ปาร์ตี้ริมทะเลชะอำทำพิษ ติดโควิด-19 เพียบ หนุ่มสาวเชียงใหม่ 6-พริตตี้อีก 1

ปาร์ตี้ริมทะเลชะอำทำพิษ ติดโควิด-19 เพียบ หนุ่มสาวเชียงใหม่ 6-พริตตี้อีก 1
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ปาร์ตี้ริมทะเลชะอำทำพิษ หนุ่มสาวเชียงใหม่ 6 คน ติดโควิด-19 สาวพริตตี้ชาวประจวบฯ ติดไปด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (5 เม.ย.) ที่ศูนย์บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินประจวบคีรีขันธ์ ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายภิรมย์ นิลทยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และนายแพทย์คมสัน ไชยวรรณ์ รอง นพ.สสจ.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมแถลงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ เชื้อโควิด-19 ของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยพบผู้ป่วยของจังหวัดเพิ่ม 3 ราย รวม 17 ราย และเสียชีวิตแล้ว 2 ราย  

โดย ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายที่ 17 ซึ่งเป็นรายล่าสุดของจังหวัด พบว่ากรณีนี้เกิดจากการสัมผัสหรือใกล้ชิดผู้ป่วยโควิด-19 จาก จ.เชียงใหม่ สืบเนื่องจาก มีชาว จ.เชียงใหม่ มาจัดปาร์ตี้ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งใน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ระหว่างวันที่ 19-20 มี.ค.

โดยพบว่ามีกลุ่มบุคคลที่ร่วมในงานปาร์ตี้ 22 คน ประกอบด้วย ชาวเชียงใหม่ 7 คน เมื่อเดินทางกลับไปทยอยป่วยและตรวจพบเชื้อโควิด-19 ทั้ง 6 คน, นครปฐม 1 คน, เพชรบุรี 8 คน และ ประจวบคีรีขันธ์ 6 คน

ซึ่งในจำนวนนี้มีพริตตี้ถูกจ้างมาร่วมงานด้วย 6 คน หลังได้รับแจ้งทางทีมควบคุมโรคได้ลงพื้นที่ติดตาม ผู้สัมผัสโรคชาวประจวบคีรีขันธ์ทั้ง 6 คน กระทั่งผลตรวจยืนยันว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นหญิงชาวปากน้ำปราณ อายุ 31 ปี 1 ราย 

จากการตรวจสอบประวัติของพริตตี้สาวคนดังกล่าว พบว่า

  • 19-20 มี.ค. - รับงานที่ อ.ชะอำ และกลับบ้านพักที่ ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์
  • 21-24 มี.ค. - รับงานเอ็นเตอร์เทนที่อำเภอหัวหินและกุยบุรี เป็นชาว จ.นครปฐม มีผู้ร่วมงาน 9 คน เด็ก 2 คน ประสาน จ.นครปฐม ติดตามเฝ้าระวังแล้ว
  • 25 มี.ค. - ได้รับอุบัติเหตุทำให้ไม่ได้รับงาน
  • 1 เม.ย. - มีงานเลี้ยงในครอบครัว กินหมูกระทะอยู่บ้าน มีผู้ร่วมสังสรรค์ 6 คน ทุกคนถูกตรวจและกักตัวแล้ว ผลตรวจไม่พบเชื้อ    
  • 3 เม.ย. - ผู้เข้าข่ายในพื้นที่ตรวจหาเชื้อ 2 ราย และกักตัวที่โรงพยาบาลปราณบุรี ไม่มีอาการ  
  • 5 เม.ย. - โรงพยาบาลปราณบุรี ยืนยันผลการตรวจติดเชื้อ 1 ราย ไม่พบเชื้อ 1 ราย เจ้าหน้าที่เร่งติดตามกลุ่มเสี่ยง และบุคคลที่เกี่ยวข้องมากักตัวและตรวจหาเชื้อแล้ว

ด้าน นายภิรมย์ นิลทยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า จังหวัดออกข้อบังคับศูนย์บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ครอบคลุมทุกด้านแล้วที่จะเฝ้าระวัง สกัดยับยั้งการระบาดของโรคโควิด-19 โดยขอให้ประชาชนทุกคนสวมหน้ากากอนามัยก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง หากฝ่าฝืนถูกปรับไม่เกิน 20,000 บาท

ทั้งนี้ พบข้อมูลว่าชาวต่างประเทศส่วนใหญ่ไม่นิยมสวมหน้ากากอนามัย ซึ่งหัวหินเป็นพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก และอยู่ระยะเวลานาน จึงไม่ควรอยู่กับคนแปลกหน้าที่ไม่ใช่คนในครอบครัวเพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่น กรณีพริตตี้รายล่าสุด ซึ่งสัมผัสผู้ติดเชื้อเป็นระยะเวลาหลายชั่วโมง และพบคนจำนวนมากจึงเป็นเหตุให้ติดเชื้อได้ และมีโอกาสแพร่กระจายเชื้อเพิ่มผู้ป่วยมากขึ้น