โจรกรรม ''ของเก่า-ของโบราณ''

โจรกรรม ''ของเก่า-ของโบราณ''

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ภัยร้ายทำลายสมบัติของชาติ

ปัญหาการลักลอบซื้อขายของเก่า โดยเฉพาะโบราณวัตถุ เอกสารเก่าแก่ ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง อย่างเช่นกรณีเมื่อหลายปีก่อน ที่พบว่ามีนักสะสมของเก่าอาศัยอยู่ต่างประเทศนำจดหมายหรือ พระราชหัตถเลขาอายุกว่า 96 ปี ที่อ้างเป็นลายพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประมูลออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ต ในราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 2 หมื่นกว่าบาท พร้อมลงรูปถ่ายเป็นกระดาษสีน้ำตาลหม่นมีอักษรภาษาไทยประมาณ 10 บรรทัด และพระปรมาภิไธยลง ท้ายมาโชว์สร้างความฮือฮาให้บรรดานักนิยม ของเก่า-ของโบราณ มาแล้ว

แสดงให้เห็นว่า ของเก่า-ของโบราณ เป็นที่ต้องการของนักสะสมเพื่อเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัว อย่างไรเสีย ย่อมมีคนหามาจำหน่ายให้ ไม่วิธีการใดก็วิธีการหนึ่ง ดังเช่นกรณีที่เกิดขึ้นล่าสุด คนร้ายได้ลักขโมยลายพระหัตถ์รัชกาลที่ 5 ไปขายต่อให้กับนักสะสมของเก่าจนเป็นข่าวใหญ่โต

เช้าวันที่ 25 ก.ค. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ฉายา มือปราบหูดำ พ.ต.อ.รังสรรค์ ประดิษฐ์ผล ผกก.สน.นาง เลิ้ง พ.ต.ท.อนุรักษ์ พิมพา สว.สส. และกำลังฝ่ายสืบสวน สน.นางเลิ้ง ได้แถลงข่าวการจับกุม นายทนงศักดิ์ หรือ อี๊ด ฮวดศรี อายุ 49 ปี และ นายสกล หรือ ป๊อก ใจสมคม อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ในความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ในสถานที่ราชการในเวลากลางคืน และรับของโจร

โดย พ.ต.ท.อนุรักษ์ สว.สส. ไล่ล่าตามจับกุม นายสกล ได้ที่หน้าตลาดจันทร์ประวิตร ถนนลูกหลวง แขวงและเขตดุสิต ก่อนขยายผลไปติดตามจับกุมตัว นายทนงศักดิ์ ได้ที่หอสมุดดำรงราชานุภาพ ถนนสามเสน แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต

ยึดของกลางซึ่งเป็นเอกสารเก่าแก่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์คือ 1.เอกสารลายพระหัตถ์พระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าให้เป็นนายพลเอกทหารบก พ.ศ. 2466 จำนวน 2 แผ่น 2.เอกสารลายพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ แบบต่าง ๆ 6 แผ่น 3.อัลบั้มภาพถ่ายสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ 1 อัลบั้ม 4.ภาพถ่ายสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพจำนวน 7 ภาพ 5.สำเนาหนังสือราชนิกุล รัชกาลที่ 3 จำนวน 101 แผ่น 6.สำเนาหนังสือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถึง กรมหลวงดำรงราชานุภาพ 11 ฉบับ

7.ซองใส่เอกสารสีน้ำตาล จ่าหน้าซอง เรียนหัวหน้าหอสมุดดำรงราชานุภาพ 1 ซอง 8.ซองพลาสติกใสพิมพ์ข้อความพิพิธภัณฑ์และหอสมุดสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ 9.ตรายางระบุชื่อหม่อมราชวงศ์ดารณี (อาภากร) วัฒนายากร 10.ตรายางระบุชื่อหม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ 11.ตรายางระบุชื่อแพทย์หญิง ท่านหญิงวโรภาส (ภาณุพันธุ์) 12.ตรายางระบุชื่อพลตรีหม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล 13.ตรายางระบุชื่อหม่อมเจ้าอรุณแสงไข ภาณุพันธุ์ 14.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของ ม.จ.หญิง วุฒิเฉลิม วุฒิชัย 2 แผ่น 15.จดหมายจากศูนย์สื่อสารในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เรียน บจก.บรอดคาซท์ ไทยเทเลวิชั่น 1 ฉบับ และซองจดหมายที่ระลึกหน้าซองระบุชื่อเชื้อพระวงศ์อีกหลายฉบับ

พล.ต.ต.วิชัย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา น.ส.ญาณี คูหะรัตน์ บรรณารักษ์ชำนาญการ ทำหน้าที่จัดการหอสมุดดำรงราชานุภาพ ตั้งอยู่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย หน้าตาตื่นเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง ว่า เอกสารต้นฉบับส่วนพระองค์ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้หายไปจากหอสมุดฯ 172 รายการ รวม 469 แผ่น

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนหน้านี้มีการนำเอกสารสำคัญเหล่านี้ ออกมาบันทึกภาพทำหลักฐานทางประวัติศาสตร์ใหม่ทั้งหมด ทำให้ทราบว่ามีเอกสารบางส่วนสูญหายตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจฝ่ายสืบสวนหาข่าวจนทราบว่า นายสกล นักสะสมของเก่ามีเอกสารลายพระหัตถ์อยู่ในความครอบครอง จึงวางแผนล่อซื้อในราคา 15,000 บาท โดย นายสกล หลงกลนำของกลางมาส่งให้ตำรวจถูกจับกุมตัวได้ จากนั้นนำตัวไปตรวจค้นที่บ้านพักพบของกลางหลายรายการ โดยผู้ต้องหารายนี้ซัดทอดว่า นายทนง ศักดิ์ ภารโรงของหอสมุดฯ เป็นผู้ขโมยมาให้ เจ้าหน้าที่จึงขออนุมัติหมายจับและบุกรวบ นายทนงศักดิ์ไว้ได้ในหอสมุดดำรงราชานุภาพ

นายสกล ยอมรับว่า ด้วยความที่ชอบสะสมวัตถุโบราณ และชอบศึกษาประวัติศาสตร์ เมื่อต้นปี พ.ศ. 2551 จึงเดินทางไปหอสมุดฯ เพื่อค้นหาหนังสือที่เกี่ยวข้องกับความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ จนเกิดความสนิทสนมกับนายทนงศักดิ์ นักการภารโรงของหอสมุดฯ ภายหลัง นายทนง ศักดิ์ มีปัญหาเรื่องเงินมาขอยืมเงินตนหลายครั้ง ตนจึงให้นายทนงศักดิ์ ซึ่งมีกุญแจเข้า-ออก ในหอสมุดฯ ขโมยเอกสารเก่าเท่าที่จะหาได้มาให้ โดยให้เงินตอบแทนคราวละ 5,000-20,000 บาท จากนั้นจะนำเอกสารที่ขโมยมาไปขายให้กับกลุ่มนักสะสมของโบราณ ทำกำไรในราคาชิ้นละ 10,000-20,000 บาท โดยนัดหมายส่งมอบของกันที่ย่านสุทธิสารและมีลูกนายพลคนหนึ่งเป็นลูกค้าขาประจำ

ขณะที่ นายทนงศักดิ์ สารภาพว่า ทำงานเป็นภารโรงที่หอสมุดฯมานานถึง 19 ปี จนมีกุญแจเปิดเข้า-ออกห้องต่าง ๆ ได้สบายสาเหตุที่ร่วมมือกับนายสกล เพราะความโลภที่อยากได้เงินมาส่งเสียลูกเมีย โดยทุกครั้งที่ก่อเหตุขโมยของต่าง ๆ จะนัดส่งของให้กับนายสกลบริเวณท่าน้ำใน จ.นนทบุรี ตั้งแต่ร่วมมือขโมยกันมาได้ค่าตอบแทนจากนายสกลมาแล้วกว่า 200,000 บาท ซึ่งคดีนี้ทั้งคู่ต้องเข้าไปชดใช้กรรมในคุกกันต่อไป

สำหรับการป้องกันการโจรกรรมซ้ำรอยนั้น นายธีระ สลักเพชร รมว.กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ระบุว่า ป้องกันได้ยาก เพราะหอสมุดแห่งชาติและหอจดหมายเหตุมีเอกสารเก่าและสนธิสัญญาต่าง ๆ เก็บไว้มากกว่า 500,000 ชิ้น ดังนั้นจึงหาวิธีป้องกันคือ 1. ติดตั้งกล้องวงจรปิดทั้งภายในและภายนอกอาคาร 2. พัฒนาความรู้ให้บุคลากรเฝ้าระวังและป้องกันเอกสารหาย 3. ให้บริการการศึกษาและค้นคว้าด้วยระบบออนไลน์ ซึ่งช่วยให้สะดวกและป้องกันความเสียหายของเอกสารโบราณ

แต่ที่แน่ ๆ หลังข่าวจับกุมหัวขโมยสะพัดออกไปมีนักสะสมของเก่าผวาความผิด แห่คืนเอกสารมากกว่า 50 รายการ.

ชี้ ''คนซื้อ-คนขาย'' ควรมีจิตสำนึก

นายศุภชัย เรืองสรรงามสิริ หรือ ตี๋เหล้า ท่าพระจันทร์ อุปนายกสมาคมพระเครื่อง พระบูชาไทย และประธานชมรมพระเครื่องท่าพระจันทร์ ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า ผมมองว่าเป็นเรื่องไม่สมควร ของโบราณเหล่านี้เป็นสมบัติของชาติ ไม่มีใครมีสิทธิเป็นเจ้าของหรือครอบครอง ตรงนี้คนขโมยและคนซื้อควรมีจิตสำนึก

อย่างตัวผมเองอยู่ในวงการพระเครื่องและของเก่ามานาน เราต้องรู้ตัวว่าทำอะไรอยู่ พระเครื่องบางองค์ศิลปะงดงามมาก สวยเกินไป มองแล้วไม่น่าเหมาะกับปุถุชนคนธรรมดาอย่างเรา ๆ ก็ไม่ควรซื้อหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวจะดีกว่า เท่าที่ทราบเอกสารที่มีลายพระหัตถ์ของรัชกาลที่ 5 ได้รับความนิยมเฉพาะกลุ่มผู้สะสมของเก่าหรือของโบราณ หากเป็นลายพระหัตถ์พระองค์ท่านทั้งแผ่น อย่างเช่น เพลงพระราชนิพนธ์บางเพลงราคาเช่าซื้อหรือเล่นกันแผ่นละหลายหมื่นบาทเลยทีเดียว หรือแม้แต่ชิ้นส่วนสัตว์สงวนหายากอย่างเช่น เขากูปรี ราคาซื้อหาเป็นล้าน ๆ ก็ไม่เหมาะนัก สิ่งเหล่านี้ควรอนุรักษ์เอาไว้ เป็นของที่มีคุณค่าต่อลูกหลานในอนาคต ที่สำคัญพิพิธภัณฑ์หรือหอสมุดแห่งชาติที่เก็บของเก่าก็ควรเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยให้ดีขึ้นน่าจะเป็นวิธีป้องกันที่ดี เพราะจะไปห้ามไม่ให้เกิดการโจรกรรมหรือลักทรัพย์ก็คงเป็นไปไม่ได้แน่นอน.

พงษ์พิพัฒน์ จินดาศรี : รายงาน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล