รบ.เตรียมพิจารณาฎีกาแม้วเข้าข่ายหลักเกณฑ์หรือไม่

เมื่อเวลา 09.20น. วันที่ 18 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ครม.ถึงการชี้แจงของรัฐบาลหลังกลุ่มคนเสื้อแดงได้ยื่นถวายฎีกาแล้ว ว่า ขณะนี้มีการประสานงานจากสำนักราชเลขาธิการฯ ซึ่งคงจะส่งหนังสือทั้งหมดมาที่สำนักเลขาธิการ ครม. ขึ้นตอนต่อไปสำนักเลขาธิการ ครม.ต้องหารืออย่างใกล้ชิดกับสำนักราชเลขาธิการฯที่จะกำหนดแนววิธีปฏิบัติต่อไป ซึ่งก็คงเป็นไปตาม พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งมีการแก้ไขเพิ่มเติมในสมัยที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี มีนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็นรมว.ยุติธรรม มีการระบุขั้นตอนวิธีการว่าถ้าเป็นฎีกาที่จะขออภัยโทษ ขั้นตอนคือจะต้องถูกส่งเรื่องไปยังกระทรวงยุติธรรม ซึ่งกระทรวงยุติธรรมก็จะเป็นผู้ที่จะดำเนินการในการตรวจสอบตามข้อกฎหมายเบื้องต้น และจะถวายคำวินิจฉัยในเชิงข้อกฎหมาย ขณะนี้มีความพยายามที่จะไปสร้างความเข้าใจว่าหลังจากคนหลายล้านคนยื่นฎีกาแล้วจะต้องได้รับอภัยโทษ ซึ่งตามข้อเท็จจริงแล้วการฎีกาที่เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาที่เขียนไว้ในรัชกาลที่ 6 ที่เขียนไว้ว่าจะต้องไม่เป็นการไปโต้แย้งคำพิพากษา แต่กรณีการฎีกานี้ถ้าเป็นไปตามที่เสื้อแดงระบุไว้ก็ถือว่าเป็นการโต้แย้งคำพิพากษาก็เป็นปัญหาในข้อกฎหมายอย่างหนึ่ง ในส่วนของขั้นตอนการดำเนินการกระทรวงยุติธรรมต้องให้คำแนะนำ ซึ่งในกฎหมายประมวลวิธีพิจารณาความอาญาบัญญัติไว้ชัดเจนว่าผู้ที่จะยื่ขออภัยโทษได้จะต้องเป็นผู้มีประโยชน์เกี่ยวเนื่องชัดเจน คือถ้าไม่เป็นเจ้าตัว ก็ต้องเป็นบุตร หรือภรรยาที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งก็ต้องตรวจสอบรายชื่อในฎีกานั้นว่ามีใครเข้าข่ายนี้ ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งขั้นตอนต่อไปก็ต้องดูด้วยว่าในการต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกนั้น มีการจำคุกจริงหรือไม่ สำนึกผิดหรือไม่ ก็เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายนายสาทิตย์ กล่าว เมื่อถามว่าการใช้วิธีร้องทุกข์ว่าประชาชนเดือดร้อน นายสาทิตย์ กล่าวว่า กรณีร้องทุกข์ก็จะเป็นอีกกรณีหนึ่งที่ต้องดูว่าร้องทุกข์ในกรณีใด โดยหลักสำนักราชเลขาธิการฯก็จะส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณา แต่ในส่วนของกลุ่มเสื้อแดงถ้าในหนังสือเป็นเนื้อหาเดียวกับที่แกนนำฯเคยระบุไว้ก่อนหน้านี้ก็ถือว่าเป็นหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษ ก็จะต้องเข้าตามกฎหมายประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ดังนั้น กระทรวงยุติธรรมก็สามารถถวายคำแนะนำได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญคืออย่าไปสร้างความเข้าใจว่าเมื่อยื่นถวายฎีกาแล้วจะสามารถดำเนินการอะไรได้ทุกประการ ทั้งหมดต้องอยู่ที่กระทรวงยุติธรรมดามข้อกฎหมายก่อน ผู้สื่อข่าวถามว่าค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าการยื่นถวายฎีกาครั้งนี้ไม่เข้าขั้นตอนตามกฎหมาย เป็นไปได้หรือไม่ว่ารัฐบาลจะยุติเรื่องโดยไม่มีการนำส่งกลับไปยังสำนักราชเลขาธิการฯ นายสาทิตย์ กล่าวว่า อย่าเพิ่งพูดไปก่อนจนกว่าจะมีการเปิดเอกสารทั้งหมดและตรวจสอบรายละเอียดของเอกสาร อีกทั้งต้องตรวจูรายชื่อที่ยื่นมาทั้งหมดก่อนว่ามีผู้เกี่ยวเนื่อง หรือเกี่ยวข้องกับพ.ต.ท.ทักษิณ ที่เป็นไปตามองค์ประกอบตามกฎหมายหรือไม่ ถ้าครบแล้วถึงจะสามารถวินิจฉัยข้อกฎหมายได้ รัฐบาลก็จะดูว่าเข้าตามองค์ประกอบตามข้อกฎหมายหรือไม่ เมื่อถามว่าจะกลายเป็นว่ารัฐบาลกีดกันจนกลายเป็นประเด็นปัญหาบานปลาย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลกังวลก็คือเรื่องนี้ ซึ่งทุกอย่างต้องดำเนินการไปตามข้อกฎหมาย ซึ่งหน้าที่ของรัฐบาลก็ต้องชี้แจงว่ากฎหมายเป็นอย่างไร เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรถ้าวันที่ 26 ส.ค.ที่กลุ่มเสื้อแดงนัดชุมนุมใหญ่จะมีการนำประเด็นดังกล่าวไปปลุกระดมเพื่อยกระดับขับไล่รัฐบาล นายสาทิตย์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตามกลุ่มเสื้อแดงประกาศว่าหลังยื่นฎีกาแล้วก็จะยุติการเคลื่อนไหวก็ขอให้เป็นไปตามนั้น แต่ระหว่างนั้นรัฐบาลก็ต้องชี้แจงในหลายๆรูปแบบผ่านสื่อทุกชนิด ผมดูจากที่คุณทักษิณโฟนอินผมก็ประเมินได้ว่าเหตุการณ์ยังไม่จบง่ายๆ เพราะเป้าหมายจริงๆคือ การเดินหน้าต่อ แต่เขาพูดไว้ว่าหลังยื่นแล้วจะหยุดการเคลื่อนไหวก็อยากให้เขาหยุดจริงๆ แต่ถ้าไม่หยุดก็ต้องว่าไปตามแนวทางที่จะแก้ไข เช่น ถ้ามีการชุมนุมก็ต้องดูว่าไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย หรือถ้าหยิบยกเงื่อนไขบางอย่างมาบิดเบือนก็เป็นหน้าที่รัฐต้องชี้แจง

เรื่องล่าสุดของหมวด อาชญากรรม

ดูหมวด อาชญากรรม ทั้งหมด