วงจรปิดจับภาพ ผู้ป่วยโควิด-19 เดินห้างค้าส่งชื่อดัง สั่งกักตัวพนักงาน 13 คน

วงจรปิดจับภาพ ผู้ป่วยโควิด-19 เดินห้างค้าส่งชื่อดัง สั่งกักตัวพนักงาน 13 คน
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้ประสานงานร่วมกับ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเกี่ยวข้อง รวมถึงทีมควบคุมป้องกันเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ไล่ไทม์ไลน์จุดเสี่ยง หลังพบผู้ป่วยหญิง อายุ 63 ปี ชาว อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เดินทางกลับมาจากทำงานที่ กทม. ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2563 และมีอาการป่วย ยืนยันติดเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากจะมีการ ระดมเจ้าหน้าที่ควบคุม ปิดกั้น หมู่บ้านเสี่ยงทั้ง 2 หมู่บ้าน ปิดการเข้าออกและกักตัวกลุ่มเสี่ยงที่ใกล้ชิด ยังได้ประสาน หน่วยงานเกี่ยวข้องลงพื้นที่ ตรวจสอบไทม์ไลน์ที่มีการเดินทาง ตั้งแต่ลงเครื่องบินที่สนามบินท่าอากาศยานนครพนม รวมถึง ห้างค้าส่งชื่อดัง ไปจนถึงโรงพยาบาลนครพนม โรงพยาบาลท่าอุเทน นอกจากนี้ยังได้เข้มงวดในการพ่นยาฆ่าเชื้อในพื้นที่ สำคัญ จุดเสี่ยงของ จ.นครพนม อาทิ สถานีขนส่งผู้โดยสาร บขส.นครพนม ตลาดโต้รุ่ง และตลาดสดเทศบาลเมืองนครพนม รวมถึงประสานทุกอำเภอดำเนินการต่อเนื่องแบบวันต่อวัน ไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรค

ทั้งนี้ ในส่วนของห้างค้าส่งชื่อดัง จ.นครพนม ถือเป็นจุดสำคัญ หลังจาก ผวจ.นครพนม ร่วมกับ คณะกรรมการตรวจสอบควบคุมโรค และ นายสกลกฤษณ์ สุขะวัธนกุล ผู้จัดการเขตห้างค้าส่งชื่อดังภาคอีสาน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบภาพวงจรปิดสามารถจับภาพผู้ป่วยหญิง อายุ 63 ปี คนดังกล่าว เข้ามาจับจ่ายซื้อของภายในห้าง เมื่อวันที่ 20 มีนาคม  เวลา 10.30 น. และออกจากห้างเวลา 11.30 น. ใช้เวลาเดินในห้างประมาณ 1 ชั่วโมง พร้อมได้ตรวจสอบจุดที่เดินจับจ่ายซื้อของ และตรวจสอบ คัดกรองพนักงานกลุ่มเสี่ยง จำนวน 13 ราย ซึ่งทางห้างได้มีการสั่งพนักงานหยุดงานชั่วคราว เพื่อเข้าสู่กระบวนการกักตัว 14 วัน แต่ยังดูแลเรื่องสวัสดิการรายได้ จนกว่าจะกลับมาทำงานได้ ส่วนลูกค้าช่วงนี้ มีจำนวนน้อย จึงไม่มีกลุ่มเสี่ยง นอกจากนี้ยังได้ระดม ทำความสะอาดบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ พ้นยาฆ่าเชื้อทุกจุด ยืนยันถึงความปลอดภัย และสามารถเปิดบริการปกติ แต่ขายเฉพาะพื้นที่อาหารที่จำเป็น

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ยังเปิดเผยอีกว่า ผู้โดยสารที่เดินทางมาในเที่ยวบินเดียวกันกับผู้ป่วยคนดังกล่าว มีทั้งหมด 19 ราย เป็นคนในพื้นที่ 3 ราย ส่วนอีก 16 ราย อยู่ต่างจังหวัด จึงได้ประสานงานหน่วยงานเกี่ยวข้อง แจ้งเจ้าตัวเข้าสู่กระบวนการกักตัวแล้วเช่นกัน