''ไฮโล''มือถือ ดาบสองคมบนโลกไร้สาย!!!
รูปแบบของไฮโลบนมือถือ ไม่ต่างอะไรไปจากการเล่น ไฮโล ด้วยวิธีเขย่าถ้วยลูกเต๋า แตกต่างก็ตรงลูกเต๋าถูกดาวน์โหลดใส่ไว้ในมือถือ ดังนั้นเวลาเล่นเพียงแต่เขย่าหน้าจอจะแสดงภาพลูกเต๋ากลิ้งไปมาก่อนจะหยุดนิ่งและผลลัพธ์ก็จะแสดงออกมา
หากแต่การเล่น ไฮโลมือถือ คล่องตัวกว่าเพราะไม่ต้องมีอุปกรณ์แบบเดิมๆทั้งถ้วยไฮโล ลูกเต๋า และเสื่อพลาสติก แค่ใช้โทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวก็เล่นได้เลย นอกจากนี้แล้วยังมีทั้งแบบลูกเต๋า 2 ลูก และ 3 ลูกให้เลือกด้วย
ที่สำคัญไปกว่านั้นโทรศัพท์รุ่นใหม่ได้มีการพัฒนาฟังก์ชันด้วยการสั่นไหวตัวเครื่อง (Motion Sensor) ซึ่งระบบนี้ถูกพัฒนาในการเปลี่ยนเพลงจากวิธีกดปุ่มมาเป็นวิธีสั่นแทน ดังนั้นเครื่องรุ่นที่รองรับ Motion Sensor ไม่ว่าจะเป็น โนเกีย,โซนี่ อีริคสัน ,ซัมซุง ,แอลจี และ ไอ-โมบาย ทำให้นิยมในกลุ่มวัยรุ่น
ไม่เพียงแต่ ไฮโลบนมือถือ ยังมีการโหลดโปรแกรม ไพ่ ลงไว้ในโทรศัพท์มือถืออีกด้วย และที่สำคัญไปกว่านั้นเครื่องอินเทรนด์อย่าง ไอโฟน ก็มีโปรแกรมสล็อตแมชชีน เช่นเดียวกัน
กรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นทำให้ นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข แสดงความกังวลต่อสถานการณ์เด็กติดเกมที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะเกมลูกเต๋าที่มีลักษณะคล้ายไฮโลในโทรศัพท์มือถือหรือเกมอื่น ๆ ที่สามารถเล่นพนันได้ โดยจะนำเรื่องเข้าหารือกับกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงไอซีที
ที่สำคัญไปกว่านั้นจากการสำรวจของกรมสุขภาพจิตพบว่า มีเด็กติดเกมขั้นรุนแรงมากถึงร้อยละ 9 ของนักเรียนประถมและมัธยมต้น เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า ในรอบ 3 ปี หากปล่อยไปจะเกิดปัญหาเด็กติดเกมจนเสียชีวิตหน้าคอมพิวเตอร์ เลียนแบบเกมฆ่าตัวตาย หรืออาจติดมากจนเกิดเด็กกล่องขอบริจาคเงินไปเล่นเกม หรือแม้กระทั่งการฆ่าตัวตายจากการที่พ่อแม่ห้ามไม่ให้เล่นเกม
ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้ สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต พัฒนาหลักสูตรพ่อแม่ดูแลลูกยุคไซเบอร์ เป็นหลักสูตร 1 วัน โดยได้ทดลองหลักสูตรนี้มาแล้ว 4 ปี และจากการติดตามผู้ปกครองที่เข้าอบรมพบว่าปัญหาเด็กติดเกมลดลงร้อยละ 79 และในส่วนของผู้ปกครองที่เด็กมีปัญหาการติดเกมลดลงนี้ พบว่าร้อยละ 100 เกิดจากการเปลี่ยนแปลงตนเองของผู้ปกครอง นอกจากนี้การที่พ่อแม่แนะนำให้เด็กรู้จักทำกิจกรรมสร้างสรรค์ ทำให้เด็กที่มีปัญหาดีขึ้นถึงร้อยละ 91 โดยจะขยายหลักสูตรให้ความรู้กับพ่อแม่ทั่วประเทศในเดือนสิงหาคมนี้ต่อไป
ด้านนายแพทย์ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า การที่พ่อแม่ขาดความรู้ทักษะในการดูแล ส่งผลให้ลูกมีโอกาสติดเกมเพิ่มขึ้น 7.5 เท่า ซึ่งหากพ่อแม่ดูแลอย่างถูกวิธี พูดคุย กอด และเล่นกับลูก มากกว่า 40 นาทีต่อวัน จะสามารถลดโอกาสที่ลูกติดเกมลดลงถึงร้อยละ 50 จะเป็นการลดปัญหาการแสวงหาความภาคภูมิใจจากการเล่นเกมลงได้
ผู้ไม่มีลูกไม่รู้หรอกว่า จะห้ามไม่ง่ายอย่างที่คิด จึงไม่เพียงแต่พ่อแม่หรอกที่จะจ้ำจี้จ้ำไชลูกตัวเอง ผู้มีอำนาจและเครื่องมือตัดช่องทางที่เสี่ยงความเสียหายเยาวชน ต้องคิดและทำอย่างฉับพลัน ไม่เช่นนั้นก็ไม่ควรอยู่ให้คนเขาดูแคลน ว่าโง่แล้วยังนั่งเมือง...ฮา