ปินส์แห่เคารพศพอดีตประธานาธิบดีอาคิโน

ชาวฟิลิปปินส์หลายพันคนต่างหลั่งไหล ร่วมแสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้ายต่อนางคอราซอน อาคิโน อดีตประธานาธิบดีหญิงที่ถึงแก่อสัญ กรรมด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เมื่อวันอาทิตย์ โดยประชาชนเข้าคิวยาวเพื่อเคารพศพผู้นำประชาธิปไตย พลังมวลชน ซึ่งตั้งอยู่ที่โรงเรียนคาทอลิกแห่งหนึ่งในกรุงมะนิลา

โดยหลายคนใส่เสื้อสีเหลือง และติดโบว์สีเหลือง อันเป็นสัญลักษณ์ของขบวนการพลังมวลชน ขณะที่ บางคนที่เข้าร่วมอาลัยยังประกาศว่า จะยึด ถือแนวทางการปกป้องประชาธิปไตยที่นางอาคิโนเคยทำไว้เมื่อ 23 ปีก่อน

นางอาคิโน ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมด้วยวัย 76 ปีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ภายหลังต่อสู้กับมะเร็งร้ายมานาน เป็นผู้นำของชาวฟิลิปปินส์หลายล้านคนในการประท้วงต่อต้านโค่นล้มอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินัน มาร์กอส เมื่อปี 2529 ก่อนที่ตนเองขึ้นเป็นประธานาธิบดี

ขณะที่บุคคลสำคัญของโลกนำโดยประธา นาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐ ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง พร้อมระบุว่า นางอาคิโนเป็นแรงบจ และสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 16 ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิกทรงตรัสว่า นางอาคิโนเป็นผู้หญิงที่มีศรัทธาอย่าง แน่วแน่

ด้าน ประธานาธิบดีกลอเรีย อาร์โรโย แห่ง ฟิลิปปินส์ ประกาศไว้ทุกข์เป็นเวลา 10 วันสำหรับสตรีที่เปรียบเสมือนสมบัติอันล้ำค่าของชาติ และมีกำหนดฝังศพของอดีตประธานาธิบดีอาคิโนในวันพุธ (5 ส.ค.) ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีกรรมทางศาสนาตามความปรารถนาของนางอาคิโน ที่ไม่ต้องการให้จัดรัฐพิธีศพ อย่างไรก็ตาม ในวันนั้นโรงเรียนทั่วประเทศจะหยุดเรียน

นายโรดอลโฟ เซเวริโน อดีตเลขาธิการสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) กล่าวว่า ดูเหมือนผู้คนจะลืมไปว่ากระแสเรียกร้องประชาธิปไตยที่แผ่ขยายไปทั่วโลกทั้งยุโรปตะวันออก สหภาพโซเวียต และในเอเชีย ล้วนมีจุดเริ่มต้นจากการที่ชาวฟิลิปปินส์แสดงพลังประชาชนล้มระบอบเผด็จการด้วยสันติวิธี

ส่วนผู้ช่วยศาสตราจารย์บรูซ กิลลี ผู้เชี่ยวชาญการเมืองเอเชียจากมหาวิทยาลัยพอร์ทแลนด์ เห็นว่า นางอาคิโน็นต้นแบบของสตรีที่ต่อสู้ทางการเมืองแทนบุคคลอันเป็นที่รักดังที่เกิดขึ้นในปากีสถานและพม่า และยังทำให้เห็นถึงความสำคัญของผู้หญิงที่มีต่อกระบวนการสร้างประชาธิปไตย เพราะผู้หญิงเป็นตัวแทนของการทำลายธรรมเนียมผู้ชายเป็นใหญ่ในระบอบเผด็จการ จึงมักเห็น ผู้หญิงอยู่แถวหน้าของการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย

หลายเดือนก่อนที่นางอาคิโนได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าป่วยเป็นมะเร็ง เธอได้เข้าร่วมการประท้วงที่จัดขึ้นโดยฝ่ายค้าน ที่วิตกว่าประธานาธิบดีอาร์โรโย จะแก้รัฐธรรมนูญปี 2530 ด้วยการยกเลิกข้อจำกัดหรือใช้กฎอัยการศึก เพื่อให้เธออยู่ในอำนาจต่อไป เนื่องจากปีหน้าจะพ้นวาระ แต่ประธานาธิบดีอาร์โรโย ได้ออกมาบอกว่า เธอจะไม่ต่ออายุให้กับการดำรงตำแหน่งผู้นำฟิลิปปินส์.

เรื่องล่าสุดของหมวด ต่างประเทศ

ดูหมวด ต่างประเทศ ทั้งหมด