โฆษก ศบค. ยืนยัน ยังไม่มีมาตรการเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง

โฆษก ศบค. ยืนยัน ยังไม่มีมาตรการเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง
Voice TV

สนับสนุนเนื้อหา

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด- 19 (ศบค.) แถลงวันนี้(6 เม.ย.) ถึงมาตรการเคอร์ฟิว โดยยืนยันว่า ยังไม่มีมาตรการเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง เพราะเพิ่งประกาศใช้ในช่วง 22.00-04.00 น. แต่ถ้าตัวเลขผู้ติดเชื้อยังไม่ลดลง อาจจะปรับเวลาเพิ่มในโอกาสต่อไป ส่วนที่มีการแชร์ออกไปเชื่อมโยงกับเรื่องประกาศของปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยชี้แจงว่า เอกสารดังกล่าวเป็นการสื่อสารไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัดให้แปลงจากนโยบายนำไปสู่การปฏิบัติ จึงได้เขียนเป็นข้อๆ ชัดเจนว่าจะเตรียมการยกระดับอย่างไร ซึ่งเป็นข้อมูลข้อมูลธรรมดา การใช้คำที่ถูกต้อง แต่มีการไปแปลงสื่อกันเอง เมื่ออ่านเอกสารราชการไม่ออก ก็เชื่อเป็นตุเป็นตะขึ้นมา ทำให้เกิดการกักตุนสินค้า เกิดความตื่นตระหนก เกิดความไม่เหมาะไม่ควร ซึ่งการแชร์ข้อมูลที่ไม่เป็นจริงมีโทษ

นอกจากนี้ยังพบว่าหลังการประกาศเคอร์ฟิว ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน จนถึงช่วงเช้าวันนี้ ตำรวจรายงานว่า มีผู้ที่ฝ่าฝืนออกนอกเคหะสถาน 5 เม.ย. ทั่วประเทศ 919 ราย และรวมกลุ่มชุมนุมมั่วสุมเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคในเคหะสถานอีก 79 ราย

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และในฐานะประธานศูนย์ฯ ได้ย้ำถึงการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อว่า นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำรัฐบาลและคณะรัฐมนตรียังคงต้องใช้ ระบบการบริหารราชการแผ่นดินปกติซึ่ง นายกรัฐมนตรีได้บูรณาการการแก้ปัญหาการระบาดของเชื้อโควิด 19 ผ่านศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด -19 ในทุกมิติ ข้อสั่งการต่างๆ ของนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานศูนย์ฯเมื่อสั่งการกับผู้รับผิดชอบแล้ว จะต้องนำไปปฏิบัติและขับเคลื่อนโดย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคน

นายกรัฐมนตรีได้กำกับดูแล ติดตาม และอำนวยการการปฏิบัติการ การจัดทำแผนงานโครงการ มาตรการ แผนงานงบประมาณต่างๆ ทั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 และ งบประมาณกลางที่ได้อนุมัติจัดสรรไปแล้วอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด โดยนายกฯมุ่งหวังให้ประชาชนเข้าใจวางใจและเชื่อมั่นในทั้งระบบ และตัวบุคคลทั้งข้าราชการฝ่ายการเมืองและฝ่ายประจำ

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้เน้นว่า ประชาชนต้องสู้ไปด้วยกัน อย่าเชื่อสื่อโซเชียลบางสำนักที่มุ่งสร้างความแตกแยกในสังคมการโทษกันไปมา จนทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง การทำงานแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบกับประชาชนในวงกว้างและเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ย่อมมีปัญหา แต่ขอให้เชื่อมั่นว่าจะนำสู่การแก้ไขให้ได้โดยเร็ว