กางค่าชดเชยหาก “พนักงานการบินไทย” ถูกเลิกจ้าง สูงสุด 400 วัน

กางค่าชดเชยหาก “พนักงานการบินไทย” ถูกเลิกจ้าง สูงสุด 400 วัน
Thai Quote

สนับสนุนเนื้อหา

สหภาพแรงงานการบินไทยเปิดตัวเลขชดเชยหากจะต้องถูกเลิกจ้าง หลังเจ้าจำปีถูกเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู และพ้นรัฐวิสาหกิจ เผยรับเงินชดเชยตั้งแต่ 30-400 วัน

วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 - นายนเรศ ผึ้งแย้ม ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย ระบุว่า หลังจากที่การบินไทยเข้าสู่ขบวนการฟื้นฟูกิจการภายในศาลล้มละลายกลาง บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จะหลุดพ้นจากการเป็นรัฐวิสาหกิจ และหลุดพ้นจากพ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ 2543 ทำให้สิทธิคุ้มครองแรงงานตามกฎหมายดังกล่าวจะหมดไปด้วย โดยอาจจะเข้าสู่สิทธิ์ตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ 2518 แทน ซึ่งขั้นตอนของการฟื้นฟูกิจการตัวแทนที่เข้ามาบริหารแผนจะเข้ามาปรับโครงสร้างองค์กรทุกหน่วยงาน เพื่อให้กิจการของบริษัทกลับมาเดินต่อไปได้

ทั้งนี้ ในส่วนของบุคคลากรของบริษัทซึ่งปัจจุบันมีอยู่ราว 2.1 หมื่นคน ต้องยอมรับว่าบางส่วนอาจจะต้องถูกเลิกจ้างในระหว่างที่บริษัทกำลังจะเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งเป็นสิทธิ์ตามกฎหมายของนายจ้าง ที่จะบอกเลิกจ้าง ก่อนที่พนักงานจะอายุครบเกษียณ ส่วนโครงการร่วมใจจากองค์กรคงไม่มีแน่นอน

โดยสหภาพฯ ขอชี้แจงว่า พนักงานทุกคนที่ถูกเลิกจ้างจะได้รับการชดเชยตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ หรือกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ โดยจะได้รับสิทธิคุ้มครองตามกฎหมายเหมือนกัน โดยจะมีหลักเกณฑ์ใหม่ในการจ่ายค่าชดเชยเลิกจ้าง แบ่งออกเป็นดังนี้

  1. ทำงานต่อเนื่องครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี ได้ค่าชดเชย 30 วัน
  2. ทำงานครบ 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ได้รับค่าชดเชย 90 วัน
  3. ทำงานครบ 3 ปี แต่ไม่เกิน 6 ปี ได้ค่าชดเชย 180 วัน
  4. ทำงานครบ 6 ปี แต่ไม่เกิน 8 ปี ได้ค่าชดเชย 240 วัน
  5. ทำงานครบ 10 ปี แต่ไม่เกิน 20 ปี ได้ค่าชดเชย 300 วัน
  6. ทำงานครบ 20 ปี จะได้รับค่าชดเชย 400 วัน

สำหรับเงินชดเชยเลิกจ้าง จะจ่ายให้ในกรณีที่ลูกจ้างถูกเลิกจ้างโดยที่ไม่ได้มีความผิด หรือไม่ได้ลาออกเองโดยสมัครใจ

“วันนี้ต้องพูดความจริงกับเพื่อนพนักงาน มันเป็นความจริงที่เจ็บปวด ผมในฐานะประธานสหภาพไม่อยากจะพูด แต่ผมต้องพูดเพื่อให้พวกเราพนักงาน รับรู้ความเป็นจริงที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อเพื่อนพนักงานจะได้วางแผน และเตรียมตัวเตรียมใจ รองรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงกับพวกเราต่อจากนี้ นี่คือภารกิจสุดท้ายที่ผมจะทำได้ ก่อนสหภาพถูกยุบ” นายนเรศ กล่าว