เหตุใดยารักษาโรคมาลาเรีย จึงใช้ต้าน “ไวรัสโคโรนา” ได้

เหตุใดยารักษาโรคมาลาเรีย จึงใช้ต้าน “ไวรัสโคโรนา” ได้

หลังจากที่เชื้อไวรัสโคโรนาแพร่ระบาดไปทั่วโลกนานกว่า 2 เดือน นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญหลายสาขาก็พยายามอย่างยิ่งที่จะหาวิธีการรักษาและคิดค้นยาต้านไวรัส ยาที่นำมาใช้ในการรักษาโรค COVID-19 บางราย และปรากฏชื่ออยู่ในสื่อบ่อยครั้ง ก็ได้แก่ ยาคลอโรควินและยาไฮดรอกซีคลอโรควิน ซึ่งใช้รักษาโรคมาลาเรียเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่า ยาทั้งสองชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคนี้จริงหรือไม่

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เรียกยารักษาโรคมาลาเรียว่าเป็น “ตัวเปลี่ยนเกม” แต่องค์การอาหารและยา รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพคนอื่นๆ กลับระบุว่า ต้องมีการทดสอบเพื่อให้มั่นใจว่าตัวยามีประสิทธิภาพและปลอดภัย ก่อนจะใช้รักษาผู้ป่วย ซึ่งหลายประเทศก็กำลังดำเนินการศึกษาวิจัยและทดสอบอยู่ ไม่ว่าจะเป็นจีน ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา

คลอโรควินเป็นรูปแบบสังเคราะห์ของยาควินิน ซึ่งพบในเปลือกของต้นซิงโคนา และถูกใช้เป็นยาแก้ไข้ในอเมริกาใต้มานานหลายร้อยปี โดยมีการสังเคราะห์ครั้งแรกในช่วงทศวรรษ 1930s ส่วนเวอร์ชั่นที่เรียกว่าไฮดรอกซีคลอโรควิน ที่มีการใช้ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1950s เป็นตัวยาที่มีพิษน้อยกว่า ยาทั้งสองชนิดสามารถก่อให้เกิดผลข้างเคียง เช่น สูญเสียการมองเห็น ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ และอาจถึงแก่ความตายได้ หากใช้ผิดวิธี

ยาคลอโรควินมีคุณสมบัติทางชีวเคมีที่บ่งชี้ว่าสามารถต้านการติดเชื้อไวรัสได้ รวมทั้งมีฤทธิ์ในการต้านไวรัสโดยตรง เช่น ยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัส และมีความสามารถในการหยุดการผลิตและปล่อยโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับอาการอักเสบที่เกิดจากเชื้อไวรัส นอกจากนี้ ยาไฮดรอกซีคลอโรควินยังใช้ในการรักษาโรคลูปัสและโรคไขข้ออักเสบ

สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อไวรัสโคโรนา ข้อมูลส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น โดยทีมวิจัยจากฝรั่งเศสระบุว่า ผลวิจัยระยะแรกจากการทดสอบยาไฮดรอกซีคลอโรควินในผู้ป่วย 24 คน พบว่า 25% ของผู้ป่วยที่ได้รับยายังคงมีเชื้ออยู่ในร่างกายหลังจาก 6 วันผ่านไป เมื่อเทียบกับ 90% ของผู้ป่วยที่ได้รับยาเทียม แต่การทดสอบยังเป็นกลุ่มเล็กและผลที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยก็ยังคงอยู่ในช่วงรอดูอาการ

ด้านนักวิจัยจากจีนก็รายงานเมื่อเดือนที่แล้วว่า ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่า การรักษาด้วยยาคลอโรควินในผู้ป่วยโรค COVID-19 จำนวน 19 คน ได้ประโยชน์ในทางคลินิกและในทางไวรัสวิทยา เมื่อเทียบกับกลุ่มเปรียบเทียบ นอกจากนี้ การทดสอบครั้งนี้ยังเป็นการรักษาที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยในจีน อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้ วารสารของมหาวิทยาลัยเจ้อเจียงรายงานผลการทดสอบที่น่าผิดหวัง จากการศึกษาในผู้ป่วย 30 ราย ที่ใช้ยาไฮดรอกซีคลอโรควิน โดยตัวยาไม่ได้ทำงานดีไปกว่าการดูแลผู้ป่วย COVID-19 ตามมาตรฐานปกติ

อย่างไรก็ตาม แม้ตัวยาจะมีประสิทธิภาพ แต่บุคลากรทางการแพทย์เตือนว่าไม่ควรซื้อยาเหล่านี้มารักษาโรค COVID-19 เอง โดยไม่มีใบสั่งยาหรือคำแนะนำจากแพทย์