับอีกว่า นำเงินที่ได้ไปใช้จ่าย ส่วนหนึ่งเล่นการพนัน สำหรับการเข้าไปขโมยของจะเลือกคอนโดหรู ย่านคนรวย โดยจะดักรอเวลาที่มีผู้เช่าห้องพักรูดการ์ดเข้าไปในส่วนคอนโด จากนั้นจะสุ่มห้องโดยการเคาะประตูหากไม่มีการตอบรับจะใช้สิ่ว สว่าน หรือ ไขควงไขเข้าไป ขโมยทรัพย์สินที่สามารถหิ้วมาได้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ทองหล่อ ได้นำอาวุธปืนของกลางไปมอบให้ กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ ตรวจสอบพบว่าเป็นปืนกระบอกเดียวกันที่ใช้ก่อเหตุยิงนายมาร์ก โดยพนักงานสอบสวน จะได้รวบรวมหลักฐานขออนุมัติหมายจับนายสุพจน์อีก 1 ข้อหา คือ ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีและใช้อาวุธปืนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีอาวุธปืนและเครืองกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!