กำแพงศักดิ์สิทธิ์แห่งเยรูซาเลม ศูนย์รวมใจชาวยิว สู่สถานที่ห้ามเข้ายุคโควิด-19 สะเทือนโลก

กำแพงศักดิ์สิทธิ์แห่งเยรูซาเลม ศูนย์รวมใจชาวยิว สู่สถานที่ห้ามเข้ายุคโควิด-19 สะเทือนโลก

ชาวยิวที่เราเรียกขานกันนั้น ความจริงเขาเรียกตัวพวกเขาเองว่า “อิสราเอล” แปลว่า “ผู้ที่เคยปล้ำกับพระเจ้า” แบบว่าชาวยิวนั้นพวกเขาเชื่อกันจริงๆ จังๆ ว่ามีพระผู้เป็นเจ้าเพียงพระองค์เดียวที่สร้างโลกและสรรพสิ่งต่างๆ ในโลกรวมทั้งมนุษย์ด้วย และพระผู้เป็นเจ้าก็โปรดปรานเลือกเฉพาะชาวยิวนี่แหละว่าเป็นหมู่คนของพระเจ้าแต่เพียงพวกเดียว

ส่วนคนอื่นๆ ในโลกนี้ไม่ใช่คนของพระเจ้า โดยพระเจ้าได้ทำสัญญากับประมุขของชาวยิวที่ชื่อว่า “อับราฮัม” ว่าจะดูแลหาที่อยู่ที่กินให้เป็นอย่างดี ขนาดว่าเป็นดินแดนแห่งน้ำนมและน้ำผึ้งเลยทีเดียว มิหนำซ้ำพระผู้เป็นเจ้ายังมาเล่นปล้ำกับหลานชายของอับราฮัมที่ชื่อว่า “จาค็อบ” ทั้งคืน จึงเป็นที่มาของชื่อ “อิสราเอล” นั่นเอง

สำหรับคำว่า “ยิว” นั้น มาจากพระคัมภีร์เอสเธอร์ในพระคัมภีร์เก่าของชื่อชนเผ่าหนึ่งใน 12 ชนเผ่าของอิสราเอลคือ ชนเผ่ายูดาห์ที่ต่อมาได้ก่อตั้งอาณาจักรยูเดียร์หลังจากอาณาจักรอิสราเอลล่มสลายไปแล้วนั่นเอง

ประวัติศาสตร์ของชาวยิวนั้นนานหลายพันปีจึงมีการสร้างอาณาจักร และอาณาจักรล่มสลายในดินแดนที่อ้างว่าพระผู้เป็นเจ้าสัญญาว่าให้เป็นของพวกยิวนั่นแหละ จนในที่สุดถูกพวกโรมันขับไล่ออกจากดินแดนแห่งน้ำนมและน้ำผึ้ง ซึ่งก็คือ ดินแดนปาเลสไตน์ในปัจจุบัน จนพวกยิวต้องระหกระเหินไปอยู่ตามที่ต่างๆ ในโลก กว่าที่จะกลับมาตั้งประเทศอิสราเอลได้ใหม่ในดินแดนปาเลสไตน์อีกครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2491

ซึ่งประเทศที่มีอายุ 72 ปีในปีนี้นั้น เกิดสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มประเทศอาหรับทั้งเล็กและใหญ่ถึง 17 ครั้ง และปัจจุบันนี้สงครามของอิสราเอลก็เริ่มลามไปถึงอิหร่านซึ่งไม่ใช่ประเทศในกลุ่มอาหรับ อีกทั้งสงครามของอิสราเอลไม่มีท่าทีว่าจะยุติลงเลย

เมื่อปี พ.ศ. 2510 เกิดสงครามอิสราเอลกับประเทศกลุ่มอาหรับขึ้นเป็นครั้งที่ 4 เรียกว่า “สงคราม 6 วัน” ซึ่งอิสราเอลชนะในสงครามครั้งนี้อย่างง่ายดาย โดยได้ยึดครองคาบสมุทรไซนายและฉนวนกาซ่าจากอียิปต์ ที่ราบสูงโกลันจากซีเรียและเขตเวสต์แบงก์และกรุงเยรูซาเล็มส่วนตะวันออกจากจอร์แดน ซึ่งปัจจุบันนี้อิสราเอลคืนคาบสมุทรไซนายให้กับอียิปต์ไปแล้วแต่ยังยึดครองที่ราบสูงโกลันต่อไป รวมทั้งยกฉนวนกาซาและเวสต์แบงก์ส่วนใหญ่ให้องค์การบริหารปาเลสไตน์ (Palestinian Authority) ปกครองตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ. 2536 สำหรับกรุงเยรูซาเล็มส่วนตะวันออกถูกอิสราเอลผนวกเข้ากับกรุงเยรูซาเล็มส่วนตะวันตกและถือเอากรุงเยรูซาเล็มนี้เป็นเมืองหลวงของอิสราเอล

กรุงเยรูซาเล็มส่วนตะวันออกนี้ครอบคลุมเขตเมืองเก่าและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญต่อศาสนาคริสต์ ศาสนายูดาห์ และศาสนาอิสลาม ได้แก่ เนินพระวิหาร, กำแพงตะวันตก, โบสถ์พระคูหาศักดิ์สิทธิ์, มัสยิดอัลอักศอ และโดมแห่งศิลา

ในบทความนี้จะพูดถึงกำแพงตะวันตกเพียงอย่างเดียว กล่าวคือ “กำแพงตะวันตก (Western Wall)” เป็นกำแพงโบราณในเขตเมืองเก่าเยรูซาเล็ม สร้างขึ้นจากหินปูนเมื่อครั้งมีการขยายพระวิหารหลังที่สองของพวกยิวโดยพระเจ้าเฮรอดมหาราชเมื่อประมาณ100 ปีก่อนคริสตกาล กำแพงแห่งนี้ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมที่เรียกว่าเนินพระวิหาร ชาวยิวจะเรียกกำแพงนี้ว่ากำแพงตะวันตก เนื่องจากตั้งอยู่ทางตะวันตกของเนินพระวิหาร เมื่อพระวิหารถูกทำลายลงแล้วยังคงเหลือแต่กำแพงตะวันตกที่เป็นส่วนหนึ่งของพระวิหาร ชาวยิงทั้งหลายจึงถือว่ากำแพงตะวันตกเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดที่ชาวยิวสามารถประกอบพิธีได้

ทั้งนี้ ในช่วงที่อังกฤษปกครองดินแดนปาเลสไตน์ตั้งแต่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 อังกฤษได้ตัดสินใจให้กำแพงยังคงอยู่ในมือของชาวมุสลิม แต่ชาวยิวสามารถใช้เพื่อการแสวงบุญในสถานที่แห่งนี้ได้โดยมีเงื่อนไขว่าพวกเขาจะต้องไม่นำเครื่องบูชาเฉพาะของตนเข้าไปในเขตเนินพระวิหาร ตั้งแต่นั้นมากำแพงแห่งนี้ก็กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดที่ชาวยิวสามารถประกอบพิธีได้ แม้ว่าตามหลักศาสนายูดาห์แล้ว สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดจะอยู่ด้านในกำแพงก็ตาม

western-wall-pray-12AFPผู้เข้าสักการะกำแพงตะวันตก ยืนห่างกัน 2 เมตร เพื่อป้องกันการระบาดของ COVID-19

อย่างไรก็ตาม การประกอบพิธีทางศาสนายูดาห์ของชาวยิวก็คือ การสวดมนต์หรือเรียกอีกอย่างว่าการพูดคุยกับพระผู้เป็นเจ้านั่นเอง ใครมีเรื่องอะไรจะขออะไรก็ไปคุยกระหนุงกระหนิงกับพระผู้เป็นเจ้ากันเอง โดยการสวดมนต์ที่กำแพงตะวันตกนี้ถือว่าได้ใกล้ชิดกับพระผู้เป็นเจ้าอย่างที่สุดแล้ว และเป็นธรรมเนียมว่าสวดมนต์แล้วก็จะมีการเสียบกระดาษที่จดขออะไรต่อมิอะไรจากพระผู้เป็นเจ้าไว้ที่รอยแยกของกำแพงตะวันตกเผื่อพระผู้เป็นเจ้าจะลืม แล้วก็มักจะจูบกำแพงด้วยเป็นการแถม แม้แต่นายพลโมเช ดายัน ผู้เกริกไกรในฐานะแม่ทัพกองทัพอิสราเอลที่เอาชนะสงคราม 6 วันได้ ก็ไปจูบกำแพงตะวันตกเป็นครั้งแรกด้วยเหมือนกัน

ครับ! เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา หัวหน้าศาสนาจารย์แซมูเอล ราบิโนวิทซ์ ที่ประจำอยู่ที่กำแพงตะวันตกได้ประกาศห้ามการจูบกำแพงตะวันตกแล้ว พร้อมทั้งได้จัดการให้ผู้มาสักการะกำแพงตะวันตกยืนระยะห่างจากกัน 2 เมตร เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นที่สะพรึงกลัวไปทั่วโลกเรียบร้อยแล้วครับ