สร้างชาติด้วยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี

และนวัตกรรม

ถึงเวลาแล้วหรือยัง ...ที่วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ วทน. จะเป็นพระเอกในการกอบกู้วิกฤติเศรษฐกิจ และสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศอย่างยั่งยืน

ได้ยิน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บอกในงาน การประชุมสมัชชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาครั้งที่ 8 ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้แล้ว บรรดานักวิทยาศาสตร์และผู้ที่เกี่ยวข้องคงดีใจ ที่ท่านนายกฯ เห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้งบประมาณด้านการวิจัยและการพัฒนาของประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 1% จากเดิมที่ให้เต็มที่ได้ไม่เกิน 0.25-0.26% ของจีดีพี

พร้อมส่งเสริมให้มีการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้แก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นโอกาสที่จะได้ปรับโครงสร้างพื้นฐานให้แข็งแกร่งได้ในอนาคต

ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญที่นายกฯบอกว่าเน้นย้ำเสมอ หนึ่งคือเรื่องคน ซึ่งสำคัญที่สุด สองคือเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งนอกจากด้านกายภาพแล้วเทคโนโลยีก็ถือมีความสำคัญไม่แพ้กัน ไม่ จำเป็นต้องมีราคาแพงแต่ต้องใช้อย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม และสามเรื่องของกฎกติกา ซึ่งรัฐบาลถือว่าการคุ้มครอง เรื่องทรัพย์สินทางปัญญาเป็นสิ่งที่สำคัญในการจะสร้างเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์

นายกรัฐมนตรีบอกอีกว่า ปัจจุบัน แม้ประเทศไทยจะมีหน่วยงานวิจัยจำนวนมาก แต่เรื่องการเชื่อมโยงต่อยอด ยังถือเป็นข้อจำกัด ซึ่งรัฐบาลคาดหวังกับการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไปเสริมในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะด้านการเกษตร ที่มีข้อเท็จจริงว่าประสิทธิ ภาพและผลิตภาพของเรา ยังต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ หรือแม้แต่ประเทศเพื่อนบ้าน จึงจำเป็นต้องนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไปช่วย

กลับมาตอบโจทย์..เรื่องปัญหาความเชื่อมโยงของงานวิจัยและข้อจำกัดในการต่อยอด กับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ กรอ.วท. ที่ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช บอกว่า กำลังจะนำเสนอโครงสร้างของคณะกรรมการเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีหรือครม.เร็ว ๆ นี้ และสัญญาว่าจะเร่งทำให้เกิดเป็นรูปธรรมมีผลงานได้ภายใน 1 ปี

บทบาทของกรอ.วท.นี้ จะเป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ-เอกชน ในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปสนับสนุนภาค การผลิตและบริการให้มีประสิทธิภาพและผลผลิตที่สูงขึ้น

ขานรับแนวคิด กรอ.วท. จากภาคเอกชน ซึ่งนายอดิศักดิ์ โรหิตะศุน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บอกว่า รอมานาน เพราะผู้ประกอบการต้องการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับพิษปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้า ซึ่งหากผ่านพ้นไปได้ การแข่งขันจะยิ่งรุนแรงมากขึ้น การเพิ่มขีดความสามารถด้วยการวิจัยและพัฒนาจึงเป็นสิ่งจำเป็น

ภาคเอกชนบางท่านเสนอด้วยซ้ำว่ารัฐบาลควรให้กระทรวงนี้เป็นหนึ่งในกระทรวงด้านเศรษฐกิจ และอาจจะเป็นกระทรวงเศรษฐกิจที่มีความสำคัญกว่ากระทรวงพาณิชย์ เพราะว่าจากนี้ไป การแข่งขันจะไม่ได้ดูกันแค่ราคา แต่ดูไปถึงที่มา กรรมวิธีและการใช้ วทน.ในการผลิต

หลังรอมานาน... ภาคเอกชนเตรียมกดดันต่อ โดยบอกกับ รมต.กระทรวงวิทย์ฯ ว่านับจากวันนี้ไป จะตั้งหน้าตั้งตารอ !

คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.

นาตยา คชินทร

nattayap@dailynews.co.th

เรื่องล่าสุดของหมวด สังคม

ดูหมวด สังคม ทั้งหมด