ร้องปวีณาช่วยลูกวัยขวบเศษ ฉีดวัคซีนวันเดียวเดินไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสังวาลย์ สารีผล อายุ 33 ปี จาก อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี เดินทางเข้าร้องเรียนต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี กรณี ด.ญ. ลิลดา บุญพรานหรือน้องฟ้า อายุ 1 ปี 9 เดือน เดินไม่ได้หลังเจ้าหน้าที่อนามัยเสาธงทอง ต.สาลี อ.บางปลาม้า จ. สุพรรณบุรี ฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก-ไอกรน 1 เข็ม และวัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบ 1 เข็ม รวมฉีดยา 2 เข็มในวันเดียวกัน เมื่อสองเดือนที่ผ่านมา

นางสังวาลย์ กล่าวว่า ตนพาลูกสาวไปฉีดวัคซีนกับเจ้าหน้าที่อนามัยเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2552 หลังจากที่ลูกสาวถูกฉีดวัคซีนได้ 1 วัน มีอาการผิดปกติขาเริ่มสั่นและเกร็งจนในที่สุดก็ไม่สามารถยืนได้ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นสามารถเดินและวิ่งได้ ตนจึงไปหานายแพทย์มนูญ ไม่ทราบนามสกุล ที่อนามัยเสาธงทองอีกครั้ง เพื่อสอบถามอาการของลูกสาว ได้รับคำตอบว่าน่าจะเป็นเพราะกล้ามเนื้ออักเสบ เดี๋ยวก็หายเอง แต่ตนไม่สบายใจจึงนำตัวบุตรสาวไปที่โรงพยาบาลบางปลาม้า จากการตรวจของแพทย์ปรากฏว่า ลูกสาวเป็นกล้ามเนื้อขาอักเสบ และให้นายแพทย์บัญชา ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งเป็นแพทย์เฉพาะทาง ตรวจสอบอาการน้องฟ้าอีกครั้ง นายแพทย์บัญชาวินิจฉัยว่าเป็นกล้ามเนื้อขาอักเสบ โดยแนะนำให้ตนทำกายภาพบริหารกล้ามเนื้อให้แก่ลูกสาวที่บ้าน

นางสังวาล กล่าวอีกว่า จากนั้นวันที่ 29 มิ.ย. ตนนำบุตรสาวไปที่โรงพยาบาลบางปลาม้าอีกครั้ง แต่โรงพยาบาลกลับบอกว่าวินิจฉัยอาการไม่ได้ และทำเรื่องส่งตัวไปที่โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี ซึ่งทางโรงพยาบาลได้รับตัวรักษาอาการป่วยตั้งวันนั้นจนถึงวันที่ 4 ก.ค. แพทย์ รพ. เจ้าพระยายมราชวินิจฉัยโรคว่าเป็นโรคไขสันหลังอักเสบ จึงฉีดยาและสั่งยาให้กิน ทำให้อาการเริ่มดีขึ้น จนสามารถนั่งได้ หมอจึงให้กลับบ้าน โดยนัดดูอาการอีกครั้งในวันที่ 16 ก.ค. แต่อาการไม่ดีขึ้นแพทย์จึงทำใบส่งตัวมาที่โรงพยาบาลเด็ก ที่ กรุงเทพฯ เพื่อเอ็กซเรย์สมอง เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา

กระทั่งผลตรวจออกมาเมื่อวันที่ 30 ก.ค. กลับพบว่ามีน้ำในสมองของบุตรสาว แพทย์จึงสั่งให้นอนรักษาตัว โดยเจาะไขสันหลังถึงสามครั้ง เพื่อลดน้ำในสมอง จนถึงวันที่ 10 ส.ค. ให้กลับบ้าน และนัดให้ไปพบวันที่ 26 ส.ค. อีกครั้ง พร้อมให้ยามากินที่บ้าน ส่วนเรื่องขาที่เดินไม่ได้แพทย์บอกว่ายังหาสาเหตุไม่ได้ อย่างไรก็ตามที่ตนเดินทางมาร้องมูลนิธิฯ เพื่อต้องการทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าลูกสาวเป็นอะไรกันแน่ และอยากให้ช่วยเหลือหาแพทย์ที่รักษาบุตรสาวได้มาช่วยรักษาให้กลับเดินได้เหมือนปกติ

ภายหลังจาก นางปวีณาไปประสานงานไปยังปลัดกระทรวงสาธารณะสุข เพื่อให้ความช่วยเหลือและตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริง พร้อมเร่งช่วยให้การรักษาขาทั้งสองข้างให้เดินเป็นปกติเช่นเดิม

เรื่องล่าสุดของหมวด สังคม

ดูหมวด สังคม ทั้งหมด