10 สุดยอดการซื้อของ เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน

10 สุดยอดการซื้อของ เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน

เชื่อว่า ยังไม่สายเกินไปครับ สำหรับความรู้สึกอาลัยที่มีต่อ เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน ปูชนียบุคคลของวงการฟุตบอล ที่เพิ่งจะอำลาโลกนี้ไปด้วยโรคมะเร็ง ขณะที่วัย 76 ปี เมื่อวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา ถือเป็นการสูญเสียอย่างยิ่งสำหรับชาวเมืองผู้ดี กับการจากไปของกุนซือชาวอังกฤษที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดต่อจาก เซอร์ อัลฟ์ แรมซี่ย์

และก็ยังไม่สายเกินไปแน่นอนครับที่เราจะมารำลึกถึงผลงานอันยอดเยี่ยมของ "ปู่บ็อบ" ที่มีประสบการณ์ในฐานะผู้จัดการทีมมาอย่างโชกโชนกว่า 36 ปี บนเส้นทางที่พาดผ่านสโมสรอย่าง ฟูแล่ม, อิปสวิช ทาวน์, พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น, สปอร์ติ้ง ลิสบอน, ปอร์โต้, บาร์เซโลน่า, นิวคาสเซิล และจุดสูงสุดของอาชีพกับทีมชาติอังกฤษ

เกียรติประวัติมากมายที่ เซอร์ บ็อบบี้ ได้เก็บเกี่ยว พร้อมกับสร้างสตาร์ขึ้นมาประดับวงการลูกหนัง ซึ่งอย่างหลังถือเป็นเทรนด์ฟุตบอลที่ปู่บ็อบ ทำมาตลอด โดยถ้าหากใครได้ติดตามทีม นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ยุคของ ร็อบสัน ก็จะเห็นได้ว่า ทีมชุดนั้นเต็มไปด้วยนักเตะดาวรุ่งที่เขาพยายามความหามาจากทุกสารทิศ

นักเตะดาวรุ่งอย่าง เจอร์เมน จีนัส, โจนาธาน วู้ดเกต, ลี โบวเยอร์, เจมส์ มิลเนอร์, ไตตัส บรัมเบิ้ล, ดาร์เรน อัมโบรส, เคร็ก เบลลามี่, ฮูโก้ วิอาน่า ฯลฯ คือสิ่งที่พิสูจน์นโยบาย "ปั้นเด็ก" ของปู่บ็อบเป็นอย่างดี แต่ทั้งหมดด้านต้นเป็นเพียงส่วนน้อยครับกับนักเตะที่ท่านเคยสร้างขึ้นมา ตอนนี้เราลองมาดูผลงาน 10 นักเตะระดับมาสเตอร์พีซที่เซอร์ บ็อบบี้ ปั้นขึ้นมาประดับวงการลูกหนังโลกกันดีกว่าครับ ว่ามีใครกันบ้าง...

1. มัลคอล์ม แม็คโดนัลด์
ดาวยิงฉายา "ซูเปอร์แม็ค" ถูก เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน คว้าตัวมาร่วมทีม ฟูแล่ม ด้วยค่าตัวเพียง 1,000 ปอนด์ และจากเดิมที่เล่นในตำแหน่งแบ็คซ้ายแท้ๆ แต่ปู่ก็ปั้นเจ้าตัวให้กลับกลายมาเป็นกองหน้าที่ดีที่สุดอีกคนนึงในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ พร้อมกับทำสถิติพังประตูให้กับทีมเจ้าสัวน้อย ไป 138 ลูก จากการลงสนาม 258 เกม ก่อนที่สุดท้าย แม็คโดนัลด์ จะถูกขายต่อไปให้กับ อาร์เซนอล ถึง 333,333 ปอนด์!!!

2. เควิน บีทตี้
ปู่บ็อบมักจะบ่นเสียดาย บีทตี้ อยู่บ่อยครั้ง กับนักเตะที่มีฉายาว่า "เดอะ ไดมอนด์" รวมถึงยกถูกยกให้เป็น "นิว บ็อบบี้ มัวร์"  ผู้ซึ่งควรจะได้รับการยกย่องให้มีความสามารถเทียบเท่ากับ โรนัลโด้ ด้วยซ้ำไป แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะได้รับการยกย่องให้กองหลังดาวรุ่งที่ดีที่สุดในขณะนั้น แต่ บีทตี้ กลับมีโอกาสติดทีมชาติอังกฤษ เพียงแค่ 9 นัดเท่านั้น เนื่องจากโดนอาการบาดเจ็บที่เข่าเรื้อรังเล่นงานมาตลอด ก่อนที่จะจบชีวิตการค้าแข้งด้วยวัยเพียง 28 ปี

3. เทอร์รี่ บุทเชอร์
อดีตตำนานกองหลังทีมชาติอังกฤษอย่าง บุทเชอร์ ถูก ปู่บ็อบ ปั้นขึ้น เพื่อจับคู่เป็นกองหลังตัวกลางคู่กับ รัสเซลล์ ออสแมน ในทีม อิปสวิช ทวาน์ก่อนที่ บุทเชอร์ จะสถาปนาตัวเองจนกลายเป็นตำนานแห่งของถิ่นปอร์ทแมน โรด รวมถึงกัปตันทีม "สิงโตคำราม" ในเวลาต่อมา

4. จอห์น วอร์ค
วาร์ค ถูกค้นพบโดยแมวมองที่ชื่อว่า จอร์จ ฟินด์เลย เมื่ออายุ 15 ปี ก่อนที่ปู่บ็อบจะนำเจ้าตัวมาปั้นต่อ โดยเกมแรกที่เขาลงสนามนั้นคือ การลงเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับแทนที่ของ บีทตี้ ซึ่งบาดเจ็บ และหลังจากนั้นเจ้าตัวก็ไม่เคยกล้าวถอยหลังอีกเลย ก่อนที่จะเปลี่ยนตัวเองกลายเป็นกองกลางจอมพังประตู จนที่สุดความเก่งกาจก็ช่วยให้ วาร์ค ได้ย้ายไปซบทีมใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล ในปี  1984 ด้วยค่าตัว 450,000 ปอนด์

5. พอล มาริเนอร์
กองหน้าค่าตัว 220,000 ปอนด์จาก พลีมัธ กลายมาเป็นสตาร์ของ อิปสวิช และทีมชาติอังกฤษ ด้วยฝีมือของปู่บ็อบ โดย มาริเนอร์ ถือเป็นฟันเฟืองคนสำคัญที่ทำให้ถ้วยแชมป์ยูฟ่า คัพ ในปี 1981 ถูกนำเข้ามาสู่ถิ่น ปอร์ทแมน โร้ด ก่อนที่ต่อมา เจ้าตัวจะได้ย้ายไปสร้างชื่อกับ อาร์เซนอล ด้วยค่าตัว 150,000 ปอนด์

6. อาร์โนลด์ มูห์เรน
ต้องบอกว่า ปู่บ็อบ โชคดีมากที่สามารถคว้าตัว มูห์เรน มาจาก ทเวนเต้ ด้วยค่าตัวเพียง 150,000 ปอนด์เท่านั้น ก่อนที่กองกลางทีมชาติฮอลแลนด์รายนี้จะช่วยให้ อิปสวิช ประสบความสำเร็จสุดๆ ด้วยการคว้าแชมป์ ยูฟ่า คัพ ในปี 1981 และได้ย้ายไปร่วมทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ในเวลาต่อมา ขณะที่กับทีม "อัศวินสีส้ม" มูห์เรน ได้เป็นหนึ่งในทีมชุดแชมป์ยูโร 1988 รวมถึงยังเป็นคนที่เปิดบอลให้ มาร์โก ฟาน บาสเท่น ยิงลูกใบไม้ร่วงในเกมนัดชิงชนะเลิศด้วย

7. ฟร้านซ์ ไทจส์เซ่น
ถูกปู่บ็อบ คว้ามาตัวจาก ทเวนเต้ มาร่วมทีม อิปสวิช ด้วยค่าตัว 220,000 ปอนด์ ตามหลัง มูห์เรน เพียงแค่ 6 เดือน และก็ประสบความสำเร็จไม่แพ้เพื่อนร่วมชาติ ด้วยการเป็นฮีโร่ของทีมชุดแชมป์ยูฟ่า คัพ ปี 1981 จากการยิงประตูได้ทั้งสองเลกในเกมนัดชิงกับ เอแซด อัลค์มาร์ รวมถึงยังซิวรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมจากพีเอฟเอ ในปีเดียวกันได้อีกด้วย

 

 

 

8. โรนัลโด้
หลังจากถูก แบล็กเบิร์น บอกปัดที่จะขาย อลัน เชียเรอร์ ให้ ปู่บ็อบก็เลยกระซิบ หลุยส์ นูเยซ ประธานสโมสรของ บาร์เซโลน่า ในขณะนั้นให้ยอมทุ่มเงิน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อคว้าตัว โรนัลโด้ กองหน้าดาวรุ่งวัย 20 ปีชาวบราซิลเลี่ยนของ พีเอสวี มาร่วมทีม และแม้ "โล้นทองคำ" จะลงเล่นในถิ่นคัมป์นู เพียงปีเดียว แต่เจ้าตัวก็ยังยิงไปได้งถึง 45 ลูกจาก 48 เกมที่ลงเล่น พร้อมกับช่วยให้ "เจ้าบุญุทุ่ม" ได้สามแชมป์ในปีดังกล่าว ก่อนที่ "เหยินใหญ่" จะกลายมาเป็นนักเตะเบอร์หนึ่งของโลกตลอดหลายปี หลังจากนั้น

9. รุด ฟาน นิสเตลรอย
ฟาน นิสเตลรอย ถูกปู่บ็อบ คว้าตัวจาก ฮีเรนวีน มาร่วมทีม พีเอสวี ด้วยค่าตัว 4.2 ล้านยูโร ซึ่งกลายเป็นสถิติค่าตัวที่แพงที่สุดในการย้ายทีมระหว่างทีมในฮอลแลนด์ด้วยกัน ในขณะนั้น และแค่ในปีแรกเท่านั้น ดาวยิงหน้าม้าก็ยิงไปได้ถึง 31 ลูกจาก 34 เกม เป็นดาวซัลโวของลีกดัตซ์ และก็เป็นอันดับที่สองของยุโรป หลังจากนั้นอย่างที่รู้กันดีครับว่า ฟาน นิสเตลรอย ย้ายไปประสบความสำเร็จกับ แมนฯ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด ในเวลาต่อมา

10. เคร็ก เบลลามี่
เป็นการย้ายทีมที่เกิดขึ้นพร้อมกับข้อสงสัยขึ้นมาในทันที เมื่อปู่บ็อบ ตัดสินใจยอมจ่ายเงินถึง 6 ล้านยูโร เพื่อเป็นค่าตัวของ เคร็ก เบลลามี่ ให้กับ โคเวนทรี แต่แค่ในปีแรกของเขากับ นิวคาสเซิล "เบลเลอร์ส" ก็สามารถแสดงให้ทุกคนและเฉพาะอย่างยิ่งกับปู่บ็อบเห็นว่า เขานั้นคุ้มค่าเพียงใด เมื่อสามารถจับคู่จับ อลัน เชียเรอร์ กลายเป็นหนึ่งในคู่กองหน้าที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีกในขณะนั้น รวมถึงจบปีแรกในถิ่นเซนต์ เจมส์ พาร์ค ด้วยการคว้ารางวัลนักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยมมาการันตีคุณภาพอีกต่างหาก แต่น่าเสียดายครับ หลังปู่จากไป เบลลามี่ ก็เริ่มงอแงทำตัวมีปัญหา จนถูก แกรม ซูเนนสส์ ขายออกไปจากทีมในที่สุด

"บ็อบบี้  ร็อบสัน  คือหนึ่งในคนที่ไม่มีวันตาย  ไม่ได้มากเกินไปเลยสำหรับสิ่งที่เขาเคยได้ทำตลอดชีวิตในอาชีพ  ผมรู้สึกโชคดีมากที่ได้รู้จักเขา  เดินเคียงข้าง  และร่วมงานกันมา".......โจเซ่ มูรินโญ่


                                                                                                                            No.18

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!