กาน้ำจิ้ม

คอลัมน์marketthinkโดยสรกลอดุลยานนท์ปัญหาคือบิดาของนักประดิษฐ์เป็นคำคมระดับหากินที่ผมใช้เป็นประจำจำได้ว่าเป็นคำพูดของนักประดิษฐ์ผู้ผลิตกุญแจล็อกรถคนหนึ่งที่ชอบคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆอ่านครั้งแรกก็ชอบเลยนึกดูสิครับสิ่งประดิษฐ์ในโลกนี้ล้วนเกิดขึ้นจากปัญหาทั้งสิ้นจากปัญหาในยามค่ำคืนที่ไม่มีแสงสว่างมองอะไรก็ไม่เห็นก็กลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่คือหลอดไฟเพราะนอนเขียนหนังสือบนพื้นไม่สะดวกนักประดิษฐ์ก็ค้นคิดโต๊ะขึ้นมาคนมาประชุมกันเยอะๆตะโกนเท่าไรคนข้างหลังก็ไม่ได้ยินนักประดิษฐ์ก็คิดแก้ปัญหาด้วยการสร้างไมโครโฟนและเครื่องขยายเสียงขึ้นมาสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆในโลกนี้ล้วนเกิดขึ้นจากปัญหาทั้งสิ้นแต่เวลาที่เราพูดคำว่าสิ่งประดิษฐ์ส่วนใหญ่เราจะนึกถึงสิ่งประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่ระดับเอดิสันเท่านั้นจึงจะคิดได้ทั้งที่ความจริงทุกคนคิดสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆได้ทุกวันไม่ว่าจะเป็นร้านเล็กๆอย่างร้านขายของชำหรือร้านอาหารทั่วไปตัวอย่างที่ผมชอบที่สุดคือเอ็มเคสุกี้ชอบตั้งแต่คอนโดฯใส่อาหารที่ซ้อนกันสูง6-7ชั้นได้เดินมาเสิร์ฟครั้งเดียวก็ครบทุกอย่างหรือการใช้กาน้ำใส่น้ำซุปที่สำคัญมีที่ปิดตรงพวยกากันไอน้ำและน้ำซุปร้อนๆกระเซ็นด้วยล่าสุดมีสิ่งประดิษฐ์ใหม่กาน้ำจิ้มฤทธิ์ธีระโกเมนของเอ็มเคสุกี้เคยให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ในหนังสือTheKeyไขกลยุทธ์จุดประกายความคิดธุรกิจเอสเอ็มอีของธนาคารกสิกรไทยผมได้รับหนังสือเล่มนี้มานานแล้วแต่เพิ่งหยิบอ่านซึ่งเป็นเรื่องปกติของหนังสือในห้องผมเคยประเมินเล่นๆว่าหนังสือในห้องที่ยังไม่ได้อ่านรวมหัวกันประท้วงด้วยการกระโดดลงจากชั้นหนังสือผมคาดว่าจะมีปริมาณมากกว่าหนังสือที่เหลืออยู่บนชั้นสำหรับคนรักหนังสือการซื้อหนังสือถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งครับถึงจะไม่ได้อ่านได้เห็นก็มีความสุขแล้วเอ็มเคสุกี้ตอนนี้นำระบบไคเซ็นมาใช้พนักงานทุกคนจึงมีโอกาสเสนอความคิดใหม่ๆทั้งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดค่าใช้จ่ายตัวอย่างหนึ่งของเอ็มเคสุกี้ก็คือเรื่องไม้จิ้มฟันพนักงานคนหนึ่งตั้งคำถามว่าไม้จิ้มฟันเล็กแค่นี้ทำไมต้องใช้ซองกว้างถึง1เซนติเมตรลดเหลือ0.5เซนติเมตรได้ไหมฝ่ายจัดซื้อก็นำความคิดนี้ไปคุยกับซัพพลายเออร์คำตอบก็คือได้แม้จะลดต้นทุนเพียงแค่ซองละ1สตางค์แต่เดือนหนึ่งเอ็มเคสุกี้ใช้ซองไม้จิ้มฟัน1ล้านซอง1เดือนก็ประหยัดไปหมื่นกว่าบาท1ปีก็แสนกว่าบาทถ้า10ปีก็ล้านกว่าบาทหลอดน้ำในร้านจึงนำไอเดียนี้ไปใช้ประหยัดไปได้อีกแนวคิดนี้คล้ายๆกับสลิปใบเสร็จของเซเว่นอีเลฟเว่นที่พนักงานคนหนึ่งเห็นว่ามีที่ว่างบนสลิปเขาตั้งสมมติฐานง่ายๆว่าถ้าตัดพื้นที่ว่างออกไปเราก็จะลดความยาวของสลิปลงได้ประหยัดได้เพียบเลยครับส่วนเรื่องกาน้ำจิ้มนึกภาพตอนที่พนักงานเติมน้ำจิ้มให้เราได้ไหมครับกาน้ำจิ้มนั้นเมื่อวางไว้นานๆส่วนผสมต่างๆจะนอนก้นเวลาเทลงไปก็จะได้แต่น้ำส่วนผสมอื่นๆจะไม่ไหลออกมาจากกาพนักงานคนหนึ่งจึงเสนอฝารุ่นใหม่เป็นฝาแบบมีแกนใบพัดอยู่ด้านล่างก่อนจะเทน้ำจิ้มพนักงานจะหมุนที่แกนใบพัดตัวใบพัดที่อยู่ด้านล่างก็จะไล่ส่วนผสมที่นอนก้นอยู่ให้เกิดความขยันวิ่งขึ้นมาด้านบนน้ำจิ้มที่เติมให้ลูกค้าจึงเป็นน้ำจิ้มที่เข้มข้นไม่ใช่น้ำจิ้มที่มีแต่น้ำเหมือนเดิมปัญหาคือบิดาของนักประดิษฐ์จริงๆแต่อย่าถามถึงมารดาเป็นอันขาดไม่รู้จริงๆครับ